posttoday
การเกิดขึ้นและการละกิเลส

การเกิดขึ้นและการละกิเลส

09 กันยายน 2555

“กิเลสทั้งหลายอาศัยอโยนิโสมนสิการ และการสละสติแล้วย่อมเกิดขึ้น”

“กิเลสทั้งหลายอาศัยอโยนิโสมนสิการ และการสละสติแล้วย่อมเกิดขึ้น”

ข้อความในอรรถกถาอธิบายพระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ กล่าวไว้ได้ครอบคลุมการเกิดขึ้นของกิเลสยิ่งนัก และเป็นข้อความที่มีความลึกซึ้งยิ่ง เพราะโดยทั่วๆ ไปเวลาที่เราทำบุญกุศลกิเลสก็ไม่ได้เกิดขึ้น แต่แล้วทำไมต่อมากิเลสกลับเกิดขึ้นได้ ท่านอธิบายไว้ขอนำมาโดยสรุปย่อว่า

สำหรับปุถุชนและผู้ที่ยังมีกิเลสหลงเหลืออยู่ กิเลสทั้งหลายย่อมไม่ปรากฏ ด้วยอำนาจแห่งวัตรของภิกษุบางรูป วัตรเหล่านั้น ได้แก่ “คันถะ ธุดงค์ สมาธิ วิปัสสนา นวกรรม และภพ” เมื่อผู้นั้นยังสมบูรณ์ด้วยวัตรปฏิบัติดังกล่าวเป็นต้นนั้น กิเลสก็ยังไม่เกิดขึ้น กิเลสทั้งหลายยังไม่ได้โอกาส ก็ในกาลอื่น เมื่อเธอมีวัตรอันแตก กิเลสทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นได้ เพราะอาศัยอโยนิโสมนสิการและการสละสติแล้ว กิเลสย่อมเกิดขึ้น

ข้อนี้หากเราพิจารณาดูแล้วก็จะเห็นเป็นความจริง เพราะว่าหากผู้ใดสาธยายอยู่ ศึกษาเล่าเรียนอยู่ ใส่ใจอยู่ คันถะ ก็คือการศึกษาพระไตรปิฎก โดยคิดพิจารณาถึงอรรถ ถึงธรรม กิเลสย่อมไม่ปรากฏ ต่อเมื่อละการศึกษา เกิดความเกียจคร้านขึ้น อาศัย อโยนิโสมนสิการ คือ การกระทำใจไม่แยบคาย คือไม่พิจารณาปล่อยให้เผลอสติไม่อยู่ในกุศลธรรมกิเลสย่อมเกิดขึ้นได้

เช่นเดียวกับการสมาทานประพฤติธุดงควัตร การเจริญสมาธิทำฌานอยู่ หรือการปฏิบัติวิปัสสนา กิเลสย่อมไม่ได้ช่องย่อมไม่เกิดขึ้นในขณะนั้น หรือแม้แต่การกระทำนวกรรม ได้แก่ การก่อสร้าง เช่น การสร้างโรงอุโบสถ โรงฉัน เป็นต้น ในเวลานั้นเมื่อคิดถึงการก่อสร้างอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะนำมาสร้าง กิเลสก็ไม่ได้ช่อง แต่ต่อเมื่อสละธุดงควัตรเสียแล้ว ฌานเสื่อมเสียแล้ว หรือสละการเป็นผู้ปฏิบัติวิปัสสนาเสียแล้ว กระทำนวกรรมเสร็จแล้ว หรือเลิกกระทำนวกรรมเสียแล้ว กิเลสย่อมได้โอกาส กิเลสที่ไม่ปรากฏ ย่อมได้โอกาสเกิดขึ้น

อีกประการหนึ่งคือ ภพ หมายถึง การไปเกิดเป็นพรหม อรรถกถากล่าวว่า ก็ภิกษุบางรูปมาจากพรหมโลก ย่อมเป็นสัตว์บริสุทธิ์ กิเลสหลายอย่างย่อมไม่ได้โอกาส เพราะยังไม่มีการซ่องเสพ แต่ว่าในกาลต่อมาเมื่อมีการซ่องเสพ กิเลสอาศัยอโยนิโสมนสิการและการสละสติย่อมเกิดขึ้น

บางครั้งเมื่อยังไม่ได้ประสบกับอารมณ์อันเป็นที่ชอบใจที่ยังไม่เคยได้ประสบ กิเลสทั้งหลายมีราคะเป็นต้น ก็ยังไม่ปรากฏ

ผู้ที่ยังไม่ได้บรรลุโลกุตตรธรรม แม้บางโอกาส วัตรปฏิบัติ การไม่ได้ประสบกับอารมณ์ที่เอื้อต่อกิเลส หรือการเกิดในบางภพภูมิ (เช่น พรหม) การที่จิตเป็นกุศล ตั้งจิตไว้ดีประกอบด้วยการใส่ใจต่อสิ่งต่างๆ ที่เข้ามากระทบอย่างแยบคาย (มีโยนิโสมนสิการ) และมีสติตั้งมั่น กิเลสก็ยังไม่ปรากฏขึ้น เนื่องจากยังไม่ได้โอกาส แต่เมื่อใดที่ละจากวัตร จากภพ จากจิตที่เป็นกุศลแล้ว กิเลสย่อมได้ช่องมีโอกาสเกิดขึ้น

ต่อเมื่อโลกุตตรมรรคเกิดขึ้น จึงจะกระทำกิจในการไม่ให้กิเลสที่ยังไม่เกิดขึ้นและพึงเกิดขึ้น (ได้) ไม่ให้เกิดขึ้น ที่เรียกว่ากระทำกิจในการละกิเลส (ละกิเลสอย่างถาวรตามลำดับของมรรค) ให้สำเร็จ มรรคเกิดขึ้นย่อมละกิเลส โดยไม่พึงกล่าวว่า ละกิเลสที่เป็น อดีต หรือ ปัจจุบัน หรือ อนาคต

การละกิเลสของมรรคนั้นท่านเปรียบเหมือนกับการตัดต้นมะม่วง (ซึ่งเป็นต้นไม้กำลังรุ่น ที่ยังไม่มีผล) ที่ราก ผลที่ยังไม่บังเกิดขึ้นย่อมไม่เกิดขึ้น หากเปรียบกับต้นมะม่วงรุ่นที่มีผล คนทั้งหลายบริโภคผลมะม่วงแล้ว ผลที่เหลือตกไปบนดินก็สามารถงอกขึ้นเป็นต้นมะม่วงต่อไปได้ แต่เมื่อมีคนเอามีดมาตัดต้นมะม่วงนั้น ผลที่เป็นอดีตจึงมิได้พินาศไป ผลทั้งหลายที่เป็นปัจจุบันและอนาคตก็ไม่พินาศไป เพราะผลมะม่วงที่เป็นอนาคตยังไม่เกิดขึ้น จึงยังไม่อาจพินาศไป เมื่อต้นมะม่วงถูกตัดขาดแล้ว ผลมะม่วงในกาลนั้นย่อมไม่มี เพราะฉะนั้น แม้ผลมะม่วงที่เป็นปัจจุบันก็ไม่พินาศไป เมื่อต้นมะม่วงถูกตัดแล้ว ผลมะม่วงที่ยังไม่เกิดเหล่านั้นแหละย่อมไม่เกิดขึ้น ที่ยังไม่ปรากฏ ย่อมไม่ปรากฏ

มรรคก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมละกิเลสทั้งหลายอันต่างด้วยอดีตเป็นต้น ก็หาไม่ ย่อมไม่ละกิเลสทั้งหลายก็หาไม่ เพราะว่าเมื่อขันธ์ทั้งหลาย อันมรรคยังมิได้กำหนดรู้แล้ว ความเกิดขึ้นแห่งกิเลสเหล่าใดพึงมี เพราะความที่ขันธ์ทั้งหลายอันมรรคกำหนดรู้แล้ว กิเลสที่ยังไม่เกิดขึ้นเหล่านั้นนั่นแหละย่อมไม่เกิดขึ้น ที่ยังไม่บังเกิดนั่นแหละ ย่อมไม่บังเกิดขึ้น ที่ยังไม่ปรากฏนั่นแหละ ย่อมไม่ปรากฏ มรรคย่อมละกิเลสอย่างเดียวก็หาไม่ อุปาทินนขันธ์เหล่าใดพึงเกิดขึ้นเพราะความที่กิเลสทั้งหลายยังมิได้ละ มรรคย่อมละแม้อุปาทินนขันธ์ (ขันธ์ที่กรรมเข้าไปยึดไว้โดยความเป็นผล ได้แก่ นามธรรมที่เป็นโลกียวิบาก และกัมมชรูป คือรูปที่เกิดจากกรรม) เหล่านั้นแหละด้วย ... มรรคจึงชื่อว่าย่อมออกไปจากอุปาทินนขันธ์และอนุปาทินนขันธ์ (ขันธ์ที่กรรมไม่ได้ยึดไว้โดยความเป็นผล คือขันธ์อื่นๆ ที่นอกจากอุปาทินนขันธ์ ตัวอย่างเช่น กุศล อกุศล และจิตชรูป เป็นต้น) แต่เมื่อว่าโดยอำนาจแห่งภพแล้ว โสดาปัตติมรรค ย่อมออกจากอบายภูมิ สกทาคามิมรรค ย่อมออกไปจากสุคติภพบางส่วน อรหัตตมรรคย่อมออกไปจากรูปภพและอรูปภพ (คือออกจากภพทั้งหมด)

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน