
สมคิดปลุกเอกชนบี้รัฐออกกม.ราคากลาง
สมคิดปลุกภาคเอกชนรวมพลังบี้รัฐบาลออกกฎหมายกำหนดราคากลางมาตรฐานสกัดคอร์รัปชั่น มีชัยแนะประกวดอักขระต้านโกง
สมคิดปลุกภาคเอกชนรวมพลังบี้รัฐบาลออกกฎหมายกำหนดราคากลางมาตรฐานสกัดคอร์รัปชั่น มีชัยแนะประกวดอักขระต้านโกง
งานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น : รวมพลังเปลี่ยนประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติ สิริกิตติ์ ศาสตราภิธาน ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร บรรยาย เรื่อง “รวมพลังภาคธุรกิจ ต่อต้านคอร์รัปชั่น” ว่า ปัญหาการคอร์รัปชั่นของไทยเป็นปัญหาที่สะสมและยืดเยื้อมานาน โดยที่ผ่านมาทุกรัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ปัญหา แต่เหมือนว่าปัญหาการคอร์รัปชันเป็นปัญหาที่ฝังลึก แต่หากดูประเทศสิงคโปร์ที่เคยมีปัญหาการคอร์รัปชัน และได้มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยการร่วมมือกับทุกภาคส่วน การปรับโครงสร้างที่จะนำไปสู่การคอร์รัปชัน ทำให้ขณะนี้กลายเป็นประเทศติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกที่ปลอดปัญหาการคอร์รัปชัน
นายสมคิด กล่าวว่า ปัญหาการคอร์รัปชันกลายเป็นค่านิยมที่คนส่วนใหญ่ มองว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ซึ่งหากยังปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้ ปัญหาดังกล่าวก็จะกลืนกินสิ่งดีงาม กลืนกินเศรษฐกิจ จริยธรรมและสังคมไทยในที่สุด ทั้งนี้มองว่าภาคธุรกิจเอกชนถือเป็นข้อต่อที่สำคัญในการเริ่มปลุกระดมปัญหา เพื่อเป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือกับภาครัฐบาล ถึงแม้ภาคเอกชนจะเป็นส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาการคอร์รัปชันด้วยก็ตาม
แต่ในขณะเดียวกันภาคเอกชนก็เป็นแรงสำคัญในการเริ่มต้นการระดมพลังในการต่อ ต้านการคอร์รัปชัน โดยจะต้องสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้ผู้ที่เข้าร่วมแนวทางเดียวกัน ซึ่งเมื่อผู้เข้าร่วมแนวทางมีความปลอดภัยก็จะทำให้คนอื่นกล้าที่จะเข้าร่วม การต่อต้านคอร์รัปชันมากขึ้น ดังนั้นหัวใจสำคัญทั้งหมดในการแก้ปัญหาการ คอร์รัปชัน คือการมีแนวคิด แนวทางร่วมกันการกล้าที่ปฏิบัติเสธการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ และทุกภาคส่วนทั้ง ภาคเอกชน ภาคประชาชนและภาครัฐบาล ต้องร่วมมือกันอย่างจังจริง ซึ่งตนเชื่อว่าหากมีการร่วมมืออย่างจริงจังแล้วไทยจะสามารถแก้ปัญหาการคอร์รัปชัน ได้เหมือนประเทศสิงค์โปร์
ทั้งนี้ตนเองเห็นว่า ทำไมเราถึงไม่กำหนดราคากลางเป็นมาตรฐาน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง โครงการ สามารถกำหนดราคากลางที่เป็นมาตรฐาน ผลักดันรัฐบาลอีกทีให้ออกเป็นกฎหมาย ถ้ามีราคากลาง ใครประมูลต่ำกว่าเป็นจริง ตอบไม่ได้ ให้ขึ้นแบล็กลิสต์
นายสมคิด กล่าวว่า ในขณะที่ไทยจากผลการสำรวจกว่าร้อยละ 60 พบว่าการคอร์รัปชันเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับได้หากเป็นการคอร์รัปชันที่ ยังสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ และถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่ผลการสำรวจมาจากกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่นที่ เป็นอนาคตของประเทศ ดังนั้น ภาคธุรกิจควรเร่งเปลี่ยนทัศนคติของเด็กและเยาวชน ผ่านการดำเนินงานในรูปแบบต่างๆ
“ ดูอย่างเกาหลีใต้ เขาขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายทำอย่างต่อเนื่อง จนมีอิทธิพลเหนือรัฐบาลในการเรื่องไม่เอาคอร์รัปชั่น แต่ของเราหยุดแค่มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูป ดังนั้นเอกชนควรร่วมพลังเดินหน้าต่อไป “ นายสมคิด กล่าว
นายสมคิด กล่าวว่า พบเวปไซต์ของฟิลิปปินส์ นำเสนอเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นของฟิลิปปินส์ เขานำเสนอว่า ครั้งหนึ่งฟิลิปปินส์ เป็นชาติมั่งคั่งในเอเชียรองจากญี่ปุ่น แต่วันนี้ประเทศล้าหลัง ยากจน เมื่อนักการเมืองมีการทุจริต ในเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐ และข้าราชการแทนที่จะได้รับชื่นชมกลับเป็นเป้าหมายให้ถูกประณามรับสินบนคอร์รัปชั่น วันนี้ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปในทางเลวลง เพราะปัญหาคอร์รัปชั่นฝังรากลึกอยากเปลี่ยนสภาพให้ดีขึ้น
“ผมเชื่อว่า บ้านเราไม่อยากเป็นอย่างนั้น ภาคเอกชน ต้องประสานกับสื่อมวลชน ภาครัฐจะทำเรื่องแบบนี้ได้ ไม่ใช่ไปบังคับใครได้ แต่เป็นเรืองจิตสำนึกหน้าที่ความรับผิดชอบ เรื่องของการทุจริตเป็นเรื่องโชคชะตาบ้านเมืองส่งมารุ่นต่อรุ่น วันนี้อยู่ที่ท่านจะว่าอย่างไร “ นายสมคิด กล่าว
นายสมคิด กล่าวว่า ตามป้ายในงานรวมพลังเปลี่ยนแปลงประเทศไทย อยากให้นึกถึงมหาตมะคานธี บอกว่า การจะเปลี่ยนประเทศ ต้องเปลียนที่ชนบท หมู่บ้าน ถ้าเปลี่ยนชนบทหมู่บ้าน ก็ต้องอาศัยพลังงยิ่งใหญ่ทำได้ ก็จากภาคธุรกิจทั้งหลาย
นายมีชัย วีระไวทยะ ประธานมูลนิธิ มีชัย วีระไวทยะ บรรยาย เรื่อง “รวมพลังผลักดันการต่อต้านคอร์รัปชั่น ให้เป็นวาระแห่งชาติ “ ว่า กฎหมายที่มีอยู่ไม่สามารถทำให้ปัญหาคอร์รัปชั่นลดลง ถามว่าเราจะใช้วิธีแก้คอร์รัปชั่นด้วยกฎหมายหรือพฤติกรรมส่วนตัว พฤติกรรมส่วนตัวที่มีการฝังลึกเป็นสันดาน เราจะให้รัฐเป็นผู้นำในการทำฝ่ายเดียวหรือให้เอกชนช่วย ถ้าจะแก้ไขก็ต้องทำเป็นแผนระยะยาวต่อเนื่อง 20 ปี เน้นไปที่พฤติกรรมส่วนตัว
นายมีชัย กล่าวว่า ต้องให้ความสำคัญด้านการศึกษา ทุกโรงเรียนไม่มีหลักสูตรการเรียนการสอนต่อต้านคอร์รัปชั่น เรามีการฝึกอ่านอักขระ ก.ไก่ – ฮ. นกฮูก แต่ทำไมไม่มีอักขระต่อต้านคอร์รัปชั่นบ้าง อยากฝากนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ควรให้มีการแข่งขันประกวดอักขระต่อต้านคอร์รัปชั่น ชิงเงินแสน เอาสถานีวิทยุโทรทัศน์มาช่วยกันประชาสัมพันธ์
นายมีชัย กล่าวว่า ระบบการศึกษาปัจจุบันเหมือนโทรศัพท์ตั้งโต๊ะ แต่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเหมือนโทรศัพท์มือถือ การศึกษาต้องคิดนอกกรอบ เราต้องการสร้าคนรุ่นใหม่ เป็นเหมือนไผ่นอกกอ โดยกำหนดหลักสูตร 5 ประการ 1. เทคนิคการเรียนการสอนแนวใหม่ 2. ดูแลสุขภาพ 3. ขจัดความยากจน 4. จิตสาธารณะ 5. ต่อต้านคอร์รัปชั่น
“ผมได้เริ่มทดลองที่โรงเรียน มีชัยพัฒนา อ,ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยกำหนดให้ผู้ปกครองชำระค่าเล่าเรียนด้วยการทำความดีช่วยเหลือสังคม 400ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เด็กนักเรียนทุกคนร่วมเป็นคณะกรรมการจัดซื้อและตรวจสอบ เด็กม.1 จะถูกคัดเลือกโดยเด็กม.2 และม.3 มีการสัมภาษณ์พ่อแม่ สัญญาได้ไหมจะไม่โกง ครูที่มาสมัครสอน จะต้องได้รับการสัมภาษณ์จากนักเรียน และประเมินผลครู ทั้งหมดนี้ต้องการให้เด็กเข้ามามีส่วนร่วมทุกอย่าง” นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย กล่าวว่า เราต้องการผลิตนักเรียน ที่ไม่ต้องการสร้างคนเก่ง แต่เราต้องการสร้างคนดี เพราะเห็นคนเก่งไปเป็นโจรมานักต่อนัก แต่ตนเองไม่เคยเห็นคนดีไม่เป็นคนดี







