
ปชป.ปูดเอกสารเผยทหารระแวงนาซ่า
ปชป.เปิดเอกสารเผย"ทหาร" ระแวงนาซ่า ข้องใจทำไมเชฟรอนร่วมสำรวจ หวั่น กระทบสัมพันธ์จีน-อินเดีย "ปลอดฯ"ยันเป็นแค่ฐานติดตั้งอุปกรณ์
ปชป.เปิดเอกสารเผย"ทหาร" ระแวงนาซ่า ข้องใจทำไมเชฟรอนร่วมสำรวจ หวั่น กระทบสัมพันธ์จีน-อินเดีย "ปลอดฯ"ยันเป็นแค่ฐานติดตั้งอุปกรณ์
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. การเปิดประชุมรัฐสภาเพื่ออภิปรายโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 179 เรื่องการอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) เข้ามาดำเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 ต.ค.เป็นไปอย่างเข้มข้น หลังจากฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตุว่าเป็นการดำเนินการเพื่อแลกผลประโยชน์ด้านพลังงานหรือไม่
นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า มีเอกสารประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยร่วมกับตัวแทนของนาซ่า คือ ดร.ฮาว มาร์ริง (Dr.Hal Maring) เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2555 ที่กระทรวงการต่างประเทศ พบว่ามีความข้อห่วงใยจากสำนักสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ว่าสหรัฐฯควรทำความเข้าใจประเทศในภูมิภาคนี้โดยเฉพาะจีนกับอินเดียที่คงจะไม่ละเลยเรื่องนี้เพราะมีขอบเขตการบินไปถึงบังคลาเทศ เนปาล และ ทะเลจีนใต้ รวมทั้งสงสัยเรื่องแหล่งพลังงานในภูมิภาคนี้เพราะการสำรวจอากาศต้องใช้สหวิทยาการแต่พบว่ามีชื่อของบริษัท เชฟรอนร่วมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่มีสัมปทานขุดเจาะพลังงานในไทย ปรากฏว่า ดร.ฮาว ไม่ได้ตอบคำถามเหล่านี้เลย
นายถาวร กล่าวว่า เช่นเดียวกับ สำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหมให้ข้อสังเกตว่าเห็นด้วยกับความเห็นของสมช.แต่นาซ่ายังไม่ให้ความมั่นใจว่าการสำรวจดังกล่าวจะไม่เกี่ยวกับภารกิจทางทหาร อาจส่งผลทางทหารและต่อภูมิภาคได้ จึงต้องขอให้สหรัฐฯให้ความมั่นใจว่าจะไม่สร้างความหวาดระแวง
"นอกจากนี้ยังมีเอกสารลงวันที่ 28 ก.ค.2554 ลงนามโดยพล.อ.บัณฑูร ติปยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กระทรวงกลาโหม ซึ่งส่งไปยังปลัดกระทรวงกลาโหมระบุว่า ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้และทรัพยากรธรรมชาติในอ่าวไทย ซึ่งเป็นประเด็นข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งบริษัทน้ำมันรายใหญ่ได้เข้ามามีผลประโยชน์แทบทั้งสิ้นแม้ว่านาซ่าจะทำงานในด้านวิทยาศาสตร์แต่ในบางกรณีก็ทำงานได้ด้านรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของสหรัฐฯ และ ข้อมูลที่สำรวจได้อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์เนื่องจากเป็นโครงการวิทยาศาสตร์ที่ข้อมูลส่วนใหญ่จะได้รับการเปิดเผยและนาซ่าเองก็ไม่สามารถรับรองความปลอดภัยของข้อมูลได้ว่าจะไม่มีการนำไปใช้ในทางที่ผิดจากผู้ไม่หวังดี"นายถาวร กล่าว
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชี้แจงว่า สำหรับกรณีของบริษัทเชฟรอนนั้นที่เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นบริษัทที่มีฐานขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย โดยมีภารกิจ คือ เป็นพื้นที่สำหรับติดตั้งเครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจสภาพการเปลี่ยนแปลงของสภาพบรรยากาศ (Sun photometer) บนฐานขุดเจาะโดยเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่นาซ่าขออนุญาตไทยนำเข้ามาใช้ในการดำเนินโครงการทำให้ปรากฏชื่อของบริษัทเชฟรอนในโครงการร่วมมือครั้งนี้ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสัมปทานน้ำมันใดๆทั้งสิ้น
ขณะที่ นายศริโชค โสภา สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ใช้สิทธิลุกขึ้นอภิปรายในที่ประชุมระบุว่า ไม่สบายใจต่อกรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบอกให้คนไทยแยกแยะว่าองค์การนาซาเป็นองค์กรเอกชนไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม และรัฐบาลสหรัฐอเมริกา แต่ขอยืนยันว่าองค์การนาซาดำเนินโครงการประสานกับทางกลาโหมของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการป้องกันขีปนาวุธตลอดมาตั้งแต่ปี 1984 1993 และ 1994 ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า 2 หน่วยงานนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน
นายศิริโชค ยังขอเปิดสไลด์ภาพนิ่งในที่ประชุมแสดงข้อมูลเส้นทางการเดินเรือโดยเฉพาะเส้นทางขนส่งน้ำมันจากเปอร์เซียมาประเทศจีนที่จะต้องผ่านช่องแคบมะละกา ทะเลจีนใต้ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียเข้าสู่ประเทศจีน โดยจีนต้องเสียค่าเดินเรือในเส้นทาง 58% จีนจึงต้องระมัดระวังยุทธศาสตร์การป้องกันไม่ว่าจะเป็นทางมหาสมุทรอินเดีย หรือ มหาสมุทรแปซิฟิก นอกจากนี้ยังเปิดภาพแผนที่ระบุประเทศที่จีนให้ความช่วยเหลือในแง่ของการเงินและเทคนิคการทหาร ครอบคลุมประเทศอินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ และเมื่อถัดจากอินเดียมาถึงอ่าวเปอร์เซียมีการตั้งค่ายทหาร สนามบิน และกองทัพของสหรัฐฯ จำนวนมาก โดยนายศิริโชคย้ำว่าจากข้อมูลที่แสดงรัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเรื่องนี้ไม่มีประเด็นความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะกระทบต่อประเทศไทยที่จะต้องถ่วงดุลอำนาจระหว่างจีนและสหรัฐฯ
“ดังนั้นเรื่องนี้เข้าข่ายมาตรา 190 ชัดเจนที่ระบุเงื่อนไขว่าหากมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางหรือสังคมของประเทศเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา” นายศิริโชคกล่าว
นายศริโชค กล่าวอีกว่า ไม่ได้มีเฉพาะสื่อในประเทศไทยเท่านั้นที่วิพากษ์โครงการดังกล่าว ยังมีสื่อต่างประเทศ เช่น สื่อซีซีทีวีของจีน ที่บอกว่าผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายถึงเหตุผลที่นาซาจะมาใช้อู่ตะเภา แต่ไม่เป็นที่ชัดเจนของบุคคลภายนอก สหรัฐฯ ใช้เรื่องนี้บังหน้าไม่ใช่เรื่องวิทยาศาสตร์ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด จากคำให้สัมภาษณ์ของ ผอ.สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศนั้นดูเหมือนว่าประเทศไทยจะไม่ให้ความสำคัญเรื่องเครื่องบินสอดแนมบินอยู่เหนือน่านฟ้าไทยแต่อย่างใด
นายศิริโชค ยังอภิปรายต่อว่า นอกจากนี้ยังมีสื่อรัสเซียที่ตีข่าวสหรัฐฯ เล็งใช้ไทยใช้เป็นฐานทัพถาวร ใช้การสำรวจชั้นบรรยากาศบังหน้า หวังคานอำนาจจีนกลับสู่ยุคสงครามเย็น ซึ่งสื่อยังตีข่าวอีกว่าแฉมะกันใช้อู่ตะเภาเป็นแหล่งเติมน้ำมัน ลำเลียงเสบียงบุคลากรไปยังอัฟกานิสถาน อิรักและส่งผู้ต้องสงสัยไปยังฐานทัพกวนตานาโมที่คิวบา พร้อมระบุว่าจีนกังวลหนัก กดดันประเทศในภูมิภาคเอเชียไม่ให้ร่วมมือสหรัฐ
จากนั้นมีการอภิปรายโต้เถียงไปมาระหว่างนายสุรพงศ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ และนายศิริโชคอย่างต่อเนื่อง ต่อมาในเวลาประมาณ 19.00 น. นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานรัฐสภาสั่งปิดการประชุม เนื่องจากเห็นว่าที่ประชุมได้ฟังความเห็นจากหลายฝ่ายเป็นที่สมควรแล้ว







