
ระวังเป็น 2 เท่า
การประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเดือนละ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ไม่จำกัดเวลา ถือเป็นดาบสองคมที่ต้องระวังอย่างยิ่งสำหรับทวีปเอเชียเรา ที่ในขณะนี้เศรษฐกิจก็กำลังได้รับผลกระทบที่ย่ำแย่อยู่แล้ว จากภาวะความเซื่องซึมทางเศรษฐกิจในสหรัฐและปัญหาหนี้ในยุโรป ซึ่งเป็นตลาดส่งออกใหญ่ของเอเชีย
การประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเดือนละ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ไม่จำกัดเวลา ถือเป็นดาบสองคมที่ต้องระวังอย่างยิ่งสำหรับทวีปเอเชียเรา ที่ในขณะนี้เศรษฐกิจก็กำลังได้รับผลกระทบที่ย่ำแย่อยู่แล้ว จากภาวะความเซื่องซึมทางเศรษฐกิจในสหรัฐและปัญหาหนี้ในยุโรป ซึ่งเป็นตลาดส่งออกใหญ่ของเอเชีย
เรียกได้ว่าเอเชีย แม้ว่าจะถูกวางให้เป็นภูมิภาคแห่งอนาคต ที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกต่อไปนั้น ก็ยังถือว่ายังต้องยืมจมูกของตะวันตกหายใจอยู่ ที่เรายังเป็นเพียงแหล่งผลิต เป็นมือปืนว่าจ้างผลิตให้กับตะวันตกอยู่ และการส่งออกก็ยังต้องพึ่งพาตลาดสหรัฐและยุโรปอยู่มาก
เอเชียยังไม่สามารถยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง แม้กระทั่งจีนที่แรงขับเคลื่อนของผู้บริโภคภายในยังไม่มากพอที่จะพยุงเศรษฐกิจครับ
ยิ่งในขณะนี้สหรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบคิวอีออกมา เอเชียก็ต้องยิ่งเพิ่มความระมัดระวังขึ้นเป็นเท่าตัว แบบที่ห้ามกะพริบตาไปทีเดียว
ประการแรก เอเชียกำลังได้รับผลกระทบในภาคการส่งออกจากความซบเซาของเศรษฐกิจโลกอยู่แล้วในขณะนี้ ทำให้หลายประเทศเริ่มปรับตัวเลขคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกทันที
ประการที่สอง การใช้นโยบายคิวอีของสหรัฐจะส่งผลต่อเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างแน่นอนที่จะอ่อนตัวลงในทันที และจะทำให้ค่าเงินของเอเชียแข็งค่าขึ้น ก็ยิ่งจะเป็นตัวซ้ำเติมภาคการส่งออกมากขึ้นไปอีก
ยิ่งไปกว่านั้น หากปริมาณเงินดอลลาร์ที่อัดลงมาจากธนาคารกลางสหรัฐล้นตลาดก็จะทำให้เงินดอลลาร์ไหลเข้ามายังตลาดเอเชียที่มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าในสหรัฐ ก็จะยิ่งสร้างความเสี่ยงให้กับตลาดทุนที่จะเจอกับทุนเก็งกำไรระยะสั้นจากสหรัฐมากขึ้น
ดังนั้น การดำเนินนโยบายทางดอกเบี้ยในเอเชียก็ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นครับ เพราะหากปล่อยให้ดอกเบี้ยสูงจนเกินไปก็จะเป็นการล่อให้ทุนเก็งกำไรจากสหรัฐวิ่งเข้ามามาก ในเร็วๆ นี้เราอาจจะเห็นการลดอัตราดอกเบี้ยลงบ้างในเอเชียครับ
บทเรียนมีไว้จำ มีไว้เป็นตัวอย่าง การประกาศใช้คิวอีรอบที่ 2 ในสหรัฐเมื่อเดือน พ.ย. 2010 นั้นสร้างความเจ็บปวดให้กับเอเชียกันเป็นทิวแถว ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย หรือแม้กระทั่งจีน ที่ค่าเงินแข็งขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทบต่อการส่งออกอย่างหนัก
ในขณะนี้เงินดอลลาร์อ่อนยวบและมีปริมาณมากไหลเข้ามาเก็งกำไรเข้าๆ ออกๆ ในตลาดทุนกันเป็นว่าเล่น
แต่คิวอีในครั้งนั้นก็ถูกนักวิชาการในสหรัฐด่ายับล่ะครับ ว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย ดีแต่ช่วยนายทุนให้แสวงหาผลกำไรระยะสั้นในตลาดล่วงหน้าเท่านั้น หนำซ้ำยังทำให้ดอลลาร์อ่อนยวบ
ส่วนปัญหาการว่างงานในสหรัฐนั้นแทบจะไม่ได้รับอานิสงส์ใดๆ จากคิวอีเลย
การประกาศคิวอีครั้งที่ 3 ของธนาคารกลางสหรัฐในครั้งนี้ จึงถูกมองเหมือนเดิมครับว่าจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหลักให้กับสหรัฐ แต่จะทำกำไรให้กับนักลงทุนในตลาดมากกว่า
ส่วนเอเชียก็ต้องระวังเพิ่มเป็น 2 เท่ากับการใช้นโยบายที่ไร้ซึ่งความรับผิดชอบจากสหรัฐต่อไปครับ







