
นายกฯนัดผู้นำอินโด-มาเลย์ผนึกกำลังแก้ยางฯราคาตก
“ไทย-มาเลย์-อินโดนีเซีย” เตรียมจัดประชุม รมต.รักษาเสถียรภาพราคายางพาราระยะสั้นยาว
“ไทย-มาเลย์-อินโดนีเซีย” เตรียมจัดประชุม รมต.รักษาเสถียรภาพราคายางพาราระยะสั้นยาว
น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แจ้งต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าได้หารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และทั้งสามประเทศตกลงจัดประชุมระดับรัฐมนตรีและผู้นำประเทศเพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ
ทั้งนี้ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ระบุรายงานให้ครม.ทราบว่า ได้หารือกับผู้แทน 2 ประเทศ และสรุปจะมีการประชุมรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำที่ประเทศไทยในเร็วๆนี้ โดยเฉพาะการกำหนดมาตรการระยะสั้นเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง พร้อมทั้งหารือมาตรการในระยะยาวก่อนจัดประชุมระดับผู้นำต่อไป
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่าจากการหารือกับนายนาจีฟ ราซัค นายกฯมาเลเซียในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคนายราซัค บอกว่าปัญหาราคายางพาราตกต่ำไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของผู้ผลิตอย่างรายใหญ่ทั้ง 3 ประเทศและต้องปรึกษาหารือร่วมกัน นายราซัคยังระบุถึงการจัดตั้งนครยางเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตยาง
รายงานข่าวระบุว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงาน ครม.ว่า ในเดือน ส.ค. ราคายางพารายังลดลงต่อ เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจในยุโรป สหรัฐ และจีน ทำให้ความต้องการยางพาราลดลง ขณะที่แนวโน้มสถานการณ์ยางพาราในเดือน ก.ย. คาดว่าราคายางจะลดลงต่อเนื่อง เพราะผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น แต่ตลาดซบเซา
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การหารือร่วมมือกับอินโดนีเซียและมาเลเซีย ได้ตกลงกันว่าจะมีมาตรการจำกัดการส่งออก 3 แสนตันของทั้งสามประเทศ กำหนดสัดส่วนคำนวณจากปริมาณการส่งออก ประเทศไทยลดลง 48% อินโดนีเซีย 39% มาเลเซีย 13% ทุกประเทศลงมือปฏิบัติทันที เราเชิญผู้ส่งออกมาชี้แจงแล้ว อินโดนีเซียเชิญผู้ส่งออกมาชี้แจงแล้ว เหลือแต่มาเลเซียกำลังดำเนินการ
ทั้งสามประเทศตกลงตั้งกรรมการร่วมกัน ประเทศละ 4 คน รวม 12 คน เพื่อติดตามการดำเนินการมาตรการนี้ของแต่ละฝ่าย แล้วตกลงกันว่า 1 เดือน จะประชุมติดตามความคืบหน้า 1 ครั้ง หากมีสถานการณ์เร่งด่วนต้องตัดสินใจหารือกัน รมต.ของแต่ละประเทศก็เปิดสายตรงของกันและกัน สามารถที่จะยกหูหารือกันได้ตลอดเวลา
นี่คือมาตรการควบคุมปริมาณที่จะออกสู่ตลาด ถูกต้อง เป็นการลดซับพลายในตลาด เป็นมาตรการที่เคยดำเนินการละได้ผลในเรื่องของการพยุงระดับราคามาแล้ว ดีเดเริ่มทำเมื่อไร ? ก็เริ่มเอาเอกชนมาคุย อธิบายแล้วเอกชนเขาก็จะเปิดสัญญาว่าเขามีสัญญาส่งเจ้าไหน เท่าไร อย่างไร ก็คิดเป็นสัดส่วนลดให้ได้ตามปริมาณนี้ ส่วนที่เหลือจาก 3 แสนก็ยังส่งตามปกติ ก็ดูว่าหากดำเนินมาตรการนี้แล้ว ราคายางขยับขึ้น ก็เดินหน้าต่อไป แต่ถ้าราคาไม่ขยับขึ้นต้องมาคุยกันเพื่อเพิ่มระดับความเข้มข้น อาจจะเพิ่มปริมาณยอดส่งออกให้ลดปริมาณส่งออกอีกลงอีกจาก 3 แสนไม่พอ 5 แสนไหม หรือ 6 แสนหรือมีมาตรการอื่น หรือประกาศค้ำระดับราคา
นอกจากนี้ ผู้นำไม่ขายถ้าหากต่ำกว่านี้ ร่วมมือชัดเจนมาก คาขึ้น มาเลดีไม่ใช่ เหมือนกันหมด และจากการที่ผมเดินทางไปทั้ง 2 ประเทศก็เห็นความกระตือรือร้นของรมต.ทั้ง 2 ประเทศ แล้วทั้ง 2 ท่านก็พูดตรงกันว่าสถานการณ์ราคาขณะนี้กำลังกระทบกับโลกของยางพารา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกของประเทศผู้ผลิต ซึ่งเราต้องช่วยกัน มันไม่ได้หมายความว่าไทยราคาตก อินโดรา ทั้งสองประเทศยังเห็นตรงกันว่าเราน่าจะไปคุยกับเวียดนามด้วย เพราะเวียดนามเป็นประเทศที่ผลิตอันดับ 4 และกำลังขยายพื้นที่เพาะปลูก ดีไม่ดีอาจจะแซงหน้ามาเลเซียเร็วๆ นี้ เพราะฉะนั้นเราจะเป็นตัวแทนของทั้งสามประเทศไปหารือกับเวียดนาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงาน คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะกำหนดวันนัดหมายกันได้
อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรสวนยางพารา มะพร้าว และปาล์ม จ.ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร กว่า 1,000 คน ปักหลักประท้วงบริเวณลานวัดน้ำตกเขาโพธิ์ทอง จ.ประจวบ คีรีขันธ์ โจมตีรัฐบาล โดยกลุ่มเกษตรที่ได้รับความเดือดร้อนผลัดเปลี่ยนขึ้นเวที กล่าวถึงปัญหาความเดือดร้อนจากราคาผลผลิตที่ตกต่ำ แต่รัฐบาลกลับไม่มีความชัดเจนที่จะช่วยเหลือ และปล่อยให้นำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ ทั้งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องจำนวนมาก จนส่งผลกระทบต่อชาวสวน
ซึ่งการชุมนุมประท้วงในวันนี้ ผู้ชุมนุม ระบุว่า ต้องการมารอฟังคำตอบจากรัฐบาลว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีจะนำปัญหาเข้าสู่ที่ประชุม และจะให้การช่วยเหลือตามที่ไปยื่นหนังสือเมื่อสัปดาห์ก่อนหรือไม่ โดยขอให้รัฐบาลประกันราคามะพร้าวผล ราคาลูกละ 12 บาท ส่วนราคามะพร้าวแห้งกิโลกรัมละ 21 บาท และยกเลิกนำเข้ามะพร้าว รวมทั้งให้รับซื้อยางพารากิโลกรัมละ120บาทโดยไม่คัดเกรด และกำหนดจุดรับซื้อยางพาราผ่านพ่อค้าท้องถิ่น ซึ่งกระจายจุดรับซื้ออย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
และกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงได้ปิดถนนเพชรเกษมแล้ว
สัมภาษาณ์ นัฐวุฒิ ใสยเกือ้ รมช.เกษตรและสหกรณส่วนมาตรการระหว่างประเทศ ผมเดินทางไปหารือกับท่า
ของมาเลเซีย 2 ท่านนี้รับผิดชอบกิจการยางพาราก็ตกลงกันว่าเราจะมีมาตรการจำกัดการส่งออก 3
แสนตันของทั้ง 3 ประเทศ กำหนดสัดส่วนกันเรียบร้อย โดยคำนวณจากปริมาณการส่งออก ประเทศไทยก็รับผิดชอบ 48% อินโดนีเซีย 39% มาเลเซีย13% ทุกประเทศลงมือปฏิบัติทันที เราเชิญผู้ส่งออกมาชี้แจงแล้ว อินโดนีเซียเชิญผู้
ส่งออกมาชี้แจงแล้ว เหลือแต่มาเลเซียกำลังดำเนินการ ทั้ง 3 ประเทศตกลงตั้งกรรมการร่วมกัน ประเทศละ 4 คนรวม 12 คน เพื่อติดตามการดำเนินการมาตรการนี้ของแต่ละฝ่าย แล้วตกลงกันว่า 1 เดือนจะประชุมติดตามความคืบหน้า 1 ครั้งแต่ในระหว่างเดือนหากมีสถานการณ์เร่งด่วนต้องตัดสินใจต้องหารือกัน รมต.ของแต่ละ 3 ประเทศก็เปิดสายตรงของกันและกัน สามารถที่จะยกหูหารือกันได้ตลอดเวลา
นี่คือมาตรการควบคุมปริมาณที่จะออกสู่ตลาด ? ถูกต้อง เป็นการลดซับพลายในตลาด เป็นมาตรการที่เคยดำเนินการละได้ผลในเรื่องของการพยุงระดับราคามาแล้ว ดีเดเริ่มทำเมื่อไร ? ก็เริ่มเอาเอกชนมาคุย อธิบายแล้วเอกชนเขา
ก็จะเปิดสัญญาว่าเขามีสัญญาส่งเจ้าไหน เท่าไร อย่างไร ก็คิดเป็นสัดส่วนลดให้ได้ตามปริมาณนี้ ส่วนที่เหลือจาก 3 แสนก็ยังส่งตามปกติ ก็ดูว่าหากดำเนินมาตรการนี้แล้ว ราคามันขยับขึ้น ก็เดินหน้าต่อไป แต่ถ้าราคามันไม่ขยับขึ้น
ต้องมาคุยกันเพื่อเพิ่มระดับความเข้มข้น อาจจะเพิ่มปริมาณยอดส่งออกให้ลดลงอีกจาก 3 แสนไม่พอ 5 แสนไหม หรือ 6 แสนหรือมีมาตรการอื่น หรือประกาศค้ำระดับราคาไม่ขายถ้าหากต่ำกว่านี้ นี่ก็เป็นสเต็ปต่อไป แต่ว่าในชั้นนี้ขอ
เรียนว่าสัญญาณความร่วมมือชัดเจนมาก และจากการที่ผมเดินทางไปทั้ง 2 ประเทศก็เห็นความกระตือรือร้นของรมต.ทั้ง 2 ประเทศ แล้วทั้ง 2 ท่านก็พูดตรงกันว่าสถานการณ์ราคาขณะนี้กำลังกระทบกับโลกของยางพารา โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งโลกของประเทศผู้ผลิต ซึ่งเราต้องช่วยกัน มันไม่ได้หมายความว่าไทยราคาตก อินโดราคาขึ้น มาเลดีไม่ใช่ มันเหมือนกันหมด ทั้ง 2 ประเทศยังเห็นตรงกันว่าเราน่าจะไปคุยกับเวียดนามด้วย เพราะเวียดนามเป็นประเทศที่ผลิต
อันดับ 4 และกำลังขยายพื้นที่เพาะปลูก ดีไม่ดี อาจจะแซงหน้ามาเลเซียเร็ว ๆ นี้ เพราะฉะนั้นผมจะเป็นตัวแทนของทั้ง 3 ประเทศไปหารือกับเวียดนาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะกำหนดวันนัด
หมายกันได้







