
รวบหนุ่มไลบีเรียลวงค้าเงินดำ
กองปราบรวบหนุ่มไลบีเรียหลอกตุ๋นนักธุรกิจอ้างมีเงินดำต้องการร่วมลงทุน
กองปราบรวบหนุ่มไลบีเรียหลอกตุ๋นนักธุรกิจอ้างมีเงินดำต้องการร่วมลงทุน
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ธนาวุฒิ ท้วมสมบุญ ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.ตุลยวัต เมืองทอง สว.กก.4 บก.ป. เปิดเผยผลการจับกุม นายซาล์ลเลส มิเชล ฟาบูเรส สัญชาติไลบีเรีย อายุ 32 ปี พร้อมของกลางกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ เช็คธนาคาร กสิกรไทย 10 ล้าน ตู้เซฟนิรภัย 2 เครื่อง กระดาษสีดำจำนวน 2 กล่องซึ่งอยู่ในตู้เซฟ หลังได้รับแจ้งว่าผู้ต้องหาได้ทำการหลอกลวงนักธุรกิจชาวต่างชาติค้าเงินดำ สูญไป 4 แสนบาท โดยสามารถจับกุมได้ที่ อาคารเลขที่ 216 ถนนพระราม 3 แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม
พ.ต.อ.ธนาวุฒิ กล่าวว่า กก.4 บก.ป. ได้รับแจ้งจาก น.ส.ปภาสิริ พิชิตอมร ผู้รับมอบจากนายฟิลลิป ชาริฟี่ นักธุรกิจชาวต่างชาติ ทำธุรกิจทำเครื่องจักรทำเหมือง ส่งออก โดยก่อนเกิดเหตุคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับการร้องเรียนจาก นายฟิลลิป ชาริฟี่ ผู้เสียหาย ว่านายซาล์ลเลส ซี่งเป็นชาวไลบีเรีย ได้หลอกลวงเอาเงินไปจำนวน 436,100 บาท
“ผู้ต้องหาเข้ามาตีสนิทกับเหยื่อ โดยอ้างว่าต้องการร่วมลงทุนประกอบธุรกิจกับเหยื่อ โดยผู้ถูกจับกุมมีเงินอยู่จำนวน 5 ล้านดอลล่าร์ หรือประมาณ 150 ล้านบาท แต่เงินจำนวนดังกล่าวถูกรัฐบาลประเทศของผู้ถูกจับกุมเคลือบด้วยน้ำยาเคมีสีดำไว้ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ ทั้งนี้ หากใครต้องการนำไปใช้ก็ต้องมีน้ำยาเคมีล้างออกเสียก่อน หลังจากนั้น ผู้ต้องหาก็ได้ขอเงินจากผู้เสียหาย จำนวน 436,100 บาท เพื่อนำไปซื้อน้ำยาเคมีมาล้างออก ซึ่งเหยื่อได้หลงกลให้เงินจำนวนดังกล่าวไป” พ.ต.อ.ธนาวุฒิ กล่าว
ผกก.5 บก.ป. กล่าวอีกว่า หลังจากนั้น นายซาล์ลเลส ได้ทำทีมอบกระเป๋าเดินทาง จำนวน 2 ใบ แก่เหยื่อโดยบอกว่าในกระเป๋ามีเงินดอลล่าร์ จำนวน 5 ล้านดอลล่าร์ หรือประมาณ 150 ล้านบาท ให้ผู้เสียหายเก็บไว้ เมื่อได้น้ำยาเคมีมาแล้วจะนำไปล้างแล้วเอาเงินมาร่วมลงทุนธุรกิจ
“เมื่อผู้ต้องหาได้ติดต่อมายังผู้เสียหายอีกครั้งและขอเงินอีกจำนวน จำนวน 3 แสนดอลล่าร์ หรือประมาณ 10 ล้านบาท อ้างว่าต้องการนำไปซื้อน้ำยาเคมีเพิ่มเติม แต่ผู้เสียหายเริ่มสงสัยว่ากำลังถูกหลอกลวง จึงได้แจ้งและร้องเรียนเรื่องดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้วางแผนเข้าทำการจับกุม โดยให้นายซาล์ลเลส เดินทางไปเอาเงินจำนวน 3 แสนดอลล่าร์ หรือประมาณ 10 ล้านบาท มาที่นัดพบย่านพระราม 3 ตำรวจจึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจค้นพบของกลางกระดาษสีดำคล้ายธนบัตร ซุกซ่อนอยู่ในตู้เซฟ กระเป๋าเดินทางสีดำจำนวนหลายใบ ซึ่งนายซาล์ลเลสยอมรับว่าเป็นเจ้าของและได้นำไปหลอกลวงเอาเงินจากเหยื่อจริง
เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา พยายามฉ้อโกง เพื่อส่งพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ดำเนินคดีกฎหมายต่อไป







