
เตือน13ก.ย.เหนือ-อีสานบนเจออิทธิพลพายุ
"รอยล"เตือนภาคเหนือ-อีสานบนเจออิทธิพลพายุช่วง 13 ก.ย. คาดฝนไม่หนักเท่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ชี้ระบายน้ำฝนภาคกลางใช้เวลา2-3สัปดาห์
"รอยล"เตือนภาคเหนือ-อีสานบนเจออิทธิพลพายุช่วง 13 ก.ย. คาดฝนไม่หนักเท่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ชี้ระบายน้ำฝนภาคกลางใช้เวลา2-3สัปดาห์
นายรอยล จิตรดอน ประธานคณะอนุกรรมการติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ และจัดสรรน้ำ ในคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม คือปริมาณฝนที่ตกเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะฝนที่ตกหลักในพื้นที่ภาคกลาง ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ และต้องใช้เวลาในการระบายหลายสัปดาห์ เนื่องจากพื้นที่กว้างกว่า 9 หมื่นตารางกิโลเมตร
ทั้งนี้พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่ง ณ เวลานี้ ได้แก่ ประตูระบายน้ำชุมแสง ประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้าง ซึ่งปริมาณน้ำอยู่ในระดับสูง โดยกรมชลประทานได้เร่งผันน้ำออกทางประตูระบายน้ำพระพิมล และประตูระบายน้ำพระยาบรรลือ และแบ่งน้ำส่วนหนึ่งเข้าทางคลองระพีพัฒน์ โดยอาศัยศักยภาพของคลอง 13 เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย
สำหรับระดับน้ำในแม่น้ำยมเริ่มทรงตัว ไม่มีน้ำเอ่อล้นตลิ่ง แต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อ เนื่องจากในช่วงวันที่ 13 ก.ย. ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากพายุและร่องมรสุมที่ก่อตัวบริเวณทะเลจีนใต้ พาดผ่านภาคเหนือทำให้เกิดฝนตกในจังหวัดน่าน เชียงราย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเข้าไปยังประเทศจีน และญี่ปุ่น ทำให้เกิดฝนตก แต่ไม่รุนแรงเท่าฝนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ต้องเร่งระบายน้ำอย่างเร่งด่วน เนื่องจากการระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำภาคกลางทำได้ยากกว่าการระบายน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ เนื่องจากพื้นที่ภาคเหนือมีความลาดเอียงทำให้น้ำเหนือไหลลงมายังภาคกลางได้โดยใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ โดยการระบายน้ำฝนในพื้นที่ภาคกลางอาจจะต้องใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ ซึ่งแนวทางการระบายน้ำยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้







