
ซัด‘ดีเอสไอ’บิดเบือน ตั้งคำถามตามแดงด่า
อภิสิทธิ์ กังขาคำถามดีเอสไอบี้จับผิดเหตุการณ์ชุมนุมการเมือง
อภิสิทธิ์ กังขาคำถามดีเอสไอบี้จับผิดเหตุการณ์ชุมนุมการเมือง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า รู้สึกแปลกใจคำถามของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลังไปให้ปากคำเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี 2553
“คดีนี้เริ่มต้นจากเรื่องของปัญหาคดีก่อการร้าย แต่ว่าแง่มุมที่สอบถามผมและคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ กลายเป็นเรื่องความพยายามที่จะมาจับผิดกันมากกว่า บางคำถามยกมาจากเวทีเสื้อแดง บางคำถามก็ยกมาจากหนังสือพิมพ์” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บางคำถามที่ถามเป็นการเอาข้อเท็จมาถาม เช่น ช่วงที่รัฐบาลเจรจาแกนนำคนเสื้อแดงเสนอแผนปรองดองเพื่อให้ยุติการชุมนุม ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนตั้งคำถามการชุมนุมยุติได้ต้องใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมใช่หรือไม่
“เป็นเรื่องแปลกที่คนที่ทำงานสืบสวนสอบสวนไม่ได้เอาข้อเท็จจริง ไม่ได้เอาเอกสารหลักฐานอะไรมายัน บอกเป็นภาพรวมๆ ไม่รู้ภาพรวมๆ ได้มาจากไหน ใครพยายามบิดเบือนความจริงสุดท้ายก็จะต้องรับผิดชอบ” อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นอย่างไรต้องเป็นไปตามนั้น กระบวนการยุติธรรมและหลักกฎหมายใครก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะสุดท้ายใครจะติดคุก ศาลจะเป็นผู้พิจารณาให้ความเป็นธรรม
เมื่อบ่ายวันที่ 29 ส.ค. พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ ได้นำตัว ส.อ.คชารัตน์ เนียมรอด และ ส.อ.ศฤงคาร ทวีชีพ พลแม่นปืนที่ประจำการอยู่บริเวณสนามมวยลุมพินี ให้ปากคำพนักงานสอบสวน
พล.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน กล่าวว่า ทหารทั้งสองนายให้ปากคำว่าใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และใช้กระสุนซ้อมยิงไม่มีหัวกระสุน ยิงเพื่อขู่และป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามา ส่วนการติดกล้องที่ปลายปืนนั้น เจ้าหน้าที่ได้ขอมาติดในภายหลัง โดยเป็นกล้องของปืนบีบีกัน
อย่างไรก็ตาม อาวุธปืนดังกล่าวทางดีเอสไอจะทำเรื่องถึงกองทัพบกเพื่อขอนำมาตรวจสอบ







