
ฝนทิ้งช่วงนาข้าจ่อยืนต้นตายนับหมื่นไร่
เกษตกรนครพนมเดือดร้อนหนักฝนทิ้งช่วงหนักสุดรอบ 10 ปีนาข้าวตั้งท้องใกล้ยืนต้นตายนับหมื่นไร่
เกษตกรนครพนมเดือดร้อนหนักฝนทิ้งช่วงหนักสุดรอบ 10 ปีนาข้าวตั้งท้องใกล้ยืนต้นตายนับหมื่นไร่
วันนี้(18 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากระดับน้ำโขงลดลงต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันอยู่ที่ระดับประมาณ 4.40 เมตร ส่งผลให้แม่น้ำสาขาในพื้นที่อำเภอต่างๆ ของจ.นครพนมแห้งขอด จนเกิดปัญหาภัยแล้งขยายวงกว้าง เช่นเดียวกันกับพื้นที่ ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า จ.นครพนม ชาวบ้านกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากนาข้าวที่กำลังตั้งท้องกำลังประสบปัญหาขาดน้ำ จากปัญหาฝนทิ้งช่วง และปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา ทำให้น้ำไม่พอเลี้ยงต้นข้าวที่อยู่ในช่วงตั้งท้อง และใกล้ถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว ทำให้พื้นที่ ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า จ.นครพนม มีพื้นที่นาข้าวที่ประสบปัญหาขาดน้ำ เหี่ยวแห้งรอยืนต้นตาย นับ 10,000 ไร่ โดยทางชาวบ้านต่างพากันระดมเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งสูบน้ำจากบ่อบาดาลขึ้นมาเลี้ยงต้นข้าวในเบื้องต้น บางรายยอมลงทุนค่าจ้างเป็นเงิน 10,000 – 20,000 บาท เจาะบ่อบาดาล เพื่อสูบน้ำมาหล่อเลี้ยงนาข้าว เพราะไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ พร้อมประสานงานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ไขเร่งด่วน
นายเวียง ไชยปัญหา ชาวบ้าน ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า จ.นคพรนม กล่าวว่า ในปีนี้ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า เดือดร้อนมากเนื่องจากนาข้าวขาดน้ำ เพราะฝนทิ้งช่วงบวกกับปริมาณน้ำฝนน้อย ทำให้ปริมาณน้ำไม่เพียงพอหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังตั้งท้องออกรวง และต้องใช้เวลากว่า 1 เดือน ถึงจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ ถือว่าหนักสุดในรอบ 10 ปี ไม่เคยเจอมาก่อน เบื้องต้นได้แก้ไขปัญหาด้วยการสูบน้ำบาดาลใต้ดินมาหล่อเลี้ยงไม่ให้ข้าวแห้งตาย เพราะไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีนาข้าวที่ประสบปัญหาขาดน้ำรอยืนต้นตาย ประมาณ 10,000 ไร่ หากไม่มีฝนตกลงมาในสัปดาห์นี้ จะได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมดแน่นอน วิงวอนหน่วยงานเกี่ยวข้องหาทางช่วยเหลือแก้ไข เพราะบางรายยอมลงทุนติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ต้องเสียค่าน้ำมันวันละ 1,000 – 2,000 บาท ขาดทุนซ้ำหนักอีก







