
จ่าเพียร กับ พ.ต.ท.ทักษิณ
....สมผล ตระกูลรุ่ง
วันนี้คืออนาคตของเมื่อวาน และจะเป็นอดีตของวันพรุ่งนี้ ฉะนั้น ถ้าเราศึกษาอดีตให้กว้างไกล เราจะเข้าใจปัจจุบันและคาดการณ์อนาคตได้ เราจึงเรียนประวัติศาสตร์เพื่อให้รู้อนาคต
ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าคนที่เป็นที่นิยมชมชอบของคนทั่วไปแม้ส่วนใหญ่จะเป็นคนดี แต่ก็มีไม่น้อยที่เป็นคนเลว เพราะมีคนจำนวนมากไม่ชอบความถูกต้อง แต่ชอบความถูกใจ
ฮิตเลอร์ เป็นผู้นำที่มีผู้คนนิยมชมชอบ จนสามารถก่อสงครามโลกได้ ยันตระได้รับความนิยมจากชาวพุทธ มีคนแห่ไปใส่บาตรมืดฟ้ามัวดินตั้งแต่เช้ายันเที่ยง
แต่ฮิตเลอร์ก็ไม่ใช่คนดี เป็นจอมเผด็จการที่ทำลายล้างชีวิตมนุษย์ ยันตระไม่ใช่พระแท้ แต่เป็นจอมลวงโลก การจะรู้ธาตุแท้ของคน จึงไม่ใช่ดูแต่ปัจจุบัน แต่ควรศึกษาจากอดีต
ข่าวการเสียชีวิตของจ่าเพียร หรือ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา นักรบแห่งเทือกเขาบูโดทำให้ผู้คนรู้จักนายตำรวจผู้กล้า นักรบผู้เสียสละ ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติถูกสังคมกดดันให้ทบทวนระบบการแต่งตั้งโยกย้ายที่ทุกคนเชื่อว่ามีแต่การวิ่งเต้น ใช้เงินซื้อตำแหน่ง
ตามประวัติจ่าเพียรรับราชการตั้งแต่พลตำรวจจนถึงยศ พ.ต.อ.ในตำแหน่งผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบันนังสตา พื้นที่เสี่ยงภัยสุดๆ ตลอดชีวิตราชการ 40 ปี ในสามจังหวัดชายแดนใต้ พื้นที่ที่ไม่มีใครอยากไป
จ่าเพียรได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน ในฐานะเป็นนักรบผู้กล้า ที่ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่จ่าเพียรยังคงมุ่งมั่นรับใช้ราชการไม่มีความทะเยอทะยาน ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง ไม่เคยติดตามนักการเมือง ไม่เคยเข้าหาผู้มีอำนาจเพื่อขอสัมปทานใดๆ ไม่เคยใช้เวลาราชการไปทำมาหากิน
แม้ในช่วงเวลาที่จ่าเพียรควรจะได้บำเหน็จตอบแทนความดีบ้าง ก็ไม่มีโอกาส การขอย้ายกลับไปบ้านที่ตรังเพื่อจะได้อยู่กับครอบครัวก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม และต้องเดิมพันด้วยชีวิต แม้ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติไม่เคยประกาศว่าถ้าไม่ได้ย้ายประเทศนี้ต้องเละ
จ่าเพียรไม่เคยแม้แต่จะคิดทำร้ายประเทศไทยยังคงทำหน้าที่ปกป้องรักษาประเทศไทยต่อไป เพื่อรอความเป็นธรรม
จ่าเพียรไม่เคยสอนลูกให้โกหกเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ท่านสอนลูกน้องให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แม้ไม่มีใครเห็น แต่ฟ้าเห็น แล้ววันนี้ จ่าเพียรได้จากไปอย่างสมศักดิ์ศรี ทิ้งไว้แต่วีรกรรมที่จะอยู่ในใจของคนไทยตลอดไป
ในช่วงเวลาที่จ่าเพียรเสียชีวิต แม้จะเป็นข่าวใหญ่โต แต่กระแสกองทัพเสื้อแดงของ พ.ต.ท.ทักษิณ แทรกพื้นที่ข่าวไปเกือบหมด
พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศสงครามเพื่ออะไร คนที่ไม่ได้กินแกลบกินหญ้า รู้ดีว่าเขาทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิด
พ.ต.ท.ทักษิณ เริ่มต้นชีวิตราชการเป็นนายตำรวจติดยศ ร.ต.ต. ได้รับทุน ก.พ. ให้ไปเรียนต่อสาขากระบวนการยุติธรรมที่สหรัฐอเมริกา จนจบปริญญาเอกเมื่อปี 2521 ระหว่างรับราชการ พ.ต.ท.ทักษิณ เลือกที่จะเป็นนายตำรวจติดตามนักการเมืองและประกอบธุรกิจส่วนตัว เพียงไม่กี่ปีก็ลาออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัว ความรู้ความสามารถที่ได้รับทุนจากประเทศนี้ไปเรียนไม่ได้นำมารับใช้ประเทศชาติให้คุ้มกับทุนที่ได้รับเลย
พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยนอนกอดปืนต่อสู้กับคนร้าย ไม่เคยเสี่ยงชีวิตในพื้นที่อันตราย เขาร่ำรวยจากธุรกิจโทรคมนาคม ซึ่งเป็นธุรกิจผูกขาด และก็เป็นทรัพยากรของประเทศ โดยเข้าหาหัวหน้าคณะปฏิวัติจึงได้สัมปทาน จนเป็นมหาเศรษฐีภายในเวลาไม่ถึงสิบปี มีเงินเป็นแสนล้าน
แล้วเมื่อจะเข้ามาสู่ถนนการเมือง ก็สร้างวีรกรรม ซุกหุ้นไว้กับคนรับใช้ คนสวน คนรถ เมื่อได้เป็นผู้กุมอำนาจรัฐ ก็ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของครอบครัวและพวกพ้อง
ถึงวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกกระบวนการยุติธรรมพิพากษาว่าทำผิดกฎหมาย แต่แทนที่จะต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมายให้สมศักดิ์ศรี ดอกเตอร์ทางกระบวนการยุติธรรม แต่กลับใช้พลังเงินที่ได้จากทรัพยากรของประเทศข่มขู่ เรียกร้อง ให้ปลดปล่อยตัวเองจากความผิด เอาคนไทยทั้งประเทศเป็นตัวประกัน ประกาศว่าจะทำให้ประเทศไทยเละ
พ.ต.ท.ทักษิณ เรียกร้องหาความเป็นธรรม โดยไม่ใช้กระบวนการทางกฎหมาย สอนลูกสอนเมียให้โกหกบิดเบือนความจริงต่อศาล เพื่อปกป้องรักษาทรัพย์สมบัติ ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เรียกร้อง ไม่อาจเปรียบเทียบกับการเรียกร้องของจ่าเพียรได้เลย เพราะจ่าเพียรเรียกร้องเพื่อความปลอดภัยของชีวิต ความตายของจ่าเพียรน่าจะเป็นอนุสติให้กับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่แทนที่จะนำไปใช้เป็นประโยชน์ กลับจะใช้กระแสจ่าเพียรให้ลูกขึ้นเวทีโจมตีฝ่ายตรงข้าม เพราะชีวิตก็มีเพียงเท่านี้ ร่ำรวยแค่ไหนก็เอาอะไรไปไม่ได้ ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ยังเล็กกว่าโลง
พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับประโยชน์จากประเทศไปมากแล้ว มากกว่าจ่าเพียร มากกว่าคนอื่นๆ ทั้งประเทศ แต่กลับสนองคุณของประเทศด้วยการกล่าวร้ายโจมตีประเทศไทย
จ่าเพียรมีธงชาติคลุมร่างกลับบ้าน ผู้คนชื่นชมทั่วทั้งประเทศ
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีโอกาสที่จะเลือกว่า จะกลับบ้านอย่างคนทั่วไป หรือจะมีเพียงผ้าขาวห่อกระดูกกลับบ้านเท่านั้น







