
ชงค่าธรรมเนียม3จีเหลือ1%
อ้างช่วยรายย่อยเข้ามีส่วนร่วมกลุ่มต้านยื่นปปช.สอบต่อวันนี้
อ้างช่วยรายย่อยเข้ามีส่วนร่วมกลุ่มต้านยื่นปปช.สอบต่อวันนี้
ชงลดค่าธรรมเนียมไลเซนส์ 3จี เหลือ 1% หนุนค่ายมือถือเลือกใช้ผู้ติดตั้งโครงข่ายในประเทศ
นายเจษฎา ศิวรักษ์ เลขานุการประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า สมาคมโทรคมนาคมไทยได้ขอให้บอร์ด กทค. พิจารณาปรับลดค่าธรรมเนียมรายปีใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซนส์) 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จาก 2% เหลือ 1% สำหรับผู้ได้รับไลเซนส์ที่เลือกใช้อุปกรณ์ติดตั้งโครงข่าย เช่น ไฟเบอร์ออปติก เราเตอร์ สวิตช์ ของบริษัทในประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยในประเทศได้มีส่วนแบ่งจากการขยายโครงข่าย 3จี และเพื่อไม่ให้เม็ดเงินไหลออกนอกประเทศจากการที่ผู้ให้บริการหันไปเลือกใช้อุปกรณ์จากประเทศจีนและเกาหลีใต้
เงื่อนไขดังกล่าวบรรจุอยู่ในระเบียบส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเนื่องโทรคมนาคม และจะนำเสนอบอร์ด กทค.เพื่อพิจารณา หาก กทค.เห็นชอบจะส่งให้อัตราค่าธรรมเนียมไลเซนส์ที่เอกชนต้องจ่ายต่อปีเหลือเพียง 4.75% จากเดิมที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 2% และค่ากองทุนพัฒนาบริการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์ทั่วถึง (USO) 3.75% รวม 5.75%
ขณะที่เม็ดเงินลงทุนโครงข่าย 3จี ทั้ง 3 รายใน 3 ปีแรกรวมกัน อยู่ที่ 1.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค 5 หมื่นล้านบาท ดีแทค เนทเวอร์ค 4 หมื่นล้านบาท และ เรียล ฟิวเจอร์ 2 หมื่นล้านบาท โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า 3จี จะกระตุ้นการใช้ดาต้าเพิ่มเป็น 35.6 44% หรือมีมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท ทำให้อุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือในปีหน้ามีมูลค่ากว่า 2.1 แสนล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีนี้ที่มีมูลค่า 1.88 แสนล้านบาท
นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ปัจจัยที่จะทำให้การติดตั้งโครงข่ายเป็นไปล่าช้ากว่าแผนที่กำหนด คือ เงื่อนไขและกฎเกณฑ์ ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่เปลี่ยนไป เช่น การประชาพิจารณ์ก่อนใช้สถานที่ติดตั้งเสาสถานีฐาน ซึ่งอาจใช้ระยะเวลานานกว่าเดิม
ขณะที่ความเคลื่อนไหวการตรวจสอบการประมูล ในวันที่ 25 ต.ค. คณะอนุกรรมาธิการกฎหมายป้องกันการทุจริตและเสริมสร้างความเป็นธรรมในสังคม วุฒิสภา ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา เป็นประธานจะเรียกคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าชี้แจงผลศึกษามูลค่าคลื่นความถี่และราคาประมูลที่แท้จริง
ด้านนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มการเมืองสีเขียว พร้อมทนายความ กล่าวว่า วันที่ 22 ต.ค.จะยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมั่นใจว่า ป.ป.ช.จะมีข้อมูลเรื่องนี้พอสมควร
ทั้งนี้ เพราะอนุกรรมการที่ป.ป.ช.ตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษาเกี่ยวกับ การป้องกันการทุจริต ก็เคยมีข้อเสนอแนะให้กสทช.ไปศึกษารูปแบบการประมูลแต่กสทช.กลับกำหนดการประมูลแบบใหม่ จนเป็นที่วิจารณ์ว่ามีการฮั้วะกัน โดยเฉพาะหลังจากประมูลเสร็จ กสทช.กลับใช้คำพูดในลักษณะที่พบว่าความสำเร็จของการจัดประมูล อยู่ที่การจัดสรรคลื่นให้เอกชนได้ครบถ้วน
นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช.ทำได้เฉพาะการวินิจฉัยว่า กสทช.ได้กระทำความผิดทางอาญาฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ ไม่มีอำนาจวินิจฉัยเพื่อยับยั้งหรือชะลอการประมูล ส่วนการดำเนินการเพื่อให้ล้มเลิกการประมูลที่เกิดขึ้นไปแล้วเป็นอำนาจของศาลปกครอง โดยผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องไปยังศาลปกครองได้
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ หรือ กสท. มีกำหนดประชุมกันตามวาระปกติในวันนี้เช่นกัน โดยจะหารือเกี่ยวกับความรับผิดชอบของบอร์ดกสท.เกี่ยวกับข้อกฎหมายด้วยว่า แม้การประมูล 3 จี จะเป็นความรับผิดชอบของกทค.แต่สำหรับกรณีนี้ กสท. จะต้องร่วมรับผิดชอบ หรือ กำหนดท่าทีใดๆ ด้วยหรือไม่
นายธวัชชัย จิตรภาสนันท์ กรรมการกสท. กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกยินดีต่อผลการประมูลที่เกิดขึ้น ซึ่งจากนี้ กทค.ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชนให้ได้มากกว่านี้ ทั้งการกำหนดราคาเพดานการใช้ค่าบริการขั้นต่ำ รวมทั้ง ปัญหาเอสเอ็มเอสขยะ และการตอบกลับหรือแจ้งผลแก้ปัญหาเมื่อมีผู้บริโภคร้องเรียนเข้ามา
นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา อดีตผู้ร่วมร่าง พ.ร.บ. กสทช. เสนอให้ กสทช.ประชุมด่วนกำหนดท่าที หรือออกเงื่อนไขให้เอกชนต้องทำตามภายหลังประมูล โดยเฉพาะการกำหนดเพดานราคาค่าบริการ







