posttoday
รัฐยันนาซ่าสำรวจเมฆไทยได้ประโยชน์

รัฐยันนาซ่าสำรวจเมฆไทยได้ประโยชน์

06 ตุลาคม 2555

สุรพงษ์ -ปลอดประสพ ร่วมแจงนาซ่าใช้อู่ตะเภาสำรวจอากาศ ยัน ปีหน้าเดินหน้าโครงการ -ไทยได้ประโยชน์ ปัดแลกวีซ่าทักษิณ

สุรพงษ์ -ปลอดประสพ ร่วมแจงนาซ่าใช้อู่ตะเภาสำรวจอากาศ ยัน ปีหน้าเดินหน้าโครงการ -ไทยได้ประโยชน์ ปัดแลกวีซ่าทักษิณ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เกี่ยวกับโครงการสำรวจเมฆของนาซ่า กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เกี่ยวกับโครงการสำรวจเมฆของนาซ่า กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน

โดยนายสุรพงษ์ กล่าวว่า เป็นโครงการที่นาซาขอมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลได้ให้นาซาชี้แจงเส้นทางการบินที่จะสำรวจน่านน้ำต่างๆ แล้ว พร้อมระบุมี ความพยายามให้ข่าวกล่าวหาว่า โครงการดังกล่าวเป็นการแลกเปลี่ยนการให้วีซ่ากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการเล่นการเมืองโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศ ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณทูตสหรัฐ ที่เข้าใจเหตุผลที่รัฐบาลไม่สามารถอนุญาตให้ใช้สนามบินได้ นายสุรพงษ์ ยังกล่าวถึงเหตุผลที่สหรัฐฯ เลือกประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการสำรวจ ว่า เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไทย-สหรัฐ มีความสัมพันธ์ที่ดีมายาวนาน อีกทั้งไทยมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ประกอบกับสนามบินอู่ตะเภามีความเหมาะสมที่สุดในการดำเนินการ ส่วนสาเหตุนาซาไม่ใช้สนามบินสุราษฎร์ธานี เพราะสนามบินดังกล่าวมีขนาดเล็ก

รัฐยันนาซ่าสำรวจเมฆไทยได้ประโยชน์

 

นายปลอดประสพ กล่าวว่า ในภาวะปกติงานวิจัยแบบนี้ คนหรือประเทศที่เจริญแล้วใฝ่จะทำ เพราะเป็นองค์ความรู้เกี่ยวกับบรรยากาศ เรื่องเมฆ รู้แล้วก็จะได้รู้ว่าฝนจะมากหรือน้อย ฝนมากก็น้ำท่วม ฝนน้อยก็น้ำแล้ง การที่เราอยู่กับธรรมชาติ ล่วงรู้ธรรมชาติ นอกจากจะปรับตัวได้แล้ว อาจจะล่วงหน้าได้นิดๆหน่อยๆ และการที่เราอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้น้ำท่วมทุกปียิ่งต้องสร้างความแม่นยำในความพยากรณ์อากาศ ต้องรู้จักเมฆ ลม เป็นเรื่องที่จำเป็นในทางพื้นฐาน ทั้งโลกตอนนี้เขาทำมาเกือบหมดแล้ว ในจีน และอินเดีย ทำหมดแล้วเหลือแต่ไทยที่ยังไม่ทำ ตอนนี้มาถึงเราเตรียมการมาล่วงหน้าเป็นปี เตรียมเครื่องบิน เครื่องมือวิทยาศาสตร์ คนทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไทย สิงคโปร์ เขมร นักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในประเทศข้างเคียง เขาเลือกประเทศไทย ใช้สนามบินอู่ตะเภา เพราะมีเครื่องบิน 4 ลำ

ถามว่าอู่ตะเภาดีอย่างไร การศึกษาครั้งนี้เขาเน้นศึกษาพื้นที่ทางทะเล 90% เพราะเขาสนใจไอเกลือ ที่ไปทำปฏิกริยากับความชื้นและเมฆทำให้เมฆไปมีพฤติกรรมเกิดฝนน้อยหรือมากและมีความเป็นพิเศษทางลบ เช่น กรณีการเผาป่า เผาทุ่ง พวกนี้ก็ไปเสริมไอเกลือที่มาจากทะเล เข้าไปด้วย นอกจากนั้นเขาก็บอกว่าประเทศไทยยอดมีทั้งมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิค เขาก็บอกนี่แหละดีที่สุด เป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่เขาทำมาแล้วทั่วโลก ถ้าทำสำเร็จก็ได้ประโยชน์ทั่วโลก ถามว่าทำไมต้องเป็นสนามบิน เพราะมีโรงเก็บเครื่องบินทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้ใช้ ใกล้กรุงเทพ เขาเอานักวิทยาศาสตร์เข้ามา 250 คน มีนักวิทยาศาสตร์เพื่อนบ้านอีก ก็เห็นว่าเหมาะที่จะอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ว่าเขาจะมาแอบรู้อะไร ผมก็อธิบายไปแล้วว่าทำไมต้องเป็นประเทศไทย ทำไมต้องเป็นอู่ตะเภา ผมก็บอกไปเลย

