
ยุทธศักดิ์ควงประยุทธ์ลงใต้
ยุทธศักดิ์ พร้อมด้วย ประยุทธ์ ลงพื้นที่ปัตตานี พบผู้นำชุมชนมุสลิมแก้ปัญหาชายแดนใต้ ด้าน ผบ.ทบ. ระบุ จะไม่เพิ่มกำลังทหารลงไปสนับสนุนอีกแต่จะเพิ่มกำลังตำรวจแทน
ยุทธศักดิ์ พร้อมด้วย ประยุทธ์ ลงพื้นที่ปัตตานี พบผู้นำชุมชนมุสลิมแก้ปัญหาชายแดนใต้ ด้าน ผบ.ทบ. ระบุ จะไม่เพิ่มกำลังทหารลงไปสนับสนุนอีกแต่จะเพิ่มกำลังตำรวจแทน
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ จ.ปัตตานี เพื่อติดตามความคืบหน้าในการแก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้มีการลงพื้นที่และให้กำลังใจกำลังพล อีกทั้งรวบรวมข้อมูลในการจัดหาเครื่องมือในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อติดตามการดำเนินงาน ของอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตามที่ได้เคยมอบนโยบายไว้ และติดตามการทำงานในพื้นที่ว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง อีกหนึ่งปัญหาในปัจจุบัน คือการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ต้องปฏิบัติงานทั้งการดูแลความเรียบร้อยทั่วไป และส่วนของความมั่นคง
อย่างไรก็ตาม จะมีการพบปะผู้นำชุมชนมุสลิมในจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อร่วมพูดคุยและขอความร่วมมือในการแก้ปัญหาด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยืนยันว่าจะไม่เพิ่มกำลังทหารเข้าสนับสนุนในพื้นที่อีก เพราะทหารมีภารกิจด้านอื่นที่ต้องทำอยู่แล้ว และจำนวนที่มีอยู่ก็ถือว่ามากพอสมควร ดังนั้นจะเพิ่มกำลังตำรวจแทน ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติการบรรจุทหารกองหนุนให้เข้าเป็นตำรวจเพื่อช่วยงานด้านความมั่นคง และปฏิบัติยุทธวิธีร่วมกับทหาร ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่แยกจากตำรวจที่ทำหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรมทั่วไป ขณะเดียวกันนอกจากติดตามความคืบหน้าการทำงานที่เคยได้สั่งการไว้แล้ว จะตรวจสอบเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เสริมการทำงาน ว่ายังขาดส่วนใดอีกบ้าง แล้วจะรายงานต่อนายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม ผบ.ทบ.ระบุว่าเท่าที่ทราบในสัปดาห์ต่อไป นายกรัฐมนตรีจะให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สรุปผลงานให้รับทราบ
สำหรับวันที่ 25 ตุลาคมนี้ จะครบรอบเหตุการณ์ที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส นั้น ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวย้ำว่า แม้จะครบรอบเหตุการณ์ใดๆ สื่อมวลชนก็ไม่ควรออกข่าวย้ำเตือนเกี่ยวกับเหตุการณ์อีก เพราะที่ผ่านมาได้ขอโทษและช่วยเหลือเยียวยาไปแล้ว จึงเหลือเพียงการทำความเข้าใจ และต้องไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยอีก ดังนั้น หากเขียนข่าวให้รุนแรง ปัญหาก็จะไม่จบ







