posttoday
สินบนแก้เก้อ...ดีเอสไอหรี่ตาหาชุดดำ

สินบนแก้เก้อ...ดีเอสไอหรี่ตาหาชุดดำ

19 ตุลาคม 2555

ดีเอสไอตั้งรางวัลนำจับ ‘ชายชุดดำ’ รายละ 1 ล้านบาท ให้กับผู้ที่สามารถแจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุม 7 คดี

โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

“ดีเอสไอตั้งรางวัลนำจับ ‘ชายชุดดำ’ รายละ 1 ล้านบาท ให้กับผู้ที่สามารถแจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุม 7 คดี คือ สังหาร พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เจ้าหน้าที่ทหาร นักข่าวญี่ปุ่น นักข่าวอิตาลี และประชาชน ในเหตุการณ์ปี 2553” คำแถลงล่าสุดของ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2555

พึงพินิจดีเอสไออย่างยิ่งต่อการควานหาบุคคลที่ถูกบัญญัติศัพท์ว่า “ชายชุดดำ” ท่ามกลางคำถามถึงขั้นต้องตั้งรางวัลนำจับให้กับผู้แจ้งเบาะแส เหมือนคดีพิเศษอื่นๆ เชียวหรือ?

ดีเอสไอถูกตั้งขึ้นมาเพื่อสืบสวนสอบสวนคดีสำคัญที่มีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก ซึ่งคดีการเสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อเดือน เม.ย.พ.ค. 2553 จำนวน98 ศพ ถูกยกระดับให้เป็นคดีพิเศษ ดำเนินการสืบสวนสอบสวนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายรัฐบาลอภิสิทธิ์จนมาถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์

แต่ความเอาจริงเอาจังหาตัวผู้มีส่วนกระทำผิด ดูเหมือนบังเกิดขึ้นในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยเฉพาะการเชิญผู้เกี่ยวข้องในระดับออกนโยบายกระชับพื้นที่มาให้ปากคำ ล้วนถูกตั้งข้อสังเกตจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ แม้แต่ตัวแทนกองทัพ “ทำไมดีเอสไอถึงตั้งคำถามชี้นำราวกับให้ยอมรับผิดเป็นผู้สั่งการสังหารประชาชน”

กระทั่งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) สรุปผลการสอบสวนตอนหนึ่งระบุ “ชายชุดดำ” มีส่วนทำให้เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ประชาชนเสียชีวิต ย่อมทำให้กระบวนการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอถูกจับจ้องมากขึ้นอีก เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพยายามไม่กล่าวถึงกลุ่มชายชุดดำ แต่ให้น้ำหนักกับการเอาผิดฝ่ายการเมือง

การมีอยู่จริงของชายชุดดำแม้จะเป็นส่วนหนึ่งในรายงาน คอป. แต่ก็สร้างความไม่พอใจให้กับแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นอย่างยิ่ง ออกมาตอบโต้รายงาน คอป. พร้อมกับบอกมวลชนผู้สนับสนุนอย่าไปเชื่อเรื่องชายชุดดำ เหตุผลเพราะหากยอมรับมีชายชุดดำ ย่อมเพิ่มน้ำหนักความสัมพันธ์แกนนำคนเสื้อแดงที่กำลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายอยู่ด้วยอีกประการ ย่อมทำให้การตั้งโจทย์เอาผิดอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ และผู้เกี่ยวข้องมีน้ำหนักลดลง

เป็นจังหวะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อาศัยผลสรุป คอป.เดินสายแรลลีเพื่อตอกย้ำเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมาให้เห็นต้นเหตุสำคัญของความรุนแรงนำมาสู่การเสียชีวิตเจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชน มาจากชายชุดดำ

แน่นอนดีเอสไอซึ่งอยู่ท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายการเมือง ทั้งอดีตรัฐบาลที่มองว่าดีเอสไอเป็นเครื่องมือการเมือง ทั้งรัฐบาลปัจจุบันซึ่งวาดหวังว่าผลการสอบสวนคดีประชาชนเสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองจะต้องออกมาเป็นที่พึงพอใจฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล แต่เมื่อผลสอบ คอป.ออกมาระบุถึงการมีอยู่จริงของชายชุดดำ จึงไม่แปลกที่ดีเอสไอต้องกลับมาตั้งหลักกรณีชายชุดดำอีกครั้ง ด้วยการอาศัยข้อกฎหมายที่มีอยู่ตั้งสินบนให้ผู้ชี้เบาะแสชายชุดดำ

สินบนแก้เก้อ...ดีเอสไอหรี่ตาหาชุดดำ

 

ยิ่งหากดูกระบวนการสืบสวนสอบสวนในส่วนของพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะมาจากแกนนำคนเสื้อแดงบางราย เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนยอมรับมีขบวนการสายฮาร์ดคอร์ หรือกรณีการฝึกอาวุธบริเวณใกล้ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน การฝึกกองกำลังนักรบพระเจ้าตาก กองกำลังนักรบโรนิน มีทั้งหลักฐานคลิปวิดีโอเมื่อวันที่10 เม.ย. โดยผู้ชุมนุมตะโกนขึ้นว่า “คนชุดดำกำลังมาช่วยผู้ชุมนุม”

แม้แต่สำนวนการสอบสวนจากฝ่ายความมั่นคง ซึ่งทำงานร่วมกันในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้แต่ดีเอสไอเองก็ตามร่วมมือกันเข้าจับกุมบุคคลใกล้ชิด พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ก็สารภาพถึงโครงสร้างการทำงานภายใต้ชุดชายชุดดำ หรือคลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. 2553 ซึ่ง ศอฉ.ส่งมอบให้ดีเอสไอ “พบรถตู้ที่เคลื่อนไปจอดแยกสี่กั๊กแล้วมีกลุ่มชายชุดดำ 3 คน ขนอาวุธสงครามออกจากรถก่อนนำไปปะทะเจ้าหน้าที่ทหาร จนนำไปสู่การเสียชีวิตของ พล.อ.ร่มเกล้า” เหล่านี้ก็เป็นข้อมูลหลักฐานที่อยู่ในสำนวนจากหน่วยงานรัฐทั้งสิ้น

ยิ่งผลสรุปจาก คอป.ที่เชิญผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ ต่างระบุถึงพฤติการณ์ชายชุดดำ อย่าลืมว่า คอป.ก็ได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลชุดปัจจุบันให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในเหตุการณ์

แต่พยานบุคคล หลักฐานจากหน่วยงานเหล่านี้ เหตุใดดีเอสไอถึงไม่เชิญหรือนำมาประกอบการพิจารณา แม้แต่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ผ่านการทำสำนวนชายชุดดำสมัยเป็น ศอฉ.เองก็ตาม

ที่น่าสนใจ การตั้งสินบนนำจับตามที่ธาริต อรรถาธิบาย จะเป็นการให้สินบนผู้แจ้งเบาะแสใน 7 คดี ประกอบด้วย คดีของ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม และเจ้าหน้าที่ทหาร 5 นาย ที่ถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิต คดี พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง คดี ฮิโรยูกิ มูราโมโต นักข่าวชาวญี่ปุ่น คดี ฟลาบิโอ โปแลงกี นักข่าวชาวอิตาลี คดีพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ และคดียิงเอ็ม 79 และเอ็ม 16 ใส่ตำรวจบริเวณอาคารอื้อจือเหลียง และหน้าธนาคารกรุงไทยสาขาสีลม

ทั้ง 7 คดีชี้ให้เห็นว่า เป็นการให้น้ำหนักตามแรงกระทุ้งจากสังคมว่าชายชุดดำเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต เป็นการหันมาให้ความสำคัญที่ผิดแผกจากการติดตามคดีก่อนหน้านี้ที่เน้นในเรื่องการสอบสวนหาผู้สั่งการฆ่าประชาชน ย่อมสะท้อนให้เห็นว่าดีเอสไอต้องหันมาเดินตามกระแสตามหาชายชุดดำบ้าง หลังถูกโจมตีอย่างหนักรับออร์เดอร์รัฐบาลสีแดงเล่นงานรัฐบาลอภิสิทธิ์ฝ่ายเดียว

ทั้งที่การตั้งสินบนให้ผู้แจ้งเบาะแสควรดำเนินการมานานแล้ว หรือไม่จำเป็นต้องตั้งสินบนก็ได้ เนื่องจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ก็สามารถนำมาประกอบการพิจารณา เพียงแต่หรี่ตาทำเหมือนมองไม่เห็นชายชุดดำเท่านั้นเอง

แต่กับการปิ๊งไอเดียชนิดปัจจุบันทันด่วนเป็นเพราะภาคการเมืองเขย่าดีเอสไอตามเคยไม่แปลกที่จะมีเสียงตอบรับด้วยดี อย่างน้อยสุ้มเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ก็ออกมาชื่นชมเป็นเรื่องดีที่จะหาชายชุดดำที่มีส่วนในการลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารจนเสียชีวิต

สอดคล้องคำแถลงเปิดใจของธาริตเมื่อวันที่ 20 ก.ย. “ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอถูกโจมตีมากจนขวัญเสีย เพราะทำงานตรงไปตรงมา เลยถูกกลุ่มคนเกลียดชัง ทั้งฝ่ายเชียร์ นปช.และฝ่ายเชียร์อภิสิทธิ์กับสุเทพ ตลอดจนสื่อมวลชนหลายฉบับ ซึ่งสาธารณชนอาจเข้าใจผิดว่า กระบวนยุติธรรมผิดเพี้ยนเชื่อถือไม่ได้”

 เพราะกระบวนการสืบสวนสอบสวนกำลังถูกสังคมจับจ้องตรวจสอบอย่างหนัก

สินบนล่าชายชุดดำจึงมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เพียงแค่แก้เก้อเดินตามกระแส ในสถานการณ์ถูกเขย่าจากการเมืองสองฝ่าย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน