
รายงานพิเศษ:“ร้านนี้สีชมพู” เสียงของคนไม่เลือกข้าง
ในวันที่บ้านเมืองแบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีคนกลุ่มหนึ่งที่เฝ้าดูอย่างเงียบสงบภายในบ้าน ไม่แสดงตัวออกว่าเป็นเสื้อเหลือง หรือเสื้อแดง มีเพียงความเบื่อหน่าย ที่ต้องทนต่อความวุ่นวายในภาวะจำยอม
ในวันที่บ้านเมืองแบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีคนกลุ่มหนึ่งที่เฝ้าดูอย่างเงียบสงบภายในบ้าน ไม่แสดงตัวออกว่าเป็นเสื้อเหลือง หรือเสื้อแดง มีเพียงความเบื่อหน่าย ที่ต้องทนต่อความวุ่นวายในภาวะจำยอม
โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์
ในวันที่บ้านเมืองแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แต่กลับมีคนกลุ่มหนึ่งที่เฝ้าดูอย่างเงียบสงบภายในบ้าน ไม่แสดงตัวออกว่าเป็นเสื้อเหลือง หรือเสื้อแดง มีเพียงความเบื่อหน่าย ที่ต้องทนต่อความวุ่นวาย กลายเป็นกลุ่มคนที่ต้องอดทนในภาวะจำยอม
หากลองเดินสำรวจตามตรอกซอกซอยในชุมชน จะพบว่าคนกลุ่มนี้มีจำนวนไม่น้อย เลาะเลียบแค่ชุมชนใกล้บริเวณที่มีการชุมนุม อย่างเทเวศร์ บางลำพู สามเสน อย่างน้อยจะรู้สึกได้ถึงพลังเงียบของคนกรุงเทพตัวจริง
คำแรกที่ “นำชัย” เจ้าของร้านแว่นตาแสงทองการแว่น ย่านบางลำพู ระบายความรู้สึกคือ“เบื่อ”
“ตอนนี้ผมอยู่ในอารมณ์เบื่อ ไม่รู้จะจบยังไง หาคำตอบไม่ได้” พ่อค้าขายแว่นมองออกไปนอกร้าน ถนนบางลำพูวันนี้เงียบเหงาถนัดใจ
“ผมเป็นคนค้าขาย มันกระทบแน่นอน ค้าขายได้น้อยลง เพราะคนไม่มา คนรู้ว่าเดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวก ใช้วิธีปิดถนนทำให้คนเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นสีไหน ถ้าใช้วิธีนี้ มันก็ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้อง”
นำชัย ยืนยันหนักแน่น ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายไหน และไม่ได้อยู่สีอะไร ที่ผ่านมาไม่เคยร่วมชุมนุมกับทุกสี แต่เป็นคนที่ติดตามข่าว ใช้วิธีอยู่ในบ้าน ดูข่าวโทรทัศน์ อ่านหนังสือพิมพ์
เขายังพูดติดตลกด้วยว่า ถ้าคนเสื้อแดงมาเล่นน้ำสงกรานต์หน้าบ้านวันนี้ ก็จะต่อสายยางให้ เหมือนที่เคยต่อสายยางให้ทหารเล่นน้ำในเดือนเม.ย.ครั้งที่มีการปฎิวัติ เพราะไม่ว่าจะเสื้อสีอะไร ก็คนไทยเหมือนกัน แต่วันนี้อยากให้ทุกอย่างจบ ทุกคนเดินทางกลับบ้าน และไม่เดินทางมาปิดถนนร่วมชุมนุมอีก
“ผมอยากให้คนไทยเลิกแบ่งแยกสี ส่วนนักการเมืองก็กลับเข้าไปคุยกันในสภาดีกว่าออกมาประท้วงตามถนนอย่างถาวร” ชายหนุ่มวิงวอน พร้อมยืนยันว่าตัวเองเป็นคนกรุงเทพ 100% เกิดและอยู่กินบนถนนสายนี้มา 25 ปี ฉะนั้นหากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ว่ากลุ่มใดที่อ้างว่า คนกรุงเทพเห็นด้วยกับการชุมนุม ก็ต้องกลับไปถามว่า ไปถามใคร ไม่อยากให้ใครก็ตามเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน ที่ทำกันอยู่อย่างนี้ยิ่งทำให้บ้านเมืองไม่ก้าวหน้า
ด้านนางละเมียด หนุนภักดี อายุ 63 ปี แม่ค้าขายข้าวแกงมีชื่อเล่น “ป้าแดง” อยู่ฝั่งตรงข้ามซอยไกรสีห์ บางลำพู หัวเราะร่วนเมื่อถูกถามร้านนี้สีอะไร “ลูกค้าก็ชอบถามเห็นป้าชื่อแดง ถามว่าเราอยู่สีเหลืองหรือสีแดง ป้าก็บอกไป เรามีสีชมพูสีเดียว” พูดพลางชี้นิ้วให้ดูรูปในหลวงที่ติดผนังอยู่เต็มพรืด หนำซ้ำยังติดธงชาติรอบร้าน ส่วนพนักงานทุกคนก็พร้อมใจกันใส่เสื้อสีชมพู
ป้าแดงบอกว่า ถ้าแวะมาวันจันทร์จะเห็นทุกคนในร้านใส่เสื้อสีชมพู เพราะเป็นสีมงคล ลูกหลานร้านนี้ทุกคนทำให้ในหลวง
“ใจป้าก็ภาวนาให้คนไทยรักกัน ช่วยกันอธิษฐานให้ในหลวงอายุยืนนาน แผ่นดินไทยอยู่ได้เพราะในหลวง ไม่ใช่เพราะนายกฯ หรือเพราะรัฐมนตรี ไม่รู้นะ ตอนนี้ป้ารู้สึกเสียใจ ทำไมคนไทยต้องแบ่งแยกกัน แบ่งเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ไม่รู้ ตอนนี้ทุกคนทำอะไรไม่คิดถึงเจ้าของบ้าน ซึ่งคือในหลวงของเรา เอาสถานที่ท่านมาทำกันอย่างนี้ คิดแล้วไม่ถูกต้อง แล้วทุกคนก็บอกว่าทำเพื่อในหลวง” ป้าแดงกล่าว
ป้าแดงออกตัว เป็นคนไม่มีความรู้ เป็นเพียงแม่ค้าธรรมดาที่มีใจอยากทำอาหารอร่อย ๆ ให้ลูกค้ากิน แต่วันนี้เสียใจที่ลูกค้าเดินเข้ามาในร้านไม่ได้ เพราะถนนถูกปิด หนำซ้ำยังต้องมาเสียใจกับคนไทยด้วยกันทะเลาะกัน คนที่เคยรักกันวันนี้ต้องมาแบ่งแยกกัน ความอบอุ่น ความมีน้ำใจ ซึ่งเป็นนิสัยเดิมของคนไทยหายไหนหมด
“วันนี้คนไทยไม่รักกัน แต่ไปรักสีนั้นสีนี้ ไม่ถูกต้อง นี่ไม่ใช่นิสัยของคนไทย คนที่มีอำนาจ มีวิชาความรู้ ช่วยกันคิดหน่อย จะทำยังไงให้ประเทศไทยกลับมารักใคร่กัน” ป้าแดงกล่าว
ขณะที่ “ป้าแตง” วัย 70 ปี รับซักรีดผ้าในซอยสามเสน 2 วิงวอนขอให้ทุกคนอย่าเลือกสี ให้เลือกในหลวง เลือกพระเจ้าแผ่นดินดีที่สุด
“ถ้าเราไม่รักกษัตริย์แล้วเราจะรักใคร” ป้าตั้งคำถามกับเรา
“ทุกคนเกิดมาในแผ่นดินนี้ น่าจะรักใคร่กัน ทุกวันนี้ที่พวกเราอยู่ได้ มีกินมีอยู่ได้ ก็เพราะเรามีพระเจ้าแผ่นดินที่ทำงานหนักเพื่อประชาชน อย่างป้า ก็เชื่อว่าตัวป้าอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ก็เพราะพระเจ้าแผ่นดิน ป้าจึงรักพระเจ้าแผ่นดิน แต่ตอนนี้คนไทยไม่รักในหลวง ไม่รักแผ่นดิน ป้าสงสารในหลวง ตอนนี้พระองค์อยู่โรงพยาบาล แต่ก็ยังมีเสียงเย้ว ๆ ขอให้ทุกคนรักในหลวงได้มั๊ย ขอแค่นี้ ทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อม่วง อย่าทำให้พระองค์กลุ้มใจมากกว่านี้” ป้าแตงกล่าว
ป้าแตงย้อนอดีตว่า เคยร่วมประวัติศาสตร์ 14 ต.ค.2516 ช่วยเหลือนักศึกษาที่หนีมาในชุมชนสามเสนให้มีที่หลบซ่อนตัว แต่การต่อสู้ในประวัติศาสตร์กับวันนี้แตกต่างกัน วันนี้ทุกเรื่องที่เป็นการเมืองต้องพาดพิงถึงพระองค์ ทั้งที่พระองค์ก็อยู่เฉย ๆ จึงไม่เข้าใจว่าคืออะไร จึงอยากให้คนไทยอยู่ฝ่ายในหลวง อย่าออกมาเย้ว ๆ กันอย่างนี้ เพราะเท่ากับเป็นคนไม่กตัญญูต่อแผ่นดิน
ด้านเจ้าของร้านขาย เค.ซันไชน์ ย่านบางลำพู วิงวอนขอให้คนไทยกลับมาเป็นเหมือนเดิม รักกัน ร่วมมือกัน ไม่ต้องอยู่ฝ่ายไหน อยากให้ทุกคนหันหาปรึกษาหารือ รอมชอมกัน พูดคุยกันให้เข้าใจ วันนี้รู้สึกเสียใจที่บ้านเมืองไม่เหมือนเดิม
“ตอนนี้เราจะพูดกับใครก็ไม่ได้ เพราะเราก็ไม่ได้เข้าข้างใคร ต้องถูกบังคับให้รับสภาพอย่างนี้” เจ้าของร้านเค.ซันไชน์กล่าว
เขายอมรับว่า วัน ๆ แทบขายของไม่ได้ อย่างวันนี้ตั้งแต่เช้าลูกค้าเข้าร้านไม่ถึง 3 คน บรรยากาศบางลำพูไม่เหมือนเดิม เพราะลูกค้าที่ตั้งใจจะเดินเข้าออกมาซื้อของ ก็เดินเข้ามาไม่ได้ หลังจากมีการปิดถนนคอกวัว ทำให้ถนนบางลำพูถูกตัดขาด ทุกคนเดือดร้อน ยิ่งการปิดถนนเมื่อวาน ทำให้ไม่มีคนเดิน







