posttoday
สร้างศรัทธานํ้า

สร้างศรัทธานํ้า

17 กันยายน 2555

คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชาวบ้านชาวช่องเชื่อมั่นในการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าปีนี้จะเอาอยู่เหมือนปลายปีก่อนที่เกิดอุทกภัยใหญ่มากน้อยแค่ไหน

คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชาวบ้านชาวช่องเชื่อมั่นในการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าปีนี้จะเอาอยู่เหมือนปลายปีก่อนที่เกิดอุทกภัยใหญ่มากน้อยแค่ไหน

แม้รัฐบาลจะพยายามอธิบายเหตุน้ำท่วมที่เกิดขึ้นขณะนี้ เป็นสภาพน้ำท่วมไหล เมื่อร่องฝนพาดผ่านภาคเหนือ ไล่ลงมาภาคกลาง จากนั้นไปภาคใต้และออกทะเลไป เป็นสภาพน้ำท่วมไหล ไม่ใช่ท่วมขังหลายเดือนจนน้ำเน่าเหมือนเมื่อปลายปีก่อน ขณะที่น้ำในเขื่อนใหญ่ก็ยังเหลือความจุรับน้ำได้อีกมาก โดยเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำในอ่าง 54% เขื่อนสิริกิติ์มี 62% ไม่ใช่เก็บน้ำเต็ม 100% หรือล้นจนจำเป็นต้องระบายน้ำจากเขื่อนกระทบน้ำล้นตลิ่งไหลไปตามทุ่ง ไม่สามารถควบคุมการไหลได้

อย่างไรก็ตาม จากน้ำท่วมที่เกิดขึ้นที่ จ.สุโขทัย ซึ่งรัฐบาลบอกเป็นการท่วมที่เกิดจากอุบัติเหตุ จากนั้นได้นำบิ๊กแบ็กหรือถุงบรรจุทรายขนาดใหญ่มาอุด แต่เอาไม่อยู่ ต้องนำเกเบียน หรือตาข่ายลวดสี่เหลี่ยมบรรจุหินมา จึงอุดโพรงน้ำขนาดใหญ่ไม่ให้ไหลเข้าเขตตัวเมืองสุโขทัยได้ แต่หลังจากสูบน้ำออกและชาวบ้านทำความสะอาดได้ไม่ทันข้ามคืน เมื่อเช้ามืดวันที่ 16 ก.ย. น้ำได้รั่วเข้าท่วมตัวเมืองสุโขทัยอีกครั้ง ทำให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ต้องสั่งการให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กับนายปลอดประสพ สุรัสวดี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย ประชุมด่วนวันอาทิตย์ เพื่อหาทางแก้ปัญหาและช่วยเหลือประชาชน พร้อมให้จับตาน้ำเหนือที่กำลังไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร (กทม.)

จากการรับมือบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลแบบรั่วๆ ไล่ตามปัญหาดังกล่าว ประกอบกับภาพหลอนจากน้ำท่วมใหญ่นาน 3-4 เดือน เมื่อปลายปีก่อน จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลสำรวจของดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ถึงความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,422 ตัวอย่าง ช่วงวันที่ 12-15 ก.ย.ที่ผ่านมา ในหัวข้อความมั่นใจของประชาชนกับการป้องกันแก้ไขน้ำท่วมของรัฐบาล

ผลจึงออกมาว่า มากถึงกว่า 40% เชื่อว่ารัฐบาลไม่น่าจะป้องกันน้ำได้ เพราะปริมาณน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือและน้ำจากฝนตกชุกมีปริมาณมาก ทำให้เกิดการท่วมขังอย่างรวดเร็ว การระบายน้ำก็เป็นไปได้ยาก มีเพียง 28.2% เห็นว่าน่าจะป้องกันได้บ้าง เพราะทั้งภาครัฐและประชาชนต่างมีการเตรียมการป้องกันไว้พอสมควร ในแต่ละพื้นที่มีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอยู่ตลอดเวลา รองลงไป 26.3% มองว่า ป้องกันไม่ได้ เพราะเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คิดว่าประชาชนน่าจะเจอกับสถานการณ์น้ำท่วมทุกๆ ปี แต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการเตรียมการป้องกัน

เมื่อเป็นเช่นนั้น จากนี้ไปรัฐบาลคงต้องยกระดับการรับมือบริหารจัดการน้ำให้เสมือนเข้าสู่วิกฤต ไม่ต้องรอให้น้ำท่วมใหญ่จนเป็นวิกฤตจริงๆ ถึงใช้ปฏิบัติการเชิงรุก เพราะขณะนี้ความเชื่อออกไปทางรัฐบาลเอาไม่อยู่แล้ว นับจากนี้รัฐบาลคงต้องใช้ทุกมาตรการเพื่อเรียกศรัทธาความเชื่อมั่นกลับคืนมาอย่างเร่งด่วน

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้