
สุกำพลขนบิ๊กกลาโหม บินพบทักษิณ ถึงอังกฤษ
คาดหารือ ปม"เสถียร"ฟ้องศาลปกครอง สั่งทีมกม.แจงฟันวินัย "เสถียร" ชี้ ศาลไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ด้าน"เสถียร"งัดเอกสาร8หน้า ยันชัด "สุกำพล"ล้วงลูก
คาดหารือ ปม"เสถียร"ฟ้องศาลปกครอง สั่งทีมกม.แจงฟันวินัย "เสถียร" ชี้ ศาลไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ด้าน"เสถียร"งัดเอกสาร8หน้า ยันชัด "สุกำพล"ล้วงลูก
รายงานจากกระทรวงกลาโหมว่า พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.ร.อ.ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.มล.เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานคณะที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.นิพัทธ ทองเล็ก ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปประเทศอังกฤษ โดยออกเดินทางจากประเทศไทย เมื่อเวลา 12.00 น. ( 7ก.ย.) เพื่อเข้าพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือถึงกรณีที่พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ยืนฟ้องต่อศาลปกครองต่อการที่ พล.อ.อ.สุกำพล ลงนามในคำสั่งกระทรวงกลาโหมย้ายออกจากการทำหน้าที่ปลัดกระทรวงกลาโหม สำหรับ พล.อ.นิพัทธ์ ก็จะเข้าไปขอบคุณ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ตนเองได้รับตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหม
ทั้งนี้ พล.อ.อ.สุกำพล ได้สั่งการให้ พล.อ.ชัยรัตน์ ชีวะพันธุ์ เจ้ากรมพระธรรมนูญ เตรียมเอกสารข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับทางกฎหมายเพื่อต่อสู้กับเรื่องดังกล่าว เนื่องจากคำสั่ง 383 / 55 ดังกล่าว เป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเพื่อลงโทษทางวินัยทางด้านทหาร ซึ่งอำนาจการพิจารณาทางศาลปกครองไม่สามารถที่จะดำเนินการพิจารณาตัดสินคุ้มครองให้ พล.อ.เสถียร กลับมาทำงานในตำแหน่งเดิม เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีอำนาจเต็มในการลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชา โดยตามหลักกฎหมายแล้ว ศาลปกครองไม่มีอำนาจในการตัดสินเกี่ยวกับเรื่องวินัยทหารตามที่ได้มีการบัญญัติไว้ในตามมาตรา 9 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองพ.ศ. 2542 ได้บัญญัติข้อยกเว้นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง 3 ประเภทคือ 1.การดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหาร ไม่ว่าจะเป็นการลงทัณฑ์แก่ผู้กระทำผิดต่อวินัยทหารหรือเป็นการดำเนินการทางวินัยอย่างอื่น 2.การดำเนินการของคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 ซึ่งมิใช่เป็นการพิจารณาพิพากษาคดี แต่เป็นการบริหารงานบุคคลของผู้พิพากษาศาลยุติธรรม เช่น การแต่งตั้งโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่งการลงโทษทางวินัย(ค) 3.คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลชำนัญพิเศษต่างๆ ที่อยู่ในระบบศาลยุติธรรม ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นก่อนที่จะมีการจัดตั้งศาลปกครอง อย่างไรก็ตามในหนังสือคำสั่งย้ายปลัดกลาโหมของรมว.กลาโหมนั้น มิได้ระบุว่า พล.อ.เสถียร กระทำผิดด้านวินัยแต่อย่างใด แต่ให้เหตุผลเพียงแค่ว่า เพื่อให้การบริหารราชการในกระทรวงกลาโหมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 มาตรา 9 และมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม(พ.ร.บ.กลาโหม) พ.ศ.2551
ขณะเดียวกัน พล.อ.เสถียร ได้ทำเอกสารถึงศาลปกครองกรณีที่ พล.อ.อ.สุกำพล ได้เรียกไปสั่งการให้ตั้ง พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2555 โดยเอกสารดังกล่าวมีรายละเอียดถึง 8 หน้า ว่าในที่ประชุมมีการพูดอะไรอย่างไรบ้างเพื่อให้ศาลพิจารณา นอกจากนี้ยังได้ทำหนังสือถึงกรมพระธรรมนูญว่า หากรมว.กลาโหม มีการเรียกประชุมคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ก็ขอให้แจ้งให้ตนได้รับทราบด้วย เพราะถือตนว่ายังคงดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมอยู่ ทั้งนี้เมื่อไม่มีหนังสือยืนยันกลับมาให้ตนเข้าร่วมประชุมดังกล่าวในแง่ของกฎหมายถือว่า พล.อ.อ.สุกำพล ละเลยการปฏิบัติหน้าที่มีความผิดตาม กม.อาญา มาตรา 157







