
แก้มาบตาพุดเลื่อนอีก1เดือน
เหตุการเมืองป่วนเร่งเสร็จพ.ค. สอท.จี้ช่วยโครงการก่อนสิ้นปี
โพสต์ทูเดย์
— ปัญหาการเมืองกระทบแก้มาบตาพุดช้า คาดจัดทำบัญชีรายชื่อกิจการรุนแรง ตั้งองค์การอิสระส่อเลื่อนอีก 1 เดือน เพราะจัดรับฟังความเห็นและประชุมไม่ได้นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก หนึ่งในคณะกรรมการ 4 ฝ่าย แก้ปัญหามาบตาพุด เปิดเผยว่า ขั้นตอนการจัดทำกระบวนการตามมาตรา 67 วรรค 2 ในขณะนี้ล่าช้าออกไปมาก เนื่องจากปัญหาการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นหรือการประชุมต่างๆ ต้องเลื่อนออกไป เพื่อรอจนกว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะนิ่ง
ทั้งนี้ การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเรื่องการทำบัญชีรายชื่อประเภทกิจการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรง ขณะนี้จัดไปแล้ว 4 ครั้ง เหลืออีก 2 ครั้งที่ยังเลื่อนออกไปอยู่ ขณะที่กระบวนการการจัดตั้งองค์การอิสระยังมีผู้เสนอชื่อเข้ามาจำนวนน้อยอยู่ รวมทั้งยังไม่มีการจัดประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อคัดสรร ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อเลย ซึ่งถ้าจัดทำไม่ทันอาจจะต้องขยายระยะเวลาออกไปอีก 1 เดือน จากกำหนดเดิมที่จะต้องตั้งให้เสร็จภายในเดือน มี.ค. เพราะตามที่กำหนดไว้ต้องตั้งเสร็จภายใน 2 เดือน หลังจากที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงาน
“
ทุกอย่างน่าจะเสร็จภายในสิ้นเดือน มี.ค. แต่มีการเมืองเข้ามากระทบ การทำงาน การจัดประชุมจึงทำได้ยากขึ้น เพราะสถานที่บ้านพิษณุโลกอยู่ในบริเวณใกล้กับการชุมนุม พอจัดการประชุมคนจึงไม่อยากเดินทางมา จึงเป็นเหตุให้คณะกรรมการ 4 ฝ่าย อาจจะต้องพิจารณาขยายกรอบเวลาในการทำงานใหม่” นายสุทธิ กล่าวนายสุทธิ กล่าวว่า หลังจากนี้ไปคงต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยการประชุมอาจจะจัดให้มีการประชุมถี่ขึ้น เนื่องจากต้องการให้กระบวนการทุกอย่างทั้งการกำหนดบัญชีรายชื่อประเภทกิจการรุนแรง การจัดตั้งองค์การอิสระ และการจัดทำผังเมือง เสร็จสิ้นภายในเดือน พ.ค.นี้ เพราะถ้าไม่เสร็จจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนได้
อย่างไรก็ตาม หากการจัดทำกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นก็ยังไม่แน่ใจว่าจะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้หรือไม่ รวมทั้งหลังจากนี้ในขั้นตอนระยะยาวที่จะต้องจัดทำเป็นพ.ร.บ. จะทำได้หรือไม่ เพราะขณะนี้ทุกคนให้ความสนใจปัญหาทางการเมืองมากที่สุด ดังนั้นถ้าการเมืองไม่จบการทำงานก็คงจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ในส่วนของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายคงจะต้องทำให้เสร็จเร็วที่สุด
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า อยากให้ทั้ง 76 โครงการที่ลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดหลุดออกจากคำสั่งศาลปกครองกลางที่สั่งให้ระงับการดำเนินการชั่วคราวออกมาโดยเร็วภายในสิ้นปีนี้ เพราะขณะนี้ทั้งการจัดตั้งองค์การอิสระชุดเฉพาะกาล บัญชีรายชื่อประเภทกิจการที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง การประชาพิจารณ์และตัวผู้ชำนาญการก็ยังตกลงกันไม่ได้ ซึ่งนักลงทุนญี่ปุ่นกลัวมีปัญหาการเงินและความเชื่อมั่นซึ่งทางนักลงทุนญี่ปุ่นก็ออกมาพูดว่าถ้าหากการดำเนินการล่าช้าออกไปก็จะทำให้มีปัญหาด้านการเงิน และในอนาคตก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในไทยด้วย
“
มาวันนี้กระบวนการต่างๆยังไม่คืบหน้าเลย ซึ่งอนาคตก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพราะนักลงทุนใหม่ที่ต้องการความชัดเจนเพื่อที่จะตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทยก็อาจตัดสินใจไปลงทุนที่อื่นแทนเช่น อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนามและมาเลเซีย”นายธนิต กล่าว






