
ขึ้นก๊าซแอลพีจีขนส่งพลังงานเคาะ14ก.ย.
“อารักษ์” นัด 14 ก.ย. ถกขยับแอลพีจีขนส่งตามตลาดโลกขึ้น ขณะที่ กบง.ลดเก็บเงินเบนซินโซฮอล์ 20 สต. ยื้อราคาพุ่ง
“อารักษ์” นัด 14 ก.ย. ถกขยับแอลพีจีขนส่งตามตลาดโลกขึ้น ขณะที่ กบง.ลดเก็บเงินเบนซินโซฮอล์ 20 สต. ยื้อราคาพุ่ง
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน กล่าวหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า วันที่ 14 ก.ย.นี้ จะประชุมเพื่อหาข้อสรุปปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคขนส่ง หลังปรับขึ้นราคาไปเมื่อวันที่ 16 ส.ค. กิโลกรัมละ 25 สต. และจะถึงกำหนด 1 เดือนที่จะต้องพิจารณาปรับราคาใหม่ เพื่อให้ประกาศใช้ในวันที่ 16 ก.ย.นี้
การพิจารณาปรับราคาครั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มราคาแอลพีจีตลาดโลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้น โดยปัจจุบันราคาแอลพีจีภาคขนส่งที่ประกาศใช้ราคาอยู่ที่ 21.38บาท/กก. บนพื้นฐานราคาแอลพีจีตลาดโลกที่ 975 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในขณะที่ราคาแอลพีจีตลาดโลกล่าสุดอยู่ที่ 1,000 เหรียญสหรัฐ/ตันซึ่งราคาตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากต่างประเทศมีความต้องการใช้พลังงานสูงขึ้น เพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวของยุโรปและสหรัฐ ประกอบกับเริ่มมีการใช้แอลพีจีแทนน้ำมันมากขึ้นในเครื่องทำความอบอุ่น เพราะมีต้นทุนที่ต่ำกว่า
สำหรับผลการประชุม กบง. วันที่ 11 ก.ย. ที่ประชุมมีมติปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ลง 20 สต./ลิตร เพื่อดูแลค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันให้เหมาะสม เพราะที่ผ่านมาค่าการตลาดน้ำมันในกลุ่มเบนซินอยู่ในระดับที่ต่ำ ซึ่งจะช่วยชะลอการปรับขึ้นราคาขายปลีกในประเทศได้
นอกจากนี้ ยังปรับลดอัตราการชดเชยดีเซลลง 20 สต. จากเดิมมีอัตราการชดเชยลิตรละ 80 สต. เหลือ 60 สต./ลิตร เนื่องจากมีค่าการตลาดอยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่แล้ว ซึ่งหลังปรับลดอัตราชดเชยยังมีค่าการตลาดอยู่ที่ 1.50 บาท/ลิตร
ด้านสถานะกองทุนน้ำมันฯภายหลังมีการปรับเปลี่ยนอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ทำให้มีภาระติดลบรายวันลดลงเหลือวันละ 106 ล้านบาทจากเดิมติดลบวันละ 112 ล้านบาท ในขณะที่มีฐานะสุทธิติดลบรวม 1.71 หมื่นล้านบาท ซึ่งสาเหตุที่กองทุนน้ำมันฯมีภาระติดลบรายวันลดลง เนื่องจากลดอัตราการชดเชยราคาดีเซลลง 20 สต./ลิตร เพราะเป็นน้ำมันที่มีการใช้มากถึงวันละ 50 ล้านลิตร







