posttoday
วิชัน "สุรพล นะวะมวัฒน์" ไทยต้นแบบใช้ไอซีที...เปลี่ยนทรัยพยากรมนุษย์ครั้งใหญ่

วิชัน "สุรพล นะวะมวัฒน์" ไทยต้นแบบใช้ไอซีที...เปลี่ยนทรัยพยากรมนุษย์ครั้งใหญ่

20 ตุลาคม 2555

นโยบายที่รัฐบาลหาเสียงไว้ระหว่างเลือกตั้งว่าจะแจกแท็บเล็ตในโครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาไทย

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

นโยบายที่รัฐบาลหาเสียงไว้ระหว่างเลือกตั้งว่าจะแจกแท็บเล็ตในโครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาไทย (โอทีพีซี) กำลังจะลุล่วง หลังเปิดภาคเรียนใหม่ต้นเดือน พ.ย.นี้ นักเรียน ป.1 ทั้งหมด 183 เขตการศึกษาทั่วประเทศ จะมีแท็บเล็ตใช้ในการเรียนการสอน

หนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จมีชื่อ น.อ.สุรพล นะวะมวัฒน์ ที่ปรึกษา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) หรือที่ข้าราชการในไอซีทีเรียกกันติดปากว่า “เสธ.ต่าย” เป็นหนึ่งในบุคคลที่เป็นกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนนโยบายนี้

นับตั้งแต่เริ่มลงนามการจัดซื้อเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2554 ตัวเลขกลมๆ ของแท็บเล็ต ป.1 ทั้งหมด 8.6 แสนเครื่องในมือเด็ก เสธ.ต่าย ยืนยันว่า นั่นเป็นเพียงหนึ่งในอีกหลายเป้าหมายที่โครงการนี้วางไว้สำหรับปฏิวัติการเรียนรู้ของเด็กในอนาคต

“เราไม่ใช่ประเทศแรกที่แจกแท็บเล็ต แต่เราเป็นประเทศที่แจกแท็บเล็ตให้เด็กนักเรียนมากที่สุด ซึ่งประกาศว่าจะแจกก็ต้องทำตามสัญญา ก็ทำได้แล้ว ที่แจกไปแล้วเป็นเหมือนผลกล้วย แต่หลังจากนี้เราจะสร้างสวนกล้วยแตกหน่อกล้วยให้ครบวงจร ทำเป็นระบบวางโครงสร้างไปถึงอนาคต

วิชัน "สุรพล นะวะมวัฒน์" ไทยต้นแบบใช้ไอซีที...เปลี่ยนทรัยพยากรมนุษย์ครั้งใหญ่

 

แต่ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า รัฐบาลแจกแท็บเล็ตก็เพื่อลดช่องว่างทางสังคม ตอนนี้ยังใช้ออนไลน์ไม่ได้ ก็ต้องใช้ออฟไลน์ไปก่อน เราจะต้องเซต Operation Center หรือศูนย์ปฏิบัติการตามมา” น.อ.สุรพล ระบุ

แนวคิดดังกล่าว น.อ.สุรพล อธิบายว่า คือการวางเครือข่าย Client Terminal ที่กำหนดให้มีลักษณะการทำงานของ Mobile Internet Device เพื่อทำงานในระบบ Human Resource Development หรือพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้วยการเพิ่มศักยภาพด้วยเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายไร้สาย

ขณะเดียวกันก็พัฒนาระบบควบคุมความปลอดภัย และระบบควบคุมสิทธิของเครื่องแท็บเล็ต ติดตาม รายงานผลการใช้กลับมาที่ศูนย์ปฏิบัติการที่จะตั้งขึ้นในอนาคต หลังจากแท็บเล็ตสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตครอบคลุมทุกพื้นที่

ระบบควบคุมสิทธิในการใช้อินเทอร์เน็ตจะมองเห็นแท็บเล็ตจากซีเรียลนัมเบอร์ หรือหมายเลขประจำเครื่อง โดยนอกเหนือจากที่ควบคุมการออนไลน์แล้ว ยังสามารถนำข้อมูลที่ได้มาจำแนกการใช้งานเพื่อพัฒนาแอพพลิเคชัน หรืออีเลิร์นนิงต่างๆ จากพฤติกรรมการเลือกใช้งานหรือสิ่งที่เด็กเข้าไปดาวน์โหลด

“เปรียบให้เห็นภาพชัดๆ คือ เครือข่ายที่เราคิดก็เหมือนเครือข่ายโปรโมชันหนึ่งในโทรศัพท์มือถือที่กำหนดให้เด็กโทรไปหาได้เฉพาะพ่อแม่ โทรข้ามไปที่อื่นไม่ได้ เพราะโอเปอเรเตอร์ของเราป้องกันไว้ว่าจะทำอะไรได้ ไม่ได้ กำหนดสิทธิให้เข้าได้เฉพาะคลีนอินเทอร์เน็ต

ไอซีทีจะสร้างกระทั่งเบราเซอร์ หรือโปรแกรมค้นดูเว็บออกมาต่างหาก ระบบโอเปอเรเตอร์ที่คอยดูเรื่องนี้ จะเฝ้าดูการใช้งานแท็บเล็ต ก็รู้เลยว่าเด็กใช้งานอะไรมากเกินไป และอะไรที่ยังขาด เราก็ใช้ข้อมูลตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ได้ เอามากำหนดทิศทางการออกแบบโปรแกรมการใช้งานให้เหมาะกับความต้องการ เพื่อเอามาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้ตรงเป้าหมายที่สุด

ทั้งหมดอยู่ในระหว่างการจัดซื้อ เรื่องนี้เราต้องเร่ง เพราะกราฟความก้าวหน้าในการทำธุรกิจที่ใช้เน็ตเวิร์กเป็นพื้นฐานของเราตกลงมาก และเริ่มตกตั้งแต่หลังการปฏิวัติปี 2549 จากที่เราเคยอยู่อันดับที่ 38 ตอนนี้ตกลงมาอยู่ที่อันดับที่ 77 แล้ว” เสธ.ต่าย ระบุ

ที่ปรึกษา น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อธิบายอีกว่า การเตรียมความพร้อมเรื่องเครือข่ายที่กล่าวมา เปรียบเสมือนการวางระบบขนส่งมวลชนในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นภายหลังจากที่เมืองขยายตัวแล้วก็ย่อมมีความขลุกขลักอยู่บ้าง แต่หากวางโครงสร้างไว้อย่างรัดกุม การลงทุนในด้านนี้ก็จะเป็นรากฐานที่ดีของทั้งระบบ

“ปัจจุบันเราแบ่งพื้นที่การวางเครือข่ายออกเป็น เอ บี ซี ส่วนที่เป็นพื้นที่ เอ หรือพื้นที่ใจกลางเมือง รัฐไม่จำเป็นต้องลงทุน เพราะเอกชนทำอยู่แล้ว จนตอนนี้โอเวอร์ไป 200% บริษัทต่างๆ สร้างซัพพลายมากกว่าดีมานด์ด้วยซ้ำ ขณะที่ส่วน บี หรือชานเมือง รัฐต้องเข้าไปเสริม แต่ ซี หรือพื้นที่ไกลๆ เป็นส่วนที่กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต้องเข้าไปลงทุน แต่ทั้งหมดคืองานที่รัฐต้องเข้าไปกระจายให้ทั่วถึงเพื่อสร้างความเท่าเทียม

ถ้าโรงเรียนซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุด เป็นเป้าหมายแรกในการกระจายเครือข่าย เราจะมีเครือข่ายของรัฐที่ใหญ่มากที่จะเข้าถึงทั้งตำบลและหมู่บ้าน โรงเรียนนั้นอยู่ไกลจากชุมชนไม่เกิน 10 กม. ถ้าวางตรงนี้ได้ พื้นฐานข้อมูลจากหน่วยงานอื่นๆ อย่างสาธารณสุข แรงงาน ก็มาเชื่อมกันได้ด้วย แลกเปลี่ยนกันได้ และถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมเข้าสู่การจัดการฐานข้อมูลทั้งระบบ รับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 อีกด้วย

ปีนี้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณอีก 1,900 ล้านบาท สำหรับสัญญาณไวไฟแก่โรงเรียนอีก 2 หมื่นกว่าแห่ง ที่จะได้ใช้ไวไฟประมาณ 10 เมกะบิตต่อคน โดยน่าจะเหลืออีกเพียง 1% ที่ไปไม่ถึง หรือยังใช้สัญญาณจากไอพีสตาร์ที่ความเร็วไม่พอ เราก็จะจัดสรรสัญญาณผ่านเคเบิลและไวร์เลสเสริมให้

วิชัน "สุรพล นะวะมวัฒน์" ไทยต้นแบบใช้ไอซีที...เปลี่ยนทรัยพยากรมนุษย์ครั้งใหญ่

 

การจัดซื้อแท็บเล็ตของปีอื่นๆ ในอนาคต ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับแท็บเล็ตหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์อะไรก็ตาม จะดีกว่า เร็วกว่า ง่ายกว่า ที่ผ่านมาเราเริ่มก้าวแรกมันก็ยาก จากนี้เรามีโครงที่ถูกต้องแล้วก็ต่อยอดไปได้ง่ายและเร็ว และเราก็ต้องก้าวต่อไปอย่างรวดเร็ว เพราะเทคโนโลยีนั้นเปลี่ยนเร็ว ทำไมไอโฟนต้องเปลี่ยนทุก 3 เดือน 6 เดือน เพราะต้องขยับให้ทันกันในพัฒนาการทั้งของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เทคโนโลยีอะไรจะถูกสร้างขึ้นมา ทั้งโลกก็วางแผนเรื่องนี้” ที่ปรึกษา รมว.ไอซีที ย้ำ

น.อ.สุรพล อธิบายด้วยว่า โรงเรียนทั่วประเทศประมาณ 3.1 หมื่นแห่ง จะมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใช้ภายในปีการศึกษาหน้า หลังจากนั้นครูและนักเรียนสามารถดาวน์โหลดหลักสูตรการเรียนการสอนและแอพพลิเคชันต่างๆ ที่กำลังพัฒนาโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จาก “ระบบคลาวด์คอมพิวติง”

“คลาวด์” จะทำหน้าที่เสมือนทั้งเซิร์ฟเวอร์ คลังเก็บข้อมูล (สตอเรจ) และอุปกรณ์ที่รวบรวมเอาซอฟต์แวร์ข้อมูลและระบบประมวลผลจากผู้ให้บริการหลายราย หรือจากดาตาเซ็นเตอร์หลายๆ แห่งมาไว้ที่เดียว เปิดทางให้ผู้ใช้สามารถค้นหาและเข้าถึงข้อมูลที่มีอยู่จำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยำได้ทุกที่ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์สื่อสาร ไม่ว่าจะผ่านจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ องค์กรไอทีระดับโลกของสหรัฐได้คาดการณ์ไว้ว่า ในอีก 57 ปีข้างหน้านี้ แนวโน้มการย้ายการทำงานด้านไอทีเข้าสู่ระบบคลาวด์ขององค์กรทั่วโลก จะเพิ่มปริมาณขึ้นมากกว่า 60%

น.อ.สุรพล ระบุด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ในอนาคตหลังจากไอซีทีบรรลุเป้าหมายเรื่องระบบสัญญาณไวไฟ สิ่งที่จะเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่สังคมเปลี่ยนเข้าสู่ยุคออนไลน์เต็มรูปแบบทุกพื้นที่ นอกเหนือจากไวไฟสำหรับนักเรียน ป.1 แล้ว เป้าหมายต่อไป คือ เด็กในทุกระดับชั้นรวมไปถึงประชาชนทุกกลุ่มจะสามารถเข้าถึงข้อมูล เรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียมกัน

“เราแจกแท็บเล็ตให้เด็กทำความคุ้นเคย หรือไม่กลัวเทคโนโลยี พวกเขาจะกล้าใช้และเรียนรู้เรื่องต่างๆ อย่างรวดเร็ว ไม่เชื่อก็ไปดูตามโรงเรียนได้ อีกไม่กี่เดือนหลังจากแจกครบ 100% ก็ไปพิสูจน์ที่โรงเรียนไหนก็ได้ด้วยตัวเอง ก็จะเห็นพัฒนาการของพวกเขาในหลายด้านชัดเจน เด็กจะไม่ท่อง AZ แต่จะท่อง AZ (ซี) การออกเสียงตามประเทศเจ้าของภาษาจะชัดกว่าที่ไม่เคยมีแบบอย่างที่ถูกต้องให้เรียน

ต่อไปเราจะอยู่ในสังคมก้มหน้า อยู่กับการหาข้อมูลที่ตัวเองสนใจอยากรู้ผ่านอุปกรณ์ที่เรามี สาระสำคัญจึงอยู่ที่เนื้อหา เหมือนแจกทีวีให้แต่ไม่มีช่องหรือรายการที่น่าสนใจก็ไม่มีประโยชน์ เด็กก็ไม่เปิดดู ก็ไปทำอย่างอื่น

เมื่อเครือข่ายเสร็จ โครงสร้างเสร็จ หลังจากทีโออาร์เสร็จ อีกไม่กี่เดือนความเปลี่ยนแปลงก็จะเกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพราะระบบไอทีเป็นเรื่องที่สามารถทำได้เร็ว เรื่องเนื้อหาต้องพัฒนาผ่านนวัตกรรม ครูต้องปรับตัว ไม่อย่างนั้นจะเสียความเป็นผู้นำในชั้นเรียนไป การเป็นครูก็คือเผด็จการดีๆ นี่แหละ แต่เมื่อเด็กมีความรู้มากกว่าครู ก็กลายเป็นใช้อำนาจเผด็จการคอนโทรลไม่ได้

จะบอกว่าให้เรียนเรื่องนั้นเรื่องนี้ ครูก็ต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก และต้องสร้างอิมเมจินและครีเอทีฟให้กับนักเรียนได้ เราจะสามารถปรับการศึกษาทั้งระบบได้ด้วยระบบออนไลน์ ตอนนี้ในอเมริกาก็ยอมรับการเรียนในระบบออนไลน์มากขึ้น อีก 3 ปี จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรมนุษย์ครั้งใหญ่ ทำงาน เรียนหนังสือจากที่ไหนก็ได้ ด้วยระบบที่จะเกิดขึ้น และเราจะเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นในเออีซีเดินตาม” น.อ.สุรพล ระบุ

ทั้งหมดนี้ น.อ.สุรพล ย้ำว่า สิ่งที่ไอซีทีกำลังเดินหน้า คือ การปฏิวัติการเรียนรู้เต็มพื้นที่ทั้งระบบ และจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้