posttoday
สาวแสบลวงลงทุนห้องเย็นเชิดเงิน 34 ล้าน

สาวแสบลวงลงทุนห้องเย็นเชิดเงิน 34 ล้าน

13 กันยายน 2555

ร้องกองปราบตามสาวแสบลวงเหยื่อลงทุนห้องเย็นก่อนโกงเงินไปกว่า 34 ล้านบาทลอยนวล

ร้องกองปราบตามสาวแสบลวงเหยื่อลงทุนห้องเย็นก่อนโกงเงินไปกว่า 34 ล้านบาทลอยนวล

ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.ธนภรณ์ จิตร์สายชล อายุ 55 ปี อาชีพขายเครื่องประดับ อยู่บ้านเลขที่ 41/74 หมู่ 1 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมกลุ่มผู้เสียหาย 15 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.เพื่อร้องทุกข์ขอให้ช่วยติดตามความคืบหน้าคดีที่ นางศุภลักษณ์ หรือแหม่ม เชาวะปรีชากุล อายุ 41 ปี และนายอนุพัฒน์ วรดิถี อายุ 36 ปี อาชีพทำธุรกิจขายตรงบริษัทแห่งหนึ่ง ได้หลอกลวงให้ร่วมลงทุนธุรกิจห้องเย็นไก่แช่แข็ง รวมมูลค่าเสียหาย 34 ล้านบาท โดยนำเช็คเงินสด ใบเสร็จเงินที่ร่วมลงทุน และเอกสารที่เกี่ยวข้องมอบให้พนักงานสอบสวนไว้ประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

น.ส.ธนภรณ์ กล่าวว่า รู้จักกับนางศุภลักษณ์ หลังจากเคยไปทำบุญที่วัดในพื้นที่ จ.ลำปาง เมื่อ 9 ปีก่อน ต่อมาเมื่อเดือนเม.ย. 2554 นางศุภลักษณ์ ได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนในธุรกิจห้องเย็นไก่แช่แข็ง อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนร้อยละ 7 ต่อเดือน สามารถลงทุนเป็นจำนวนเงินเท่าใดก็ได้

"ซึ่งครั้งแรกดิฉันได้ลงทุนเป็นจำนวน 3 แสนบาท ก็ได้รับเงินตอบแทน 3 หมื่นบาท จากนั้นนางศุภลักษณ์ จึงชวนให้ลงทุนต่ออีก พร้อมกับบอกให้ชักชวนคนรู้จักมาร่วมลงทุนเพิ่มเติม ระหว่างนั้นก็ยังมีการจ่ายเงินตอบแทนอยู่ กระทั่งเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ก็เริ่มไม่ได้รับเงินตอบแทนอีก ดิฉันจึงทวงถามไป แต่นางศุภลักษณ์ อ้างว่าธุรกิจกำลังประสบปัญหาจึงยังไม่มีเงินมาจ่ายผลตอบแทน และจะขอลดดอกเบี้ยจากร้อยละ 7 เหลือร้อยละ 5 ต่อเดือน ซี่งพวกเราก็ยอมรับได้ แต่ก็ยังไม่มีการจ่ายเงินพร้อมกับถูกปฏิเสธตลอดมา"

น.ส.ธนภรณ์ กล่าวต่อว่า เมื่อไม่ต้องการจะลงทุนในธุรกิจดังกล่าวอีกแล้ว และจะขอรับเงินต้นที่นำไปลงทุนคืน ทาง นางศุภลักษณ์ ก็บอกว่าจะรีบหาเงินมาคืนให้โดยเร็ว ต่อมาก็มีการจ่ายเช็คเงินสดให้ แต่หลังจากนำไปขึ้นเงินธนาคารกลับไม่สามารถจ่ายเงินได้ โดยเป็นเหมือนกันทุกราย

"จากนั้นดิฉันเลยเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ให้ดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ก่อนจะสามารถติดตามตัวนางศุภลักษณ์ ได้ในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุที่ต้องเดินทางมาร้องทุกข์ที่ บก.ป.เนื่องจากต้องการให้ทางกองปราบฯ ช่วยติดตามความคืบหน้าของคดีภายหลังมีการจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว แต่ตำรวจท้องที่กลับดำเนินการล่าช้า นอกจากนี้ยังเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะผู้ต้องหารายนี้มีอดีตสามีเป็นตำรวจในพื้นที่อีกด้วย ส่วนทรัพย์สินของผู้ต้องหาที่ได้จากพวกเราไปนั้น พบว่าผู้ต้องหาได้นำไปซื้อรถยนต์ ซื้อบ้าน และมีการถ่ายเทไปให้กับผู้อื่นแล้ว กรณีที่เกิดขึ้นมีมูลค่าความเสียหายมาก ที่สำคัญนายอนุพัฒน์ ที่ร่วมก่อเหตุด้วยก็ยังไม่ถูกจับกุมแม้จะมีการออกหมายจับไว้แล้ว ดิฉันจึงไม่อยากให้เขาไปหลอกลวงใครต่อได้อีก และเชื่อว่ายังมีผู้ร่วมกระทำความผิดที่เหลือเนื่องจากทราบว่ามีการหลอกลวงผู้เสียหายในพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือจากใน จ.ชลบุรี อีกด้วย" น.ส.ธนภรณ์ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.ดวงมณี พานนาค รอง สว.กก.2 บก.ป.รับเรื่องและสอบปากคำไว้ในเบื้องต้น ก่อนประสานกับตำรวจ สภ.หนองขาม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าวต่อไป

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา