
ยะลาคึกแห่เปิดร้านชิงทองคำ
บรรดาผู้ประกอบการ ร้านค้า และห้างร้านต่างๆ ทั้งชาวไทยพุทธมุสลิมและคนไทยเชื้อสายจีนเกือบ 100% แห่เปิดกิจการที่ตลาดสดพิมลชัย เทศบาลนครยะลา ตั้งแต่เช้าจรดเย็นของวันศุกร์ที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 11 ยะลา ได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดและเฝ้าสังเกตการณ์ตามหน้าร้านค้าต่างๆ มากเป็นพิเศษ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนทั่วไปที่ออกมาจ่ายตลาดคึกคัก หลังจากพ่อค้าแม่ค้าหยุดขายสินค้าในวันศุกร์เป็นอาทิตย์ที่ 4 ติดต่อกัน เนื่องจากมีกระแสข่าวลือข่มขู่จนประชาชนไม่มั่นใจในความปลอดภัย
บรรดาผู้ประกอบการ ร้านค้า และห้างร้านต่างๆ ทั้งชาวไทยพุทธมุสลิมและคนไทยเชื้อสายจีนเกือบ 100% แห่เปิดกิจการที่ตลาดสดพิมลชัย เทศบาลนครยะลา ตั้งแต่เช้าจรดเย็นของวันศุกร์ที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 11 ยะลา ได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดและเฝ้าสังเกตการณ์ตามหน้าร้านค้าต่างๆ มากเป็นพิเศษ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนทั่วไปที่ออกมาจ่ายตลาดคึกคัก หลังจากพ่อค้าแม่ค้าหยุดขายสินค้าในวันศุกร์เป็นอาทิตย์ที่ 4 ติดต่อกัน เนื่องจากมีกระแสข่าวลือข่มขู่จนประชาชนไม่มั่นใจในความปลอดภัย
ที่ผ่านมาแม้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมายืนยันด้านความปลอดภัยขอให้พ่อค้าแม่ค้าเปิดร้านทำมาค้าขายปกติ แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าเปิดร้าน ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยมากกว่าปกติเพื่อสร้างความมั่นใจ ขณะที่เทศบาลนครยะลาก็จัด “โครงการศุกร์ สุข หรรษา” เปิดร้านรับคูปองลุ้นรางวัลเงินสดและทองคำ โดยนำคูปองจำนวน 4,000 ใบ แจกให้ผู้ประกอบการร้านค้าจำนวน 1,000 ใบ และแจกลูกจ้างจำนวน 3,000 ใบ โดยร้านค้าลุ้นรางวัลเงินสด รางวัลที่ 1 ได้รับเงินสด 5,000 บาท รางวัลที่ 2 เงินสด 3,000 บาท และรางวัลที่ 3 เงินสด 2,000 บาท
ส่วนลูกจ้างของร้านค้าต่างๆ ที่มาทำงานในวันศุกร์ ลุ้นรางวัลใหญ่เป็นสร้อยคอทองคำจำนวน 5 เส้น รางวัลที่ 1 มี 2 รางวัล คือ ทองคำน้ำหนัก 1 สลึง รางวัลที่ 2 เป็นทองคำครึ่งสลึง จำนวน 3 เส้น รางวัลที่ 3 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 1,000 บาท โดยจับรางวัลในช่วงเย็นของทุกวันศุกร์ สร้างความคึกคักให้กับเจ้าของร้านค้าและลูกจ้างอย่างเห็นได้ชัดเจน
เช่นเดียวกับพ่อค้าแม่ค้า จ.นราธิวาส พากันเลิกกลัวคำข่มขู่ของคนร้าย พร้อมใจกันทยอยเปิดร้านค้าขายปกติกว่า 90% แม้ว่าทางเทศบาลเมืองนราธิวาสไม่ได้ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเป็นแรงจูงใจเหมือนที่ จ.ยะลา แต่บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความคึกคัก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองคุมเข้มทุกตารางนิ้ว ตลอดทั้งออกตรวจสอบความเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพ่อค้าแม่ค้าตลอดทั้งประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า
โดยเฉพาะที่สวนกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจับจ่ายซื้อสินค้าภายในงานมหกรรมธงฟ้า ราคาประหยัด สุดสัปดาห์ ซึ่งจัดต่อเนื่องจากวันศุกร์ที่แล้ว เพื่อจำหน่ายสินค้าราคาถูกช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพ่อค้าแม่ค้าหยุดขายในวันศุกร์ จนสินค้าหลายชนิดไม่พอจำหน่ายให้กับประชาชน ทำให้กระทรวงพาณิชย์นำมาจำหน่ายให้กับประชาชนเพิ่มเติม
ไม่แตกต่างกับที่ตลาดสดเทศบาลเมืองสุไหงโกลก อ.สุไหงโกลก กระแสตอบรับจากประชาชนอย่างล้นหลาม หลังจาก จำนัล เหมือนดำ นายอำเภอสุไหงโกลก ตัดสินใจเปิดร้านขายปลานายอำเภอ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนประสบปัญหาขาดแคลนปลาบริโภค เนื่องจากพ่อค้าคนกลางยังไม่กล้านำปลามาส่งจำหน่ายในพื้นที่ โดยร้านขายปลานายอำเภอดังกล่าวประกาศจะเปิดขายไปจนกว่าพ่อค้าคนกลางจะกล้านำปลามาส่งจำหน่ายในพื้นที่ได้
ขณะที่ พล.อ.เกษมศักดิ์ ปลูกสวัสดิ์ ประธานกรรมาธิการรัฐสภาวิสามัญแก้ไขปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ ได้นำคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ลงพื้นที่ตลาดสดเทศวิวัฒน์ เทศบาลเมืองปัตตานี เพื่อรับทราบปัญหาค้าขายวันศุกร์ หลังเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจพ่อค้าแม่ค้าที่เปิดขาย ทางคณะก็ได้นั่งประชุมรับทราบปัญหา จากนั้นได้เดินทางไปที่บริเวณที่เกิดเหตุคาร์บอมบ์ กลางชุมชนตลาดสดเทศบาลตำบลตะลุบัน อ.สายบุรี โดยมี ประมุข ลมุล ผวจ.ปัตตานี เสรี ศรีหะไตร รอง ผวจ.ปัตตานี ร่วมชี้แจงที่มาของสาเหตุที่ชาวบ้านเริ่มการค้าขายวันศุกร์ และแนวทางแก้ไขปัญหาที่ทางจังหวัดได้ดำเนินการไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในบริเวณตลาดสดเทศวิวัฒน์ เทศบาลเมืองปัตตานี เริ่มคึกคักมากขึ้น หลังจากที่ทางจังหวัดได้นำสินค้าธงฟ้ามาวางจำหน่าย ส่วนบรรยากาศรอบนอกประชาชนส่วนใหญ่ยังคงหยุดทำการค้าขายในวันศุกร์ต่อเนื่อง เพราะยังไม่มั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ด้าน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง บอกว่า สถานการณ์ดีขึ้นกว่าวันศุกร์ที่แล้วเกือบ 100% ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่น รวมไปถึงทหาร ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย และเทศบาล คอยดูแลความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องดังกล่าว
รัฐบาลยืนยันที่จะปฏิบัติเช่นนี้อยู่ โดยวันศุกร์ถือเป็นวันราชการปกติ ประชาชนเริ่มมีความเข้าใจแล้วว่า ข่าวลือปากต่อปากนั้นไม่ใช่ความจริง อย่างไรก็ดีมีการทราบแล้วว่าข่าวลือเรื่องการห้ามค้าขายในวันศุกร์นั้นออกมาจากที่ใด







