
แก้ไขไม่แก้ตัว
ยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจว่า การที่นักวิชาการและองค์กรต่างๆ
ยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจว่า การที่นักวิชาการและองค์กรต่างๆ
แม้กระทั่งกระทรวงการคลังเองก็ตรวจสอบการประมูลคลื่นความถี่ 3จี ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า เปิดประมูล 3จี อย่างไม่โปร่งใส ทำให้รัฐเสียประโยชน์นับหมื่นล้าน และไม่รักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภค
ทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา ยึดถือเอาประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นหลัก โดย กสทช.ต่อสู้ในประเด็นที่ว่า หากยิ่งดำเนินการเปิดประมูลล่าช้า ประเทศก็ยิ่งเสียประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น
ประเด็นเรื่องที่ประชาชนรอใช้ระบบ 3จี เต็มรูปแบบ ให้ทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนั้น ทำให้เสียงคัดค้านจากผู้บริโภคไม่รุนแรงเกรี้ยวกราด เพราะนั่นคือความจริง
ไม่มีใครถกเถียงในประเด็นนี้ แต่ที่ กสทช.ต้องตอบประชาชนให้ได้ว่า จะมีอะไรการันตีได้หรือไม่ว่าประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์จากคลื่น 3จี ซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติในราคาที่ไม่ถูกผู้ประกอบการเอาเปรียบ
นี่คือสิ่งที่ กสทช.ไม่ตอบ แต่กลับดำเนินการต่อสู้ในประเด็นว่ามีอำนาจตามกฎหมายที่จะเปิดประมูลได้ โดยไม่ต้องสนใจคำวิพากษ์วิจารณ์ของใคร เนื่องจากเป็นองค์กรอิสระ ไม่ต้องดำเนินการประมูลผ่านระบบอีออกชันที่กระทรวงการคลังดูแลอยู่
จนถึงขณะนี้เอกชนที่ชนะการประมูลเดินหน้าเตรียมลงทุนเพื่อสร้างเครือข่ายให้บริการโดยเร็ว ตอนนี้ใครเร็วกว่าก็จะได้เปรียบ เพราะผู้บริโภคที่รอใช้ระบบที่รวดเร็วรอใช้บริการอยู่
แน่นอนว่าการล้มการประมูลคลื่นในครั้งนี้ จะยิ่งทำให้การที่ประชาชนได้ใช้งาน 3จี ช้าลง และถ้าหากเปิดประมูลใหม่แล้วราคาก็ยังต่ำ สถานการณ์อาจแย่กว่าเดิม
ฉะนั้น กสทช.ควรจะต้องหันมาตอบโจทย์และแก้ไขสิ่งที่ได้ทำลงไปแล้ว ด้วยการหาทางที่จะดูแลให้ประชาชนทั้ง 60 ล้านคน ที่มีสิทธิที่จะเป็นผู้ได้ใช้บริการนี้ ให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการประมูลครั้งนี้
ส่วนเรื่องของคดีความ หรือการคัดค้านของหน่วยงานต่างๆ ก็เป็นคนละส่วนกับการจัดการตรงนี้ นั่นคือเรื่องของการดำเนินการตามกฎหมาย แต่เมื่อ กสทช.ยืนยันว่าไม่ได้ทำผิด แต่มีข้อติติงก็ควรแก้ไข ไม่ใช่แก้ตัว
ขอเสนอของหลายๆ หน่วยงานอย่างทีดีอาร์ไอ เป็นสิ่งที่ กสทช.ไม่ควรจะปฏิเสธอย่างไม่ไยดี เนื่องจากทีดีอาร์ไอนำเสนอไปในทางสร้างสรรค์ คือ ทั้งติติงและหาทางออกให้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ขณะนี้ กสทช.ควรวางอัตตาลง และหันหน้ามาหารือกันเพื่อหาทางออก โดยเฉพาะเรื่องการรักษาผลประโยชน์ผู้บริโภค ไม่เช่นนั้นนี่จะกลายเป็นผลงานชิ้นโบดำของ กสทช. แทนที่จะเป็นผลงานเพื่อประชาชนอย่างที่ กสทช.พยายามจะบอกต่อคนไทย







