posttoday
ถ้าแท็บเล็ตหาย...ใครต้องจ่าย?

ถ้าแท็บเล็ตหาย...ใครต้องจ่าย?

14 กันยายน 2555

หลายคำถามและคำตอบจากโครงการแท็บเล็ต ป.1 ที่ยังคลุมเครือ สร้างแรงกระเพื่อมของข้อสงสัยต่อผู้ปกครองจำนวนไม่น้อย

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

หลายคำถามและคำตอบจากโครงการแท็บเล็ต ป.1 ที่ยังคลุมเครือ สร้างแรงกระเพื่อมของข้อสงสัยต่อผู้ปกครองจำนวนไม่น้อย

คำอธิบายที่ระบุว่า แท็บเล็ตที่แจกในโครงการนี้ทั่วประเทศ เป็นการให้เพื่อยืมเรียนที่ไม่ต่างจากหนังสือเรียน ผู้ปกครองต้องรับทราบเงื่อนไขว่าไม่สามารถขอคืนเครื่องหรือปฏิเสธที่จะไม่รับได้ แต่สามารถจัดซื้อเครื่องเองส่วนตัวได้ โดยหาซื้อที่ตัวแทนจำหน่ายของบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์

นอกจากนี้ ข้อสงสัยอีกประการหนึ่งคือ ในกรณีที่เด็ก ป.1 จะสามารถนำแท็บเล็ตกลับไปใช้ที่บ้าน หรือเอาไว้ที่โรงเรียนนั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการตกลงระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครอง กรณีนี้กำลังเป็นคำถามว่า หากเครื่องหายและโรงเรียนตัดสินว่าหายโดยไม่ใช่เหตุสุดวิสัย สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาตามข้อตกลง คือ ต้องซื้อใหม่ชดใช้ให้กับโรงเรียนใช่หรือไม่?

ถ้าแท็บเล็ตหาย...ใครต้องจ่าย?

 

ผู้ปกครองรายหนึ่งตั้งข้อสงสัยต่อ 2 คำถามข้างต้น ว่าจะสร้างความสับสนให้ผู้ปกครองบางรายที่ไม่ต้องการแท็บเล็ต เพราะเชื่อว่าการเรียนจากหนังสือเรียน ประสบการณ์จริง และความสามารถของครูผู้สอนก็เพียงพอแล้ว ผู้ปกครองกลุ่มนี้ย่อมรู้สึกว่ากำลังถูกบังคับแจก หรือหากนำแท็บเล็ตกลับบ้าน แล้วสูญหายโดยไม่มีเหตุอันควร แล้วต้องซื้อเครื่องใหม่ชดใช้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกบังคับซื้อ

“หลายคนเห็นด้วยกับที่ได้รับการแจกแน่ แต่หากต้องรับผิดชอบซื้อเครื่องใหม่ชดใช้ ทั้งๆ ที่ไม่อยากได้ตั้งแต่แรก โรงเรียนแต่ละแห่งจะเหลือผู้ปกครองที่ยอมรับข้อตกลงที่ยังไม่ชัดเจนกี่คน และเมื่อเข้าไปดูข้อมูลในโครงการนี้ในเว็บไซต์ ก็บอกไว้แต่เงื่อนไขกว้างๆ แถมยังบอกไว้ด้วยว่า ราคาแท็บเล็ตในโครงการนี้หาซื้อได้ตามท้องตลาดในราคา 4,000 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าขนส่ง แต่ประกาศตอนจัดซื้อบอกว่าเครื่องละ 2,000 กว่าบาท ตกลงหายแล้วต้องจ่ายเท่าไหร่กันแน่ ถ้าทราบอย่างนี้ในอนาคตจะมีผู้ปกครองคนไหนกล้าเสี่ยงขอกลับบ้าน” ผู้ปกครองรายนี้ กล่าว

สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว ว่า ที่ผ่านมานโยบายการแจกแท็บเล็ตถือเป็นเรื่องสาธารณะที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์กันมาก แต่หากไม่มีความชัดเจนในกรณีความรับผิดชอบหากแท็บเล็ตหาย และกลายไปเป็นภาระของผู้ปกครอง ก็สะท้อนชัดเจนว่าโครงการนี้ไม่ได้คาดการณ์เรื่องนี้ไว้ล่วงหน้า ถือเป็นการผลักภาระให้กับผู้ปกครอง และหากข้ามไม่พ้นเรื่องนี้ ก็จะกลายเป็นกิจกรรมที่ไม่สร้างสรรค์ไปในทันที

สมพงษ์ กล่าวว่า หากข้อตกลงกลายเป็นความรับผิดชอบเรื่องจำนวนเงิน เชื่อว่าจะมีผู้ปกครองเดือดร้อนอีกจำนวนมากแน่นอน

“โอกาสหายในอนาคตก็สูง จึงควรจะต้องบอกให้ชัดว่านโยบายเรื่องนี้เป็นอย่างไรกันแน่ หน่วยงานต้นสังกัดจะปัดความรับผิดชอบให้โรงเรียนกับผู้ปกครองไม่ได้ และควรชัดเจนเสียตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ข้ามไปเตรียมเรื่องอื่น เช่น ทำอย่างไรให้ผู้ปกครองเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด” สมพงษ์ กล่าว

โรงเรียนใน 183 เขตสำนักงานประถมศึกษาทั่วประเทศ ได้รับแท็บเล็ตแล้ว และถือโอกาสใช้เวลาช่วงปิดภาคเรียนกำลังใกล้เข้ามา (เริ่มปิดประมาณต้นเดือน ต.ค.) วางแผนการใช้งานให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด ขณะที่ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อย เริ่มตั้งคำถามว่า หากแท็บเล็ตหายใครรับผิดชอบ...

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI