
ยิ่งลักษณ์สรุปผลประชุมACDที่คูเวต
นายกฯจัดรายการ คุยผลประชุมACDที่คูเวต พร้อมร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดันไทยเป็นเจ้าภาพในปี 2015
นายกฯจัดรายการ คุยผลประชุมACDที่คูเวต พร้อมร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดันไทยเป็นเจ้าภาพในปี 2015
รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชนที่ออกอากาศในวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม 2555 เป็นการสัมภาษณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถึงภารกิจเดินทางเยือนรัฐคูเวตอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue: ACD) ระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคมที่ผ่านมา
นายกฯ กล่าวว่า การประชุม ACD ที่ไปนี้ เป็นครั้งแรก แต่เรามีบทบาทในการริเริ่มเสนอให้มีกรอบความร่วมมือนี้เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่ผานมา วันนี้มีสมาชิก 32 ประเทศ ACD เป็นเวทีเดียวที่จะรวมผู้นำของเอเชียทั้งหมดในการสร้างความแข็งแรงของภูมิภาคนี้ ซึ่งภูมิภาคเอเชียถือว่ามีจำนวนประชากรมากมีทรัพยากรมากก็น่าจะเป็นเวทีขับเคลื่อนความแข็งแรงด้านเศรษฐกิจ ครั้งนี้ยกระดับจากรัฐมนตรีมาเป็นผู้นำประเทศที่มาพบกัน มีคูเวตเป็นเจ้าภาพ แต่ของประเทศไทยเราอยู่ในบทบาทของผู้ประสานงานในการจัดงานทุกครั้งอย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทในการขับเคลื่อนในรายอุตสาหกรรมหรือหัวข้อ เช่น ในสาขาท่องเที่ยว การเงินการคลัง
การประชุมครั้งนี้ถือว่าอยู่ในเวลาที่เป็นที่ต้องการ เพราะความผันผวนของเศรษฐกิจโลกต่างๆ ทุกคนก็จะหันสู่ภูมิภาคเอเชีย เพราะมีจำนวนประชากรมากเป็นโอกาสให้เศรษฐกิจเติบโต และเป็นเวทีที่ได้พบผู้นำทุกประเทศที่เห็นความสำคัญว่าเป็นเวทีที่สำคัญในการมาพูดคุยเรื่องการแก้ปัญหา ในการใช้ศักยภาพของทุกประเทศที่มีอยู่อย่างเต็มที่ทั้งการค้าและการลงทุน และเนื่องจากประชากรในเอเชียมีมาก ก็อยากเห็นการใช้เวทีนี้ในการแก้ปัญหา เช่น ปัญหาความยากจน การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาด้านต่างๆ ลงลึกในรายละเอียดก็มีโจทย์ที่เราพูดคุยกัน กลุ่มภูมภาคเอเชียมีทรัพยากรในเรื่องของอาหารที่นอกจากจะใช้ในประเทศแล้ว รองรับส่งออกได้ ก็มีการพูดคุยเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน อาหาร มีการแลกเปลี่ยนที่เป็นรูปธรรม ทางฝ่ายไทยก็เสนอว่าอยากเห็นความเชื่อมโยงทางกายภาพในภูมิภาคเอเชีย เชื่อมโยงระบบการคมนาคมขนส่ง ทางน้ำทางอากาศ ทางบก
การเชื่อมโยงก็ต้องมีทั้งการเชื่อมโยงในประเทศ เชื่อมโยงในอาเซียน ที่จะต่อไปยังภูมิภาคเอเชีย ประการที่สอง ต่อเนื่องจากการเชื่อมโยงทางกายภาพ ก็ต้องเชื่อมโยงเรื่องคน การท่องเที่ยว บุคลากร เพื่อให้เกิดความเข้าใจกันดีซึ่งกันและกัน และเราได้เสนอความสำคัญด้านความมั่งคงทางพลังงานและอาหาร เราเสนอว่าไทยพร้อมรองรับในการเป็นแหล่งอาหารของโลก ขณะเดียวกันเราก็ต้องการด้านพลังงาน ก็จะได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เรียกว่าวินวิน
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้ที่เราประชุมเป็นกรอบกว้างๆ ผู้นำทุกประเทศก็เห็นด้วย ลำดับต่อไปเราเสนอว่าน่าจะมีหน่วยงานหรือสำนักงานเป็นผู้ประสานงานในการนำทิศทางต่างๆที่ผู้นำแต่ละประเทศให้ไว้ไปประสานต่อเพื่อให้มีกลไกลในการเชื่อมโยง เพราะการประชุมครั้งหน้าเป็นระดับรัฐมนตรี มีทาจิกิสถานเป็นเจ้าภาพ ก็จะนำเรื่องนี้ไปคุยกัน
มีข่าวดีอีกอย่างคือ ทางคูเวตได้เสนอรวบรวมเงินเป็นกองทุนที่เขาอยากเห็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เสนอวงเงิน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คูเวตจัดสรรงบประมาณให้เรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การแก้ปัญหาด้านอาหาร วงเงินประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นแนวคิดที่ทางคูเวตเสนอก็ต้องมีการประชุมกันเพื่อร่างกรอบโครงเงื่อนไขในการรับกองทุนนี้ไปช่วยในแต่ละประเทศ ก็มีฝ่ายเลขาที่จะไปดำเนินการต่อ ทางคูเวตตอนนี้พร้อมจัดสรรเงินลงไปเลย เชื่อว่ากองทุนนี้จะใช้เวลาไม่นาน เป็นโอกาสอันดีของเราด้วยเพราะมุ่งหวังที่จะได้เห็นการพัฒนาทางเทคโนโลยีรองรับความมั่นคงทางอาหาร
ในส่วนของเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ในเวทีนี้เรายังไม่ลงรายละเอียด เช่น เรื่องข้าว แต่เราก็เสนอว่าเรามีทรัพยากรที่รองรับความต้องการของประเทศในภูมิภาค ส่วนประเทศที่มีความพร้อมในเรื่องพลังงานเขาก็จะเสนอว่ามีความพร้อมส่งออกได้แค่ไหน เพราะเป็นความร่วมมือโดยสมัครใจแต่ละประเทศ ก็ขึ้นกับแต่ละประเทศเห็นความสำคัญ
นายกฯกล่าวถึง กรณีไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในปี 2015 ว่า เรามองว่าวันที่เราจะเป็นเจ้าภาพ คือปี 2015 เป็นปีที่เราประกาศเป็นประชาคมอาเซียน เราก็มีความพร้อมในส่วนของอาเซียน ก็น่าจะเปิดให้ประเทศอื่นที่มีความพร้อมมาร่วมมือกัน ถ้าแต่ละประเทศพร้อม อาเซียนพร้อม ก็สามารถรองรับความต้องการของประเทศอื่นๆในเอเชียร่วมกัน







