posttoday
พล.ท.ภราดร ผงาดคุม สมช.คอนเนกชันการเมืองแก้ความมั่นคง

พล.ท.ภราดร ผงาดคุม สมช.คอนเนกชันการเมืองแก้ความมั่นคง

15 ตุลาคม 2555

หลังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เต็มตัว พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร

โดย...ปริญญา ชูเลขา

หลังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เต็มตัว พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร จึงยอมออกมาเปิดตัว และไขข้อกังขาว่าตัวเองไม่ใช่เด็กเส้นของ อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่เพราะด้วยมีฝีมือและเป็นที่ยอมรับระดับแนวหน้าด้านงานความมั่นคงจึงมานั่งคุม สมช.ได้

พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งได้รับมอบนโยบายจากรัฐบาลทันที 2 ด้าน คือการสร้างความปรองดองภายในชาติที่มีความขัดแย้งทางความคิดทางการเมือง และการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้น สมช.ในฐานะกลไกรัฐต้องอำนวยการสิ่งต่างๆ ให้การทำงานขับเคลื่อนให้สัมฤทธิผล

เร่งด่วนที่สุด คือ การจัดเวทีเปิดรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อนำไปสู่การสร้างสภาวะแวดล้อมไม่ให้เกิดความขัดแย้ง หมายความว่า สมช.เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดเวทีให้เต็มพื้นที่ สิ่งสำคัญคือ การสร้างเสรีภาพประชาธิปไตยเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่รากเหง้า

พล.ท.ภราดร ผงาดคุม สมช.คอนเนกชันการเมืองแก้ความมั่นคง

 

สำหรับเหตุผลว่าทำไมที่ผ่านมา ไม่ยอมปริปากพูดโต้แย้งคำครหาใดๆ “เพราะผมเป็นข้าราชการอาชีพ เป็นทหารอาชีพ คำสั่งจากผู้บังคับบัญชา คือ พรจากสวรรค์ ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งอะไรเลย

ตอนนี้ที่ยอมออกมาพูดเพราะต้องการให้สังคมเข้าใจว่าข้อเท็จจริงคืออะไร จากนั้นขอให้ประชาชนไปชั่งน้ำหนักความน่าเชื่อถือเอง เพราะสิ่งที่กล่าวไปสามารถตรวจสอบได้ว่าจริงหรือเท็จ”

“ฉะนั้น ตัวผมเองก็ต้องรู้จังหวะด้วย ที่สำคัญต้องเข้าใจระเบียบกติกาข้อบังคับทางราชการ และเข้าใจถึงนโยบายของรัฐบาล เพราะทราบกันดีว่าการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงเป็นอำนาจฝ่ายการเมือง”

“อยากถามว่าทำไมโยกย้ายปลัดกระทรวงมหาดไทยไปเป็นปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้อย่างไร หรือปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำไมถึงไม่มีใครพูดถึงเลย แต่กรณี สมช.ไม่ คงเพราะเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลที่บางคนไปคิดกันเอาเอง

เช่นเดียวกับรัฐบาลที่มองการจัดกำลังข้าราชการโดยมองในองค์รวมเป็นตะกร้าใหญ่ โดยมองสถานการณ์ สภาวะแวดล้อมในที่สุดต้องเลือกคนที่จะมาตอบสนองและผลักดันนโยบายของรัฐบาลได้เท่านั้นเอง” พล.ท.ภราดร กล่าว

อีกประเด็นที่อยากเน้นย้ำ คือ งานด้านความมั่นคงมีเป็นหลักสากลเหมือนกันทั่วโลก คือ การแต่งตั้งคนทำงานด้านความมั่นคง ระดับนโยบายต้องคัดสรรหรือคัดเลือกจากคนที่ไว้วางใจได้ที่สุด จากนั้นจึงมาพิจารณาความรู้ความสามารถประกอบ

หากไม่มีความรู้ความสามารถในตำแหน่งจริง คงไม่สามารถมาทำงานในตำแหน่งนี้ “ฝีมือไม่ต้องห่วงมีมานานแล้ว แต่ผมอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ เช่น ถ้าเป็นทหารก็เป็นทหารปืนใหญ่ ไม่ใช่ทหารราบที่อยู่แนวหน้าที่เมื่อรบชนะก็ได้เข้าไปปักธงชาติในพื้นที่ข้าศึก

แต่ความสำเร็จของทหารราบได้จากแสนยานุภาพของกำลังพลของทหารปืนใหญ่ที่ช่วยส่งเสริม เช่นเดียวกับหน่วยงานข่าวกับหน่วยยุทธการ ที่หน่วยยุทธการได้โอกาสขึ้นไปปักธงชาติก็เลยเท่กว่าหน่วยงานข่าวที่ทำงานอยู่เบื้องหลังและเปิดตัวไม่ได้ เช่นเดียวกับ สมช.การปรับโครงสร้างองค์กรได้เข้าไปมีส่วนร่วมอยู่เบื้องหลัง แต่สิ่งสำคัญคือต้องรู้บทบาทในการทำหน้าที่ข้าราชการ” พล.ท.ภราดร กล่าว

สำหรับข้อห่วงใยเกี่ยวกับการล้างบางคนในองค์กร สมช. ในสมัย ถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการ สมช.นั้น ขอให้มั่นใจว่าตำแหน่งรองเลขาธิการ สมช. ที่ว่างอยู่ได้เสนอคนภายใน สมช. เช่น สุรชัย นิระ ที่ปรึกษา เป็นรองเลขาธิการ สมช. ทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา แต่การตัดสินใจย่อมขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมือง รวมถึงตำแหน่งอื่นๆ

“อีกไม่นานจะได้เห็นผลงานว่าผมทำงานเป็น ทำงานได้ เดินงานเป็นได้ อีกอย่างที่โชคดี เพราะเสนาธิการทหารบกคนใหม่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ก็เป็นเพื่อนกัน หน่วยข่าวต่างๆ ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือแม้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง (ตท.20) ซึ่งเป็นรุ่นน้อง มีความสัมพันธ์กัน สรุปคือได้เปรียบในการประสานงานอยู่แล้ว”

เลขาธิการ สมช. ยืนยันว่าจะไม่ดึงคนนอกเข้ามาทำงาน เพราะทำงานมา 20 กว่าปีตั้งแต่ปี 2534 ก็สนิทสนมกับคนใน สมช.มาเป็นอย่างดี

“ผมรู้จักตั้งแต่คนขับรถไปจนถึงรองเลขาธิการ แม้แต่ท่านสมเกียรติ บุญชู อดีตรองเลขาธิการ สมช. ก็รู้จักกันเป็นอย่างดี จึงมีความเป็นพี่เป็นน้องสูง และถือว่าสำนักงานนี้ก็เหมือนบ้านหลังหนึ่ง เพราะแม้จะไปเรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ก็ไปในนามคน สมช. เพราะแม้แต่ตึกแดงหลังนี้ก็เคยมีส่วนร่วมในการประสานขอจัดสรรงบประมาณ สมัยนั้น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี จึงมีความต่อเนื่องและมีใจถึงกันกับคนใน สมช.มาตลอด

ทุกหน่วยก็มีทั้งกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่ แต่ตอนนี้มีเพียงกลุ่มเดียวคือกลุ่มที่เป็น สมช. โดยมีผมเป็นหัวหน้าราชการสูงสุดโดยไม่มีกลุ่มไม่มีเหล่าไม่มีพรรคไม่มีพวก มีแต่ สมช. และ พล.ท.ภราดร เป็นเลขาฯ

อยากฝากถึงท่านสมเกียรติ ก็รู้จักกันดีเคยไปอบรมที่สหรัฐมาด้วยกันเรื่องต่อต้านการก่อการร้าย แต่เมื่อปลายยอดมันแหลม เมื่อวิถีชีวิตหรือวิถีลิขิตของชีวิตเปลี่ยนไป จะให้ทำอย่างไรได้ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการระดับสูงทั้งทางทหารหรือพลเรือน เหมือนกับยอดพีระมิด เพราะเมื่ออำนาจตัดสินใจข้าราชการ ซี 11 เป็นอำนาจฝ่ายการเมืองจะให้ทำอย่างไรได้

...โดยเฉพาะงานด้านความมั่นคงต้องได้รับความไว้วางใจ ความรู้ความสามารถที่เหมาะสมกับตำแหน่ง และสภาวะแวดล้อมรวมถึงปัจจัยทางการเมืองประกอบด้วย” เลขาธิการ สมช. ระบุ

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน