posttoday
สิงคโปร์ตีปีก

สิงคโปร์ตีปีก

24 มีนาคม 2553

‘อินโดลอดช่อง’ชิงดูดนักท่องเที่ยวฉวยจังหวะการเมืองตีกันยืดเยื้อ

โพสต์ทูเดย์ — เมืองไทยตีกันยืดเยื้อส้มหล่นใส่ สิงคโปร์อินโดนีเซีย ผลนักท่องเที่ยวหันหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน

สิงคโปร์ กำลังเร่งบุกตลาดการท่องเที่ยวในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา และเพิ่งจะเปิดตัวยูนิเวอร์แซล สตูดิโอไปเมื่อไม่นานมานี้ คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจาก 11.5 ล้านคน ไปอยู่ที่ 12.5 ล้านคน ตลอดทั้งปี 2553 คิดเป็นรายได้อยู่ที่ราว 1.85 หมื่นล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 4.26 แสนล้านบาท)

คณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (เอสทีบี) ยังได้ปรับคำขวัญหรือสโลแกนท่องเที่ยวจาก “หนึ่งเดียวคือสิงคโปร์” ไปเป็น “สิงคโปร์ของคุณ” เพื่อให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวและรู้สึกถึงความเป็นกันเองมากขึ้น โดยเอสทีบีจะเดินหน้าโปรโมทแบรนด์การท่องเที่ยวใหม่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เดือน พ.ค. นี้

ด้าน กระทรวงท่องเที่ยวฯ ของไทย ปากแข็ง ม็อบไม่กระทบท่องเที่ยว แต่เปิดช่อง ททท.ของบเพิ่มรุกตลาดแบบฮาร์ดเซลล ดึงต่างชาติเที่ยวไทยช่วงสงกรานต์

ด้านหนังสือพิมพ์จาการ์ตา โพสต์ รายงานว่า บรรดานักธุรกิจซึ่งประกอบธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะบินตัน ของอินโดนีเซีย กำลังได้รับอานิสงส์จากปัญหาทางการเมืองไทย เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดของการชุมนุมในไทย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหันไปเที่ยวอินโดนีเซียแทนมากขึ้น

พลจัตวา ชิน โจว ยุน รองประธานของบริษัท พีที บินตัน รีสอร์ต คากราวาลา ซึ่งบริหารคอมเพล็กซ์การท่องเที่ยวลากัว บนเกาะบินตัน กล่าวว่า นักท่องเที่ยวกำลังหวาดกลัวที่จะเดินทางมายังประเทศไทย

“นักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังกลัวที่จะไปประเทศไทย สถานการณ์เช่นนี้ถือเป็นผลดีต่อบินตัน เพราะเรามีแหล่งท่องเที่ยวและภูมิทัศน์ที่คล้ายคลึงกับไทย ทำให้เราสามารถเป็นทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการไปไทยในช่วงนี้” อดีตนายทหารปลดเกษียณ กล่าว

ทั้งนี้ เกาะบินตันเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะรีออ ในอินโดนีเซีย อยู่ห่างจากสิงคโปร์ไม่ถึง 40 กิโลเมตร รัฐบาลอินโดนีเซียและสิงคโปร์ร่วมมือกันพัฒนาลงทุนและการท่องเที่ยว และสิงคโปร์ก็ยังคงสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาดสำหรับทั้งนักลงทุนและนักท่องเที่ยวอยู่

พลจัตวา ยุน อ้างว่าบริษัทของตนได้รับยืนยันการมาเที่ยวจากนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น สวนทางกับนักท่องเที่ยวเข้าไทยที่ลดลงหลังเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง จากที่มีนักท่องเที่ยวในบินตันเพียง 3 หมื่นคน ในปี 2549 ปีก่อนเพิ่มเป็น 4 แสนคน 80% มาจากจีนและยุโรป

คณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (เอสทีบี) ยังได้ปรับคำขวัญหรือสโลแกนท่องเที่ยวจาก “หนึ่งเดียวคือสิงคโปร์” ไปเป็น “สิงคโปร์ของคุณ” เพื่อให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวและรู้สึกถึงความเป็นกันเองมากขึ้น โดยเอสทีบีจะเดินหน้าโปรโมทแบรนด์การท่องเที่ยวใหม่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เดือน พ.ค. นี้

ด้าน กระทรวงท่องเที่ยวฯ ของไทย ปากแข็ง ม็อบไม่กระทบท่องเที่ยว แต่เปิดช่อง ททท.ของบเพิ่มรุกตลาดแบบฮาร์ดเซลล ดึงต่างชาติเที่ยวไทยช่วงสงกรานต์

ด้านนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงไม่ส่งผลต่อภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งวางแผนการตลาดทำตลาดแบบฮาร์ดเซลส์ ด้วยการสนับสนุนบริษัททัวร์ สายการบิน ที่ช่วยดึงต่างชาติมาไทย เช่น บริษัททัวร์จีน ส่วนงบประมาณการดำเนินการตลาด ต้องขึ้นอยู่กับ ททท.ว่าจะของบเพิ่มหรือไม่

ทั้งนี้ เชื่อว่าในปีนี้ยังทำตามเป้านักท่องเที่ยว 15.5 ล้านคน รายได้ 6.4 แสนล้านบาท ได้ตามเดิมนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการททท. กล่าวว่า ททท. ได้ประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงนี้ พบว่ามีแนวโน้มในทิศทางบวก จากสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกฟื้นตัว ผลการดำเนินงานสายการบินเริ่มกระเตื้องขึ้น จึงเชื่อว่าจะไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ

ทั้งนี้ททท.ได้กำหนดกลยุทธ์ด้านการตลาด มุ่งขยายฐานลูกค้าในตลาดใหม่ และรักษาฐานลูกค้าตลาดเดิม โดยมุ่งนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวให้เป็นไปความต้องการ ล่าสุด ททท.ได้จัดเวทีสัมมนาเสนอเทรนด์การท่องเที่ยวในเชิงสุขภาพ ให้กับสื่อมวลชน กว่า 300 ราย จาก 50 ประเทศทั่วโลกรับทราบ เพื่อนำไปเผยแพร่สินค้าทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยออกสู่นักท่องเที่ยวในแต่ละประเทศ

สำหรับแนวคิดการของบประมาณเพิ่มเติม ททท.จะโยกงบประมาณประจำ และงบกระตุ้นในโครงการไทยเข้มแข็งมาใช้ก่อน ส่วนจะขอหรือไม่นั้นต้องพิจารณาอีกครั้ง

นายอำนวย เทียมกีรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานททท.ประจำกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า ททท.ได้ร่วมมือกับบริษัททัวร์ จัดทำแคมเปญกระตุ้นการเดินทางใน 3 แพ็กเกจ ได้แก่ 1.แพ็กเกจไทยแลนด์ เวล คัม ยู เจาะกลุ่มคนจีนที่ไม่เคยเดินทางมาไทย 2.แพ็กเกจ เลิ ฟยู ไทยแลนด์ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป และ 3.แพ็กเกจ เลิฟ ยู โซมัส เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบน เพื่อกระตุ้นให้คนจีนเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ทั้งนี้การกระตุ้นตลาดจีนได้มุ่งนำเสนอภาพลักษณ์ในทิศทางบวกของประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ได้เพิ่มความถี่ในการลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมถึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนท้องถิ่นจีน นำเสนอข่าวในทิศทางบวกกับประเทศไทย และต้องติดตามว่ารัฐบาลจีนจะยกเลิกการเตือนนักท่องเที่ยวหรือไม่

นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ์ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ททท.มีแนวคิดการมุ่งทำตลาดแบบฮาร์ดเซลล ใน 7 ตลาดหลัก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเชีย ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมาในทันที

นางกิตติกา ลิขิตวศินกุล ผู้อำนวยการสำนักงานททท.ไต้หวัน กล่าวว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวไต้หวันได้ชะลอแผนการเดินทางมาประเทศไทย ในช่วงนี้ออกไปอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะยุติ ซึ่งหากเกิดเหตุความรุนแรงขึ้น เชื่อว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ คนไต้หวันจะเข้าไทยไม่ถึง 1,000 คน จากเดิมช่วงดังกล่าว 5,000 คน

ทั้งนี้ ททท.ไต้หวันได้เตรียมปรับกลยุทธ์การดำเนินแคมเปญ สบายๆไทยแลนด์ ต่อเนื่องอย่างไม่มีกำหนด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้าประเทศไทยเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4 แสนคน มีรายได้ 1.8 หมื่นล้านบาท แต่ถ้าการชุมนุมของประเทศไทยยืดเยื้อเชื่อว่าตัวเลขตลาดดังกล่าวจะรักษาระดับเท่ากับปีที่ผ่านมา 3.7 แสนล้านคน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน