
ตร.ลุยสอบโรงสีโคราชข้าวจำนำหาย
ตำรวจตรวจสอบโรงสีดังโคราชหลังพบข้าวเปลือกจำนำหายไปกว่า 1 หมื่นตันคิดมูลค่า 200 ล้าน
ตำรวจตรวจสอบโรงสีดังโคราชหลังพบข้าวเปลือกจำนำหายไปกว่า 1 หมื่นตันคิดมูลค่า 200 ล้าน
พ.ต.อ.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/2555 จ.นครราชสีมา ร่วมกับ พ.ต.อ.ชนัตถ์ กวีขาวฉลาด ผู้กำกับการ สภ.จอหอ จ.นครราชสีมา เข้าตรวจสอบโกดังเก็บข้าวเปลือกและข้าวที่ถูกแปรสภาพ ภายในบริษัทโรงสีธัญญรุ่งเรืองชัย (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 388 หมู่ที่ 8 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อตรวจสอบระบบการดูแลข้าวเปลือกที่รับจำนำ โดยมีนายเจษฏา หวังสุข ผู้จัดการโรงงานธัญญรุ่งเรืองชัยฯ พาเข้าตรวจสอบบริเวณที่เก็บข้าวเปลือกหอมมะลิ ประกอบด้วย ไซโลที่ 1,3,5 และ สตาร์บี2 พร้อมทั้งได้เข้าตรวจสอบ ไซโล2 และ4 สตาร์บี 1 ที่เป็นโกดังเก็บข้าวเปลือกเจ้า และโกดังเก็บข้าวเปลือกรวมที่ 1 และ 2 ที่เดิมที่เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมาทางอนุกรรมการกำกับดูแลการ รับจำนำข้าวนาปี ปีการผลิต 2554/2555 กับองค์การคลังสินค้า (อคส.) เข้าตรวจสอบ และพบว่าปริมาณข้าวเปลือกและข้าวสารที่รับฝากตามโครงการฯ ซึ่งเก็บไว้ที่โกดังบริษัทโรงสีธัญญรุ่งเรืองชัยฯ หายไปจากโกดังรวม 1.1 หมื่นตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย กว่า 200 ล้านบาท
ทั้งนี้ต่อมานายมนตรี กันทะวัง ตัวแทนองค์การคลังสินค้า (อคส.) กระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อเอาผิดเจ้าของโรงสีธัญญรุ่งเรืองชัยฯ หลังตรวจพบว่าทั้งข้าวสาร และข้าวเปลือกหอมมะลิตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/2555 ตามสัญญาเลขที่ ขป.อคส.นม. 01/2554 เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2554 กับองค์การคลังสินค้า (อคส.) ของบริษัทโรงสีธัญญรุ่งเรืองชัยฯ ได้รับฝากเก็บข้าวเปลือกตามโครงการฯได้หายไปเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายอภิชา ประศิตานนท์ และ นางปทิตตา ประศิตานนท์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 388 หมู่ที่ 8 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา กรรมการบริษัท โรงสีธัญญรุ่งเรืองชัย (ประเทศไทย) จำกัด ในข้อหายักยอกทรัพย์
ด้านนายเจษฏา หวังสุข ผู้จัดการโรงงานธัญญรุ่งเรืองชัยฯ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ทาง (อคส.) แจ้งว่าปริมาณข้าวเปลือกที่หายไปกว่า 1.1 หมื่นตัน นั้นยืนยันได้ว่าไม่มีการยักยอกทรัพย์มีการทุจริตแต่อย่างไร เนื่องจากวันที่ 6 มิ.ย.55 ทาง (อคส.)เดินทางเข้ามาตรวจนั้นทางโรงสีได้นำข้าวเปลือกในจำนวนดังกล่าว ไปทำการแปรรูปที่บริษัทโรงสีธัญญรุ่งเรืองชัยฯที่เป็นอีกสาขาหนึ่งของบริษัทฯที่มีเจ้าของคนเดียวกันที่ห่างไปประมาณ 6 กิโลเมตร ตั้งอยู่เลขที่ 51 หมู่ที่ 4 ต.จอหอ อ.เมือง ที่สามารถตรวจสอบ ซึ่งทางโรงสีก็ได้ทำการแจ้งกับเจ้าหน้าที่(คอส.) แต่ทางเจ้าหน้า (คอส.)ไม่ได้เข้าตรวจสอบ เนื่องจากแจ้งกับทางโรงสีว่าเป็นการผิดข้อตกลงเรื่องของการขนย้ายที่ได้ทำไว้กับรัฐบาล ซึ่งข้าวเปลือกที่ได้นำมาสี ทางโรงสีก็ได้ทำการจัดส่งให้ตามกำหนดของ (อคส.) ทุกประการ ไม่ได้มีการทุจริตหรือยักยอกทรัพย์แต่อย่างใด ดังนั้นทางโรงสีฯก็พร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทำการเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด
ด้าน พ.ต.อ.พงษ์เดช กล่าวว่า ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับทางเจ้าของโรงสีญัญญรุ่งเรืองชัยฯ ในข้อหายักยอกทรัพย์ ส่วนกรณีที่เจ้าของโรงสีให้การปฏิเสธนั้นก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะต่อสู้ในชั้นศาล หลังจากนี้ไปเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะทำการสอบสวนพยานบุคคลและพยานวัตถุต่างๆเพื่อสรุปสำนวนส่งอัยการและส่งฟ้องศาลตามกระบวนยุติธรรมต่อไป โดยคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิจารณาคดีตามพยานหลักฐานและจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย







