
โลกมองไทย
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเตือนว่าความเห็นที่ไม่ลงรอยระหว่างประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กับวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการ ธปท. ในเรื่องนโยบายการเงินนั้น เสี่ยงฉุดความเชื่อมั่นของต่างชาติ เนื่องจากเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยและ ธปท. รวมทั้งนำไปสู่ปัญหาการเมืองแทรกแซงธนาคารกลาง
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเตือนว่าความเห็นที่ไม่ลงรอยระหว่างประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กับวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการ ธปท. ในเรื่องนโยบายการเงินนั้น เสี่ยงฉุดความเชื่อมั่นของต่างชาติ เนื่องจากเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยและ ธปท. รวมทั้งนำไปสู่ปัญหาการเมืองแทรกแซงธนาคารกลาง
“ความเห็นที่ไม่ลงรอยในเรื่องการปรับนโยบายการเงินจากการใช้เป้าหมายเงินเฟ้อเป็นตัวกำหนด มาใช้เป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนเป็นตัวกำหนด กำลังสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนก่อนหน้าที่ ธปท.จะมีการประชุมนโยบายการเงินประจำเดือนในวันพุธนี้” รายงานระบุ
ด้านประสานเปิดเผยระหว่างให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทมส์ ว่า การที่ “บุคคลที่มีชื่อเสียง” ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของ ธปท.อาจเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศและของธนาคารกลางได้
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังออกโรงวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอของกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง และวีรพงษ์ ซึ่งเรียกร้องให้ ธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อกดค่าเงินบาทให้อ่อนลง
วิลเลียม ลี หัวหน้าฝ่ายวิจัยและวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ป โกลบอล มาร์เก็ตส์ มองว่าค่าเงินบาทที่อ่อนลงจะช่วยดันส่งออกได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น
“การทำค่าเงินบาทให้อ่อนจะไม่ช่วยให้เศรษฐกิจรุ่งเรืองได้ เพราะความรุ่งเรืองนั้นต้องมาจากผลิตผลที่เพิ่มขึ้นของประชาชน” ลี ระบุ
ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า ความเห็นที่ไม่ลงรอยต่างๆ นั้นสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการเมืองแทรกแซงหน่วยงานหลักของประเทศ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน
“นักลงทุนทั้งในไทยและต่างชาติกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ดังนั้นพวกเขาจะจับตามองสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดอย่างแน่นอน” นักวิเคราะห์ประจำสถาบันการเงินตะวันตกในไทย กล่าว







