
ปชป.ยันทดสอบน้ำไม่สร้างเชื่อมั่นน้ำไม่ท่วม
ปชป.อัดทดสอบระบายน้ำไม่สร้างความเชื่อมั่น แนะเพิ่มเจรจามวลชนคนใต้แนวคันกั้นน้ำ เปลี่ยนคนทำงานไม่รู้จริง
ปชป.อัดทดสอบระบายน้ำไม่สร้างความเชื่อมั่น แนะเพิ่มเจรจามวลชนคนใต้แนวคันกั้นน้ำ เปลี่ยนคนทำงานไม่รู้จริง
นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะ รมช.คมนาคมเงา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การทดสอบการปล่อยน้ำเข้ากรุงเทพฯ ของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.)เมื่อวันที่5 ก.ย.ที่ผ่านมา ไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้ คน กทม. ได้ เพราะน้ำที่ปล่อยเข้าสู่คลองทวีวัฒนามีปริมาณน้อยมาก เมื่อเทียบกับวิกฤตการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 อีกทั้งครั้งนั้นน้ำท่วมเกิดจากน้ำเอ่อท่วมขังในทุ่งแล้วไหลมาตามความลาดชันของพื้นที่เข้าท่วมกทม. ไม่ใช่น้ำที่ไหลมาตามแม่น้ำลำคลองที่สามารถควบคุมได้
" ดังนั้นการปล่อยน้ำปริมาณน้อยพร้อมกับใช้เครื่องผลักดันน้ำ แล้วแถลงข่าวใหญ่โตว่า น้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯ นั้น ไม่ใช่หลักประกันที่จะสร้างความมั่นใจให้ชาวกทม. ได้เลย เพราะถ้ามีปริมาณน้ำมากเกินความจุของคู คลองในกรุงเทพฯ น้ำก็จะท่วมอยู่ดี แม้ว่ากทม. จะเตรียมรับมือไว้อย่างดีก็ตาม" นายสามารถกล่าว
รมช.คมนาคมเงา กล่าวว่า การจะสร้างความมั่นใจให้คน กทม.ได้นั้น กบอ. จะต้องแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะในการผันน้ำออกสู่ฝั่งตะวันตกผ่านแม่น้ำท่าจีนและฝั่งตะวันออกผ่านคลองพระองค์ไชยานุชิตและแม่น้ำบางปะกงเพื่อปล่อยลงสู่อ่าวไทย ทำให้น้ำไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ ไม่เกินความจุของคู คลองสาขาในกรุงเทพฯ และจะต้องทดสอบการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สอดประสานกันอย่างลงตัว เช่น หน่วยงานที่อยู่เหนือน้ำเปิดประตูระบายน้ำ หน่วยงานที่อยู่ใต้น้ำที่จะต้องเปิดประตูระบายน้ำให้สอดรับกันเพื่อปล่อยน้ำลงสู่แม่น้ำหรือทะเลในช่วงที่น้ำทะเลไม่หนุน
นอกจากนี้ รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหามวลชนคนที่อยู่ฝั่งน้ำท่วมหรือคนใต้น้ำ ในกรณีที่มีการสร้างคันกั้นน้ำแบ่งกั้นพื้นที่เหนือน้ำ ใต้น้ำเพราะหากบริหารปัญหามวลชนไม่ได้ก็จะซ้ำรอยปี 54ที่มีการเอาคนไปทำลายคันกั้นน้ำอยู่ดี โดยรัฐจะต้องหาที่พักพิงในช่วงน้ำท่วมและหาทางเยียวยาให้กลุ่มคนเหล่านี้ ที่สำคัญ นายกรัฐมนตรีจะต้องใช้คนที่มีความรู้และประสบการณ์ในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งประเทศไทยไม่ขาดแคลน แต่ควร เลิกใช้คนที่ไม่รู้จริงเสียที







