
นายกฯสั่งเลขาฯสมช.ลงใต้1ก.ย.
กอ.รมน.ภาค 4 สรุปเหตุป่วนใต้รวม 102 เหตุทั้งเผา-วางกล่อง-ปักธงมาเลย์” หวังสร้างความแตกแยกระหว่างประเทศ
กอ.รมน.ภาค 4 สรุปเหตุป่วนใต้รวม 102 เหตุทั้งเผา-วางกล่อง-ปักธงมาเลย์” หวังสร้างความแตกแยกระหว่างประเทศ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มก่อความไม่สงบก่อเหตุรุนแรงในลักษณะป่วนเชิงสัญลักษณ์หลายสิบจุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และยังนำปักธงชาติมาเลเซียไปติดในหลายพื้นที่ ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีว่า ได้รับทราบรายงานแล้ว และได้สั่งการให้ พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ( สมช.)ลงไปดูแลแล้ว โดยจะลงพื้นที่ในวันที่ 1 กันยายนนี้
ด้าน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในฐานะรองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงเช้า ที่ผ่านมาว่า ก่อนอื่นทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ต้องขอแสดงความยินดีกับทางประเทศมาเลเซีย เนื่องจากในวันนี้เป็นวันที่ครบรอบ 50 ปี การประกาศเอกราชของประเทศมาเลเซีย จากประเทศอังกฤษ หรือวันเมอร์เดก้า (Merdeka) ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ และชาวไทยขอแสดงความความยินดีไปยังพี่น้องชาวมาเลเซียทุกท่านด้วย ส่วนกรณีเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ช่วงหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าเป็นการก่อเหตุในลักษณะการก่อกวน เป็นวัตถุต้องสงสัย การเผาทำลายธงชาติ และติดธงชาติมาเลเซียในหลายพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ บางส่วนของสงขลา โดยแยกเป็นในพื้นที่ยะลา 34 จุด นราธิวาส 44 จุด ปัตตานี 12 จุด และสงขลา 12 จุด รวมทั้งสิ้น 102 จุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลักษณะก่อกวน ต่างๆ ส่วนที่เป็นการลอบวางระเบิดรวม 5 จุดในพื้นที่ จ.นราธิวาส คือที่ อ.เมือง อ.ระแงะ อ.จะแนะ อ.บาเจาะ และ อ.สุไหงปาดี ทำให้มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บรวม 6 นาย เป็นเจ้าหน้าที่ของนาวิกโยธิน กองทัพเรือ 3 นาย ของหน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 45 จำนวน 2 นาย และหน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 46 จำนวน 1 นาย
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุต้องการให้เป็นภาพข่าวเพื่อปรากฎไปเป็นภาพข่าวทางสาธารณะ โดยเลือกวันที่เป็นวันเชิงสัญลักษณ์ คือวันที่ 31 ส.ค.ซึ่งตรงกับวันประกาศเอกราชของประเทศมาเลเซีย รวมทั้งเป็นวันครบรอบการจัดตั้งขบวนการณ์เบอร์ซาตู ทั้งนี้เพื่อต้องการกระตุ้นจิตใจของแนวร่วมในการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ สำหรับการเผาทำลายธงชาติไทย และติดธงมาเลเซีย นั้นกลุ่มคนร้ายต้องการสร้างความเกลียดชังระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ให้มีความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ซึ่งถือว่าเป็นการแสวงประโยชน์จากความรุนแรงที่กลุ่มผู้ก่อเหตุสร้างขึ้นแล้วต้องการโยนความผิดให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ก็อยากจะเรียนให้ทราบว่าประเทศไทยและประเทศมาเลเซียนั้นยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีมาโดยตลอดทั้งในระดับนโยบาย และระดับปฎิบัติในพื้นที่ การสร้างสถานการณ์เช่นนี้คงจะไม่ทำให้ประเทศไทยและมาเลเซียเกิดความขัดแย้งกันได้
พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวอีกว่า ในช่วงนี้หลายส่วนกำลังเตรียมพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 58 การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก สิ่งที่กลุ่มก่อเหตุรุนแรงต้องการในขณะนี้นอกจากการก่อเหตุสร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่วนหนึ่งคือมีความต้องการไม่ให้ประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพราะหลังจากเข้าไปแล้วก็จะสูญเสียมวลชนไปเยอะ เนื่องจากพี่น้องประชาชนอยากที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี และอยู่อย่างปกติสุข อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นท่านผู้บัญชาการทหารบก ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ก็ได้สั่งกำชับให้ทุกหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่เข้าไปควบคุมสถานการณ์ จัดชุดเก็บก็วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย เพื่อความไม่ประมาท รวมทั้งทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งก็มีความเข้าใจดี ทั้งนี้หากพี่น้องประชาชนท่านใดที่พบวัตถุต้องสงสัย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าตรวจสอบ โดยสามารถโทรแจ้งได้ที่หมายเลข 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง







