
เปิด18ธุรกิจการเงินให้คนต่างด้าวหากิน
เปิดกฎกระทรวงเว้นให้คนต่างด้าวเข้าทำธุรกิจบริการทางการเงิน 18 รายการ
เปิดกฎกระทรวงเว้นให้คนต่างด้าวเข้าทำธุรกิจบริการทางการเงิน 18 รายการ
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 4 ก.ย. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ จะเสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ. ... ให้ ครม.พิจารณาอนุมัติเพื่อเปิดให้คนต่างด้าวเข้ามาทำธุรกิจในไทยโดยไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจคนต่างด้าว 18 รายการ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ธุรกิจบริการ 18 รายการ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก เป็นธุรกิจหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 14 รายการ ประกอบด้วย 1.การค้าหลักทรัพย์ 2.การเป็นที่ปรึกษาการลงทุนในหลักทรัพย์ 3.การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 4.การยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ 5.การจัดการกองทุนรวม 6.การจัดการกองทุนส่วนบุคคล รวมถึงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 7.การจัดการเงินร่วมลงทุน 8.การให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ 9.การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
10.การเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ 11.การเป็นผู้ดูแลและเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์หรือลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายล่วงหน้า 12.การเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคล 13.การเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์กองทุนรวม และ14.การเป็นผู้ถือหุ้นแทน
กลุ่มที่สอง เป็นธุรกิจซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยการสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 3 รายการ ประกอบด้วย 1.การเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 2.การเป็นที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และ 3.การเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
กลุ่มที่สาม เป็นธุรกิจบริการตามกฎหมายทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน 1 รายการ คือ การประกอบธุรกิจเป็นทรัสตี
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ธุรกิจทั้ง 18 รายการเป็นธุรกิจที่มีหน่วยงานเฉพาะมีมาตรการกำกับที่ดีอยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อลดความซ้ำซ้อนในการกำกับดูแลของภาครัฐ ลดภาระในการเข้ามาลงทุนของภาคเอกชนและส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติ จึงเห็นควรให้การกำกับดูแลอยู่ภายใต้หน่วยงานเฉพาะเพียงแห่งเดียว
นอกจากนี้ กระทวงพาณิชย์ยังเสนอร่างพ.ร.ฎ.แก้ไขประเภทธุรกิจตามบัญชีท้ายพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ 2542 พ.ศ....ให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจซื้อขายสินค้าเกษตรในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย เฉพาะกรณีที่ไม่มีการส่งมอบหรือรับมอบสินค้าเกษตรในประเทศได้ เพราะเป็นธุรกิจที่ไม่กระทบผู้ประกอบการไทย
อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอว่า ให้กระทรวงพาณิชย์ประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จัดทำฐานข้อมูลการประกอบธุรกิจคนต่างด้าวเพื่อกำหนดนโยบายและทิศทางการค้าการลงทุนของประเทศในอนาคต
สำหรับธุรกิจที่ให้ตัดออกจากบัญชีแนบท้ายบัญชี 3 เป็นบัญชีที่มีกฎหมายเฉพาะดูแล คือธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าใน เอเฟต เฉพาะกรณีที่ไม่มีการส่งมอบ หรือรับมอบสินค้าเกษตรจริง มีหน่วยงานเฉพาะดูแลอยู่แล้ว คือ คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (กสล.) และเห็นว่า การซื้อขายในเอเฟตไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย และจะช่วยให้เอเฟตเติบโตขึ้น
ขณะที่ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง และธุรกิจภายใต้กฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน 18 ธุรกิจ เช่น การค้าหลักทรัพย์ การเป็นที่ปรึกษาการลงทุนในหลักทรัพย์ การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ การยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ การจัดการกองทุนรวม การจัดการกองทุนส่วนบุคคล รวมถึงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ขอให้เอาออก และให้ก.ล.ต.กำกับดูแลเอง เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการกำกับดูแลของภาครัฐ และส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติ มั่นใจว่ามีมาตรการกำกับดูแลได้







