
ต่ออายุขรก.อุดมศึกษา70ปีตั้งศูนย์เกษียณแก้ขาดแคลน
สกอ.รับลูกต่ออายุราชการในสถาบันอุดมศึกษาเป็น 70 ปี–อนุมัติศาสตราจารย์เพิ่ม 8 ราย
สกอ.รับลูกต่ออายุราชการในสถาบันอุดมศึกษาเป็น 70 ปี–อนุมัติศาสตราจารย์เพิ่ม 8 ราย
ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) เมื่อเร็วๆ นี้ รับทราบรายงานผลการวิจัยโครงการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานตามประกาศ ก.พ.อ. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการต่อเวลาราชการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2550
ทั้งนี้ รายงานได้มีข้อเสนอเปิดช่องให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถบริหารจัดการภายในได้ โดยกำหนดจำนวนและตัวบุคคลที่ต้องการต่อเวลาราชการข้ามหน่วยงานต้นสังกัด และข้ามสถาบันจากสถาบันหนึ่งไปยังสถาบันหนึ่งมากกว่า 6 เดือน ก่อนการพิจารณาต่อเวลาราชการ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอัตรากำลังได้
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ควรจัดตั้งศูนย์รวมข้อมูลผู้เกษียณอายุราชการที่มีคุณสมบัติพร้อมเข้าสู่กระบวนการต่อเวลาราชการ รวมถึงควรกำหนดให้ข้าราชการที่ได้รับการพิจารณาให้ต่อเวลาราชการให้รับราชการต่อไปได้ จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณที่ผู้นั้นมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์
ขณะเดียวกันเมื่ออายุครบ 65 ปี ควรให้แบ่งการต่อเวลาราชการเป็นคราวละ 2-3 ปี แต่ต้องไม่เกิน 5 ปี และหากเป็นไปได้ควรต่อเวลาราชการเป็นรายปีต่อไปจนถึงอายุ 70 ปี โดยที่ประชุมได้มอบให้ สกอ.ไปพิจารณาความเป็นไปได้และให้เสนอที่ประชุมอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ก.พ.อ. ยังแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ (ศ.) 8 ราย ประกอบด้วย นายสุรพล ปธานวนิช เป็นศาสตราจารย์สาขาวิชาพัฒนาแรงงานและสวัสดิการมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (มธ.) นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ดำรงตำแหน่ง ศ.สาขาวิชากฎหมาย อาญาและอาชญาวิทยา มธ.
นายพิสิฐ ตั้งกิจวานิชย์ ศ.สาขาวิชาชีวเคมีประยุกต์ (โรคระบบทางเดินอาหาร) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสิทธิศักดิ์ หรรษาเวก ศ.สาขาวิชาชีวเคมี จุฬาฯ นางอรวรรณ ชัยลภากุล ศ.สาขาวิชาเคมี จุฬาฯ นายวิเชียร มากตุ่น ศ.สาขาวิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
นายสุรเดช หงส์อิง ศ.สาขาวิชากุมารเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นางบังอร ศรีพานิชกุลชัย ศ.สาขาวิชาชีวเคมี มหาวิทยาลัยขอนแก่นและอนุมัติให้ ศ.วรวิทย์ เลาห์เรณู มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็น ศ.ได้รับเงินเดือนอันดับ ท.11 สาขาวิชาอายุรศาสตร์







