
ความจริงจังและจริงใจในการแก้ปัญหา
เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 31 ส.ค. 2555 “คนร้าย” ได้ปักธงชาติและแขวนธงชาติมาเลเซียไว้ตามที่สาธารณะกว่าร้อยจุด ใน จ.ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส
โดย...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์
เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 31 ส.ค. 2555 “คนร้าย” ได้ปักธงชาติและแขวนธงชาติมาเลเซียไว้ตามที่สาธารณะกว่าร้อยจุด ใน จ.ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส และอีกสองอำเภอของ จ.สงขลา เมื่อดูข่าวทางโทรทัศน์เราได้เห็นธงมาเลเซียปักทั่วไป เช่น ที่สี่แยก หรือวงเวียนที่ประชาชนผ่านไปมาเห็นได้ง่าย จนหลายคนเผลอคิดว่าอยู่ในประเทศมาเลเซีย และมีผืนผ้าเขียนข้อความเสียดสี เย้ยหยัน ถากถาง ดูถูกเจ้าหน้าที่แขวนไว้บริเวณสะพานลอย นอกจากนั้นยังวางระเบิดห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางเมืองนราธิวาสหลังจากที่โดนมาแล้ว 17 ครั้ง แต่ครั้งนี้ไฟไหม้หมดเหลือแต่เถ้า สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ก่อความไม่สงบมีเสรีที่จะทำอะไรก็ได้ในชายแดนภาคใต้
ทำไมผู้ก่อความไม่สงบถึงเลือกเอาวันที่ 31 ส.ค. ก่อกวนและปักธงมาเลเซีย ทำไมไม่ทำก่อนนี้หรือทำหลังจากนี้ บางคนคิดว่าน่าจะเป็นเพราะวันดังกล่าว เป็นวันชาติมาเลเซีย ซึ่งมีการเฉลิมฉลองและประดับธงชาติกันทั่วไปในมาเลเซีย การจัดหาธงชาติมาเลเซียจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว กระทำได้ง่ายและไม่เป็นที่สงสัยของคนมาเลเซีย ขณะเดียวกันก็เป็นวันคล้ายจัดตั้งขบวนการเบอร์ซาตู ที่ฝ่ายมาเลเซียมีส่วนในการจัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2532 เพื่อเตรียมไว้เป็นตัวแทนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนหากมีการเจรจากับทางการไทย
คำถามต่อมา คือ ทำไมคนร้ายถึงปักธงและแขวนธงมาเลเซียทั่วไป มีรายงานด้วยว่า บางแห่งมีการเผาธงชาติไทย บางโรงเรียนคนร้ายชักธงชาติมาเลเซียขึ้นแทนธงชาติไทย ซึ่งไม่เคยปรากฏเหตุการณ์ทำนองนี้มาก่อนเลยเท่าที่จำได้ คนร้ายมีวัตถุประสงค์อะไร หรือต้องการบอกว่าดินแดนส่วนนี้เป็นของมาเลเซีย ไม่ใช่ของไทย หรือต้องการให้ไทยและมาเลเซียบาดหมางกันตามที่หลายคนตั้งข้อสังเกตไว้ เพื่อป้องกันสองประเทศร่วมมือกันในการปราบปรามกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่หลบซ่อนตัวอยู่บริเวณชายแดนของประเทศทั้งสอง บางคนตั้งข้อสงสัยว่า มาเลเซียมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ มันมีอะไรลึกลับซับซ้อนกว่าที่คนทั่วไปรับรู้หรือไม่อย่างไร เพราะมีข่าวว่ามีบางคนจาก กทม.แอบลงไปชายแดนและประเทศเพื่อนบ้านเป็นครั้งคราว ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าไปทำอะไร บางคนตั้งข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับฤดูโยกย้ายหรือไม่
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีคำถามมากมายจากประชาชนถึงรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐว่า เจ้าหน้าที่ไม่รู้ระแคะระคายมาก่อนหรือทั้งที่ปฏิบัติการครั้งนี้คนร้ายทำพร้อมกันหลายแห่งและหลายจังหวัด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการประสานการปฏิบัติของกลุ่มคนร้าย ขณะที่สะท้อนให้เห็นถึงการไร้ประสิทธิภาพของฝ่ายรัฐ ประชาชน สื่อมวลชนและนักวิชาการวิจารณ์อย่างรุนแรงต่องานข่าวของรัฐบาลว่าล้มเหลวทั้งที่รัฐได้ลงทุนไปมาก เราเห็นใจการทำงานด้านการข่าวและด้านอื่นๆ ของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องนั้น เจ้าหน้าที่รัฐควรรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมบ้าง เนื่องจากงบประมาณที่ทุ่มลงไปเป็นเงินภาษีของประชาชน ดังนั้นเจ้าของภาษีต้องมีสิทธิมีเสียงที่จะพูดและแสดงความเห็น เจ้าหน้าที่อย่าคิดว่าเป็นการตำหนิ ตรงกันข้ามประชาชนพูดก็เพราะห่วงใยต่อสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนในพื้นที่ เพราะไม่อยากเห็นเพื่อร่วมชาติและเจ้าหน้าที่ต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นรายวันเช่นนี้อีก แต่หากเจ้าหน้าที่ทำดีที่สุดแล้ว ก็ต้องถามต่อไปว่าแล้วปัญหามันอยู่ที่ตรงไหน
สื่อมวลชนและประชาชนต้องการสะท้อนให้รัฐบาลซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ได้เพิ่มการเอาใจใส่และความพยายามในการบริหารจัดการปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น เพราะจากการสำรวจของโพลจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทุกครั้งที่ทำอย่างต่อเนื่องสรุปตรงกันว่า ผลงานย่ำแย่ของรัฐบาลอย่างหนึ่ง คือการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่มีอะไรดีขึ้น พอเกิดเหตุร้ายก็ตั้งหน่วยใหม่ขึ้นมา หลายฝ่ายมองว่า นายกรัฐมนตรีลอยตัวเหนือปัญหาโดยมอบให้รองนายกรัฐมนตรีทุกคน เดินทางไปในพื้นที่แล้วก็กลับโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น การที่นายกรัฐมนตรีเพิ่งเดินทางไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวานนี้ ถือว่าเป็นเรื่องดี ไม่ว่าท่านไปด้วยความจริงใจ หรือเพื่อไม่ให้เสียผลทางการเมืองที่หัวหน้าฝ่ายค้านไปมาแล้วหลายครั้งก็ตาม จริงอยู่การลงไปในพื้นที่ไม่ได้หมายถึงว่าทุกอย่างจะยุติลง แต่อย่างน้อยผู้นำรัฐบาลได้ไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ทำงานหนักและประชาชนที่กำลังตกอยู่ในความหวาดกลัว เพื่อให้ประชาชนมีขวัญและกำลังใจดีขึ้น ที่ผู้นำได้มาดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนด้วยตัวเอง
ในขณะที่ประชาชนไม่สงสัยในความตั้งใจจริงของนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองด้านอื่นๆ แต่กับกรณีสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น หลายคนสงสัยถึง “ความจริงจังและจริงใจ” ในการแก้ปัญหาของนายกรัฐมนตรี ทั้งที่เป็นปัญหาที่มีความสำคัญและมีความเร่งด่วนสูงสุด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สำคัญยิ่งของชาติเกี่ยวกับอธิปไตยเหนือดินแดน ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ความสุขของประชาชน การที่นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจต่อปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ น้อยไปหน่อย อาจเป็นเพราะนักยุทธศาสตร์พรรคไม่อยากให้ท่านไปเปลืองตัวกับปัญหาที่แก้ได้ยาก สู้มาเล่นกับโครงการประชานิยมดีกว่า
หลายฝ่ายสงสัยว่า เครื่องมือของรัฐในการ บริหารจัดการความมั่นคงของชาติและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาหรือไม่อย่างไร ดีอยู่แล้ว หรือมีข้อบกพร่องตรงไหน ไม่ทันสมัยกับสถานการณ์ปัจจุบัน และถูกนำไปใช้อย่างเหมาะสม ทันเวลาหรือไม่ หากดีอยู่แล้ว ทำไมจึงเกิดความสูญเสียทุกวันและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราจะเชื่อได้อย่างไรว่า นอกจากเราจะไม่เสียดินแดนส่วนนี้ไปแล้ว หากมีปัญหา ถึงเวลาหรือยังที่รัฐจะปฏิรูประบบและกลไกในการบริหารจัดการปัญหาความมั่นคงของชาติกันเสียที