 

เครื่องบินที่เอาเข้ามาก็ไม่ใช่เครื่องบินทหาร มีเครื่องมือ 17 ตัวในเครื่อง บินความสูง 14 กิโลเมตร อีกอันก็เป็นเครื่องธรรมดา DC-8 ส่วนของไทยก็บินที่ความสูง 10 กิโลเมตร ส่วนของไทย ER-2 บิน18-21 กิโลเมตร มีเครื่องมือ 14 ตัว มีคน 2 คนนักบินกับผู้ช่วย ผู้ตั้งใจคัดค้านบอกว่าไปกัน 2 คน ส่วนเครื่องมือที่อยู่ข้างใน ตอนลงมาก็ต้องถอดออก ดังนั้นปัญหามันไม่ได้มี แต่ปัญหามันอยู่ที่คนสร้างปัญหา

ด้านสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ได้ยุติไปแล้วสำหรับปี 2555 แต่ผมไปพบท่านฮิลลารี ตอนเยือนทางการที่อเมริกา ก็พูดให้ท่านเข้าใจ เล่าใหัฟังว่ามีปัญหาเรื่องการเองในประเทศ ฝ่ายค้านออกมาต่อต้าน ท่านก็บอกว่าเข้าใจเหตุผลทางการเมือง ผมก็บอกว่าบางทีอาจเข้าสู่สภา ทางอเมริกาเขาก็ให้เกียรติว่าเข้าสู่สภาฯก่อน ซึ่งหลังจากผมกลับมา ครม.มีมติว่าเรื่องนี้ต้องเข้า 179 แต่ก็ตอบไม่ทันนาซ่า ที่สำคัญพอ ครม.มีมติต้องเข้า 179 ก็ไม่ทันเราก็ตอบเขาไปว่าไม่ทัน แต่หลังจากนั้นนายกฯไปพบนางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศของสหรัฐ ที่เสียมเรียบ สหรัฐบอกว่าถ้าปีหน้านาซ่ามีงบประมาณเรื่องนี้อยู่ก็ให้ทำ ซึ่งปีหน้าถ้าเราต้องทำร่วมมือกับเขาอีกเราก็จะได้อนุมัติได้เลย

นายปลอดประสพ กล่าวว่า การที่เขาจะมาเลือกประเทศใด ประเทศนั้นพื้นฐานวิทยาศาสตร์ต้องพร้อม ต้องวิเคราะห์ข้อมูลและใช้ข้อมูลด้วยกัน แสดงให้เห็นว่านาซ่ายอมรับไทย เพราะการนำนักวิทยาศาสตร์เราที่เก่งน้อยกว่าเขาเป็นโอกาสของเรา

"การศึกษาในโครงการดังกล่าวว่า กรณีการศึกษา มีการศึกษาเมฆ ทั้งชั้นกลาง ล่าง ต่ำ และสูง มีวิธีเลือกเยอะ ศึกษาลม การระเหย ไอเกลือ หรือไอเล็กๆที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เม็ดฝน คุณสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์ที่อยู่ในอากาศที่เรามองไม่เห็น 30 ชนิด พอรู้ว่าเมฆก่อตัวเขาก็ขึ้นไปเลย เข้าไปอยู่ในเมฆ แต่เครื่องบินของเราทำไม่ได้ ทำได้ก็ต้องไปเตรียมวัดไว้ ยังไม่พอ ต้องใช้ดาวเทียมอีก 4 ลูกในการติดตามเรื่องชั้นบรรยากาศ ถ้าประเทศไทยไม่ทำชาตินี้ก็ไม่ต้องทำ ซึ่งถ้าผ่านการศึกษานี้จะบอกเลยว่าฝนจะตกบ้านใคร"นายปลอดประสพ กล่าว

 

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI