
มือถือแบะท่า3จี15เมกฯ2หมื่นล้าน
จากราคาเริ่มต้นกสทช.ตั้งไว้1.35หมื่นล.ล่าสุด16บริษัทร่วมแข่ง/ทีดีอาร์ไอย้ำมูลค่าต่ำไป
จากราคาเริ่มต้นกสทช.ตั้งไว้1.35หมื่นล.ล่าสุด16บริษัทร่วมแข่ง/ทีดีอาร์ไอย้ำมูลค่าต่ำไป
ยักษ์มือถือ 3 รายเดิม ประกาศทุ่มเกิน 2 หมื่นล้าน หวังชิงไลเซนส์ 3จี 15 เมกฯ 16 ต.ค.นี้
นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหารอินทัช เปิดเผยว่า บริษัทลูกของแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมการประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือไลเซนส์ 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 ต.ค.นี้ โดยเฉพาะเรื่องเม็ดเงินที่เตรียมสำหรับค่าไลเซนส์ 3 ใบ 15 เมกะเฮิรตซ์ ขั้นต่ำ 2 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ทางอินทัชไม่ได้กังวลว่าจะชนะการประมูลหรือไม่ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือต้องการให้การประมูลไลเซนส์ 3จี เกิดขึ้นอย่างมาก เนื่องจากจะช่วยให้ประเทศพัฒนาไปข้างหน้าและส่งผลดีต่อภาพรวมและเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งยังเป็นดัชนีสำคัญที่จะช่วยดึงนักลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นด้วย
นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรูจะเข้าประมูลในนาม บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ ภายใต้ความพร้อมด้านเงินลงทุนที่ไม่แพ้กับรายอื่นๆ ซึ่งหากการแข่งขันจะทำให้ราคาประมูล 3 ใบ ขยับสูงมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท ทรูก็จะสู้เช่นกัน
“มั่นใจว่าจะไม่มีอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ใดๆ ที่จะทำให้ทรูต้องสะดุดและได้ไลเซนส์เพียง 5 หรือ 10 เมกะเฮิรตซ์ เพราะทรูจะสู้เต็มที่เพื่อให้ได้ไลเซนส์ 3 ใบตามที่ต้องการ” นายวิเชาวน์ กล่าว
นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทคพร้อมเอาเงินทุนที่จะเข้าร่วมประมูลครั้งนี้อย่างเต็มที่ และจะพยายามสุดความสามารถเพื่อให้ได้ไลเซนส์ 3 ใบไม่ว่าราคาจะสูงแค่ไหนก็ตาม
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. กล่าวว่า การประมูลไลเซนส์ 3จี ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน มั่นใจว่าไม่มีปัจจัยใดๆ ที่จะเป็นอุปสรรค โดย กสทช. และเอกชนทุกรายได้ร่วมกันประกาศความพร้อมเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา
ขณะที่บริษัทผู้ขอรับรายละเอียดการประมูลมีเพิ่มเป็น 16 ราย โดยรายใหม่ คือ บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น ผู้ให้บริการวงจรสื่อสารความเร็วสูง ส่วนอีก 15 ราย ประกอบด้วย เอไอเอส แอดวานซ์ โมบาย บรอดแบนด์ และแอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ดีแทค เนทเวอร์ค ดีแทค บรอดแบนด์ ทรู คอร์ปอเรชั่น ทรูมูฟ เรียลมูฟ เรียล ฟิวเจอร์
นอกจากนี้ ยังมีบริษัท บีบี คอนเน็ค จาย่า ซ็อฟ วิชั่น วิคตอรี่ มอเตอร์ จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็ม บริษัท เคเบิลไทย โฮลดิ้ง หรือ ซีทีเอช และบริษัท เอซีที โมบาย
ก่อนหน้านี้ นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้ตั้งข้อสังเกตว่าราคาประมูลตั้งต้น ซึ่ง กสทช. กำหนดไว้ต่ำกว่ามูลค่าจริงที่ประมาณการไว้มาก การศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่ง กสทช. เป็นผู้ว่าจ้างเอง ชี้ว่ามูลค่าของคลื่นอยู่ที่ประมาณ 6,440 ล้านบาทซี่งราคาประมูลตั้งต้นของกสทช.ตั้งต่ำกว่ามูลค่าที่ประเมินไว้ถึง 30% และนับว่าต่ำมาก หากคิดรวมประโยชน์ ที่ผู้ให้บริการจะได้รับจากการไม่ต้องจ่าย ค่าสัมปทานให้รัฐเข้าไปด้วย







