posttoday
ม็อบยืดเยื้อเศรษฐกิจฟุบ

ม็อบยืดเยื้อเศรษฐกิจฟุบ

22 มีนาคม 2553

 

เกมการเมืองที่กลุ่มคนเสื้อแดงเปิดออกมาและยื่นข้อเสนอที่ไม่สามารถจะประนีประนอมกับรัฐบาลได้ ส่อเค้าว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อแน่นอนแล้ว ความชัดเจนในเรื่องนี้ได้สร้างความไม่สบายใจให้กับภาคเอกชนที่เกรงว่าเศรษฐกิจไทยที่กำลังดูแนวโน้มจะฟื้นตัว จะสะดุดเพราะปัญหาการเมือง

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อก็ได้แต่ต้องไม่มีความรุนแรง และไม่กีดขวางการจราจร โดยย้ายไปชุมนุมให้เป็นที่เป็นทาง เช่น บริเวณสนามหลวง เป็นต้น เนื่องจากถ้าก่อให้เกิดปัญหาการจราจรบ่อยๆ คนกรุงเทพฯ จะไม่ยอมรับ และต่อต้านการชุนนุมได้

ขณะที่ฝ่ายภาคธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า อาจได้รับผลกระทบบ้าง เพราะคนออกมาจับจ่ายใช้สอยน้อยลง เนื่องจากกลัวปัญหาการจราจร ซึ่งในจุดนี้ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมไม่กีดขวางการจรจาจร ประชาชนก็จะมีความเชื่อมั่น และออกมาใช้จ่ายอย่างปกติ

“ความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ หรือการค้า การส่งออก และภาคการผลิต ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมโดยตรงในครั้งนี้ ตลาดหุ้นยังอยู่ในระดับที่ดี มีเพียงแค่ธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเท่านั้น ซึ่งการเตรียมการรองรับก็ยังไม่มีอะไร เพราะสถานการณ์ยังอยู่ในภาวะที่ควบคุมได้” นายสันติ กล่าว

ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ภาคธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า อาจได้รับผลกระทบบ้าง เพราะคนออกมาจับจ่ายใช้สอยน้อยลง เนื่องจากกลัวปัญหาการจราจร ซึ่งในจุดนี้ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมไม่กีดขวางการจราจร ประชาชนก็จะมีความเชื่อมั่น และออกมาใช้จ่ายอย่างปกติ

นายสันติ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการเปิดเวทีเจรจาระหว่างรัฐบาลและฝ่ายผู้ชุมนุม ถือเป็นแนวทางที่ดีที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องการหาสันติวิธีในการอยู่ร่วมกัน โดยผลของการเจรจาทั้ง 2 ฝ่ายก็ต้องยอมรับร่วมกัน และพร้อมดำเนินการตามที่ได้เจรจาไว้ จึงจะเป็นแนวทางการเจรจาที่ได้ผล

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อแต่ไม่มีความรุนแรงก็ไม่มีปัญหา ทุกฝ่ายยอมรับได้ แต่ถ้ามีการออกมาเดินขบวนขัดขวางการจราจรอย่างวันที่ 21 มี.ค. ที่ผ่านมา ทุกวัน หรือทุกสัปดาห์ก็จะเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจขึ้นได้ เพราะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางออกมาจับจ่ายใช้สอย

“ในส่วนของภาคเอกชนเองไม่ได้รับผลกระทบมาก แต่อยากให้จบเร็วๆ เพราะกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ ส่วนปัญหาการจราจรก็ลำบากขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับ ซึ่งหากนานๆ ไปคนประท้วงเองจะเป็นผู้เสียหาย ส่วนมาตรการรองรับการชุมนุมยืดเยื้อในขณะนี้ยังไม่มีอะไรเป็นพิเศษ” นายพรศิลป์ กล่าว

ขณะที่ปัญหานักธุรกิจต่างชาติยกเลิกการเดินทางมาเจรจาธุรกิจในเมืองไทยนั้น ในช่วงแรกก็เกิดขึ้นบ้าง เพราะยังไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจน จึงหวาดกลัวไปก่อน แต่ตอนนี้นักธุรกิจก็เริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ามาเจรจาธุรกิจในเมืองไทยแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร เพราะมีการสื่อสารระหว่างกันทั้งจากทางสถานทูตและจากผู้เจรจาธุรกิจด้วยกันเอง ทำให้นักธุรกิจต่างชาติมีความเชื่อมั่นและเข้าใจสถานการณ์ในระดับหนึ่ง

นายพรศิลป์ กล่าวว่า ด้านแนวทางการเจรจาของทั้งสองฝ่าย เป็นความคิดที่ดี แต่ต้องไม่มีการตั้งเงื่อนไขล่วงหน้า เช่น ต้องยุบสภาก่อนค่อยเจรจา หรือต้องให้นายกรัฐมนตรีมาเป็นผู้เจรจาเท่านั้น เพราะเป็นเงื่อนไขที่เกินความจริง ส่วนผู้ที่เป็นตัวแทนในการเจรจาจากทั้งสองฝ่าย ต้องมีความจริงใจในการแก้ปัญหา และมีอำนาจในการตัดสินใจพอสมควร นอกจากนี้การเจรจาต้องมีข้อตกลงที่ชัดเจน ประกาศให้ประชาชนรับรู้ และทุกฝ่ายทำตามข้อตกลงที่ตั้งไว้ ซึ่งระยะเวลาหลังจากนี้ทุกฝ่ายคงต้องอดทนต่อไปในการแก้ปัญหา

นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เอกชัยดีสทริบิวชั่น ซิสเทม ผู้บริหารห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ เทสโก้ โลตัส กล่าวว่าจากการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทบยอดขายห้างเทสโก้ฯ ลดลงไปเฉลี่ยรวมทุกสาขาประมาณ 10% ส่วนสาขาที่อยู่ใกล้สถานที่ชุมนุมประมาณ 67 สาขา มียอดขายลดลงมากกว่า 10% เนื่องจากมีจำนวนลูกค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งบริษัทหวังว่าปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะคลี่คลายในเร็ววันนี้

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์มีความยืดเยื้อต่อไปบริษัทยังไม่มีแนวคิดปรับแผนการดำเนินธุรกิจแต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทมีการบริหารจัดการทางสินค้าที่ดี และมีพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจที่ดี ซึ่งบริษัทยังคงดำเนินงานตามแผนเดิมมีทั้งการจัดกิจกรรมอีเวนต์ และแคมเปญส่งเสริมการขายในการดึงดูดลูกค้าเข้าใช้บริการ

สำหรับสิ่งที่บริษัทเป็นห่วงอยู่ในขณะนี้ คือ ภาพรวมเศรษฐกิจและความมั่นใจของผู้บริโภค เพราะจากปัญหาที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้กำลังซื้อที่กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องต้องกลับมาสะดุดอีกครั้ง ซึ่งนับจากต้นปี 2553 ที่ผ่านมา ทุกอย่างส่งสัญญาณดีขึ้น ภาพลักษณ์ประเทศไทยก็ดี แต่มีข้อเสียอย่างเดียวคือ การเมือง

“ทุกครั้งที่เกิดปัญหาการชุมนุมขึ้น ตลาดค้าปลีกในต่างจังหวัดค่อนข้างได้รับผลกระทบน้อยหรือไม่ได้รับ คือในต่างจังหวัดไม่ได้มีปัญหา ร้านค้ายังขายของได้ แต่กรุงเทพฯ จะกระเทือนทุกครั้ง ซึ่งเชื่อว่าทุกฝ่ายอยากให้การชุมนุมและทุกปัญหายุติกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว” นายดามพ์ กล่าว

ทั้งนี้หากภาพรวมความเชื่อมั่นผู้บริโภคไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะจัดกิจกรรมทางการตลาดใดๆออกมา ก็อาจกระตุ้นกำลังซื้อได้ไม่มากนัก โดยเฉพาะอัตราการเติบโตเศรษฐกิจประเทศที่ปีนี้วางเป้าไว้ที่ 4.55% ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะรายได้ที่มาจากภาคการท่องเที่ยวทั้งกำลังซื้อที่มาจากในและต่างประเทศ ซึ่งเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายในประเทศทั้งรัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุมนปช.ควรคำนึงถึง จากภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมที่กำลังฟื้นตัวในขณะนี้

ส.ผู้ค้าปลีก ชี้ม็อบยืดสะดุดค้าปลีกหดตัว

นายธนภณ ตั้งคณานันท์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า หากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองมีความรุนแรงและยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบถึงภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในปีนี้ให้มีอัตราการเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเติบโตได้ที่ 67%

จากภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 67% เนื่องจากเริ่มมีสัญญาณที่ดีจากผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่น และออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น แต่ทั้งนี้คงต้องรอดูสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงนี้ก่อน เพราะหากเกิดความรุนแรงอาจส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจกลับมาชะลอตัวตามความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อาจจะลดลง ซึ่งในส่วนของสมาคมก็ได้มีการพูดคุยกับสมาชิกถึงการป้องกันปัญหาหากการเมืองเกิดความรุนแรง ด้วยการตรวจสอบรถยนต์และลูกค้าเข้าออกภายในห้างค้าปลีก

ขณะที่การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความวุ่นวายมากนัก สังเกตได้จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ยังคงออกมาจับจ่ายใช้สอยตามปกติ เพียงแต่จะเปลี่ยนจากการเดินทางไปซื้อสินค้าไกลบ้านเป็นใกล้บ้านมากขึ้น ด้วยยังคงมีความกังวลกับปัญหาดังกล่าว แต่จากการที่สินค้าอุปโภคบริโภคเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน จึงทำให้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้น ประกอบกับมั่นใจว่าภาครัฐจะสามารถแก้ไขปัญหาให้ผ่านไปได้ด้วยดี

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน