
นายกฯพบนักธุรกิจไทย-คูเวตขยายการค้า-ลงทุน
นายกรัฐมนตรี พบนักธุรกิจไทยและคูเวต เสริมสร้างความเชื่อมั่น ขยายการค้าการลงทุนร่วมกัน โดยเฉพาะด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน
นายกรัฐมนตรี พบนักธุรกิจไทยและคูเวต เสริมสร้างความเชื่อมั่น ขยายการค้าการลงทุนร่วมกัน โดยเฉพาะด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน
ภารกิจแรกของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศคูเวตอย่างเป็นทางการและเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำกรอบความร่วมมือเอเชีย หรือ ACD ระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคมนี้ โดยนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานกล่าวเปิดงานเลี้ยงรับรองเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประเทศคูเวตต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่โรงแรมมิสโซนิ (MISSONI) ซึ่งมีนักธุรกิจไทยและคูเวตเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
ขณะที่น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้แสดงวิสัยทัศน์กล่าวย้ำความสัมพันธ์ไทย-คูเวต ที่ยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ และความเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่เติบโตถึงร้อยละ 185 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และมีนักท่องเที่ยวคูเวตกว่า 4 หมื่นคนเข้ามาท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งแสดงถึงพื้นฐานที่เข้มแข็งในการเป็นหุ้นส่วนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุน เพราะรัฐบาลมีนโยบายเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินโดยเฉพาะเศรษฐกิจขั้นพื้นฐาน ซึ่งไทยมีแผนลงทุนกว่า 74,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางคมนาคม ทางรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงขยายฐานให้บริการของท่าอากาศยานนานาชาติของไทย โดยไทยจะเป็นศูนย์กลางประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นประตูสู่การลงทุนในพม่า ผ่านโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย ที่จะเป็นเส้นทางเชื่อมโยงไทยสู่อินเดียและตะวันออกกลาง สำหรับสาขาความร่วมมือที่มีศักยภาพของไทย คืออุตสาหกรรมสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมอาหาร ผ่านยุทธศาสตร์ครัวไทยสู่ครัวโลก ซึ่งไทยกำลังมองหาหุ้นส่วนที่จะช่วยผลิตและส่งออกผลิตภัณท์อาหารสู่ครัวโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ที่มีมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30 ในปีที่ผ่านมา รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลทางภาคใต้ของไทยที่สามารถผลิตสินค้าได้มาตรฐานส่งออก ขณะเดียวกันพลังงานถือเป็นส่วนสำคัญของการผลิตอาหาร จึงถือว่าความมั่นคงทางอาหารและพลังงานมีส่วนเชื่อมโยงกัน และสามารถขยายความร่วมมือไทย-คูเวต ให้เพิ่มขึ้น
นายกรัฐมนตรี คาดหวังว่า นักธุรกิจไทยและคูเวต จะได้ร่วมทุนกัน และทั้ง 2 ประเทศจะประสบความสำเร็จในการส่งเสริมความเข้มแข็งทางธุรกิจร่วมกัน







