
พบเด็กลำปางป่วยโรคเริมรุนแรง
สสจ.ลำปางยืนยันเด็กชาวแจ้ห่มป่วยโรคเริมรุนแรงไม่ได้ป่วยโรคมือเท้าปาก
สสจ.ลำปางยืนยันเด็กชาวแจ้ห่มป่วยโรคเริมรุนแรงไม่ได้ป่วยโรคมือเท้าปาก
นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง กล่าวถึงกรณีมีเด็กอายุ 10 ปี จาก อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง 1 ราย ที่ป่วยหนักมีอาการคล้ายโรคมือเท้าปากถูกนำตัวส่งรักษาอย่างเร่งด่วนที่โรงพยาบาลศูนย์ลำปางว่าจากการตรวจสอบพบเด็กไม่ได้ป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก แต่อาการที่แสดงออกมาทั้งมีตุ่มใสตามลิ้น ปาก และในช่องปาก รวมถึงมีแผลจากตุ่มใสที่แตก นั้นคล้ายกับโรคมือเท้าปากอย่างมาก แต่จากการตรวจร่างกายเด็กอย่างละเอียดทำให้ทราบชัดเจนว่าเด็กป่วยเป็นโรคเริมชนิดที่รุนแรง ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ชื่อ เฮอร์ปีส์ ซิมเพล็กซ์ ทั้งนี้ โรคดังกล่าวนั้น มักจะเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ ที่ติดเชื้อกัน จากการสัมผัสกับน้ำเหลืองผู้ที่ป่วย ทางเยื่อบุ หรือผิวหนังถลอก หรือการติดต่อจากการจูบ ร่วมเพศ และการใช้ของร่วมกับผู้ป่วย เช่น ช้อน แก้วน้ำ และหลอดดูดกาแฟ
สำหรับอาการของโรคเริมที่แตกต่างจากโรคมือเท้าปากนั้น คือ ตามผิวหนังจะเกิดการอักเสบ บวมแดง และเป็นตุ่มใสซึ่งเด็กชาว อ.แจ้ห่ม ก็พบอาการดังกล่าวด้วยเช่นกัน ประกอบกับเด็กยังมีไข้ขึ้นสูงด้วย จึงทำให้เด็กมีอาการหนัก ต้องดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด โดยทางแพทย์โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง ก็ได้รักษาด้วยการให้ยาปฎิชีวะนะ ซึ่งเป็นยาเฉพาะทาง ในการรักษาโรคดังกล่าว ซึ่งจะเป็นการยับยั่งเชื้อ ที่มีอยู่ในร่างกาย โดยจะต้องฉีดให้ครบ 10 วันถึงจะหายเป็นปกติ โดยอาการล่าสุดขณะนี้เด็กอาการปลอดภัยแล้ว และออกจากห้องควบคุมการติดเชื้อ มาอยู่ที่ห้องพิเศษของโรงพยาบาลศูนย์ลำปาง ซึ่งการฉีดยาปฎิชีวะนะ ทางแพทย์ก็ได้ให้ยามาแล้ว 8 วัน หากครบกำหนด ก็จะเฝ้าระวังอาการสักพัก ก่อนที่จะอนุญาตให้กลับบ้านได้
นพ.ศิริชัย กล่าวอีกว่า โรคเริมที่มักจะเป็นกับผู้ใหญ่ ถึงแม้ว่าจะไม่ทำให้ผู้ใหญ่ป่วยหนัก เนื่องจากมีร่างกายที่แข็งแรง แต่เมื่อมาเกิดขึ้นกับเด็กเล็กที่มีร่างกายอ่อนแอจะทำให้เด็กป่วยหนัก ซึ่งจะต้องรีบทำการรักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง จนเป็นอันตรายได้ สำหรับการเกิดโรคในเด็กนั้น มีน้อยมาก ในพื้นที่ จ.ลำปาง นั้นถือว่ามีไม่กี่ราย แต่ทุกรายก็ได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติ สำหรับโรคเริ่มนั้น ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ จะมีการเริ่มแรกจะมีอาการคัน ๆ เจ็บ ๆ หรือปวดแสบร้อนบริเวณผิวหนัง ต่อมาจะเริ่มมีอาการอักเสบของผิวหนัง เกิดอาการบวม แดง ร้อน และเริ่มพองเป็นตุ่ม น้ำใส จากนั้นตุ่มใสเหล่านี้ ก็จะแตกออกกลายเป็นแผลเปิดชนิดแผลตื้น ๆ หลายแผลติด ๆ กัน ในกรณีที่มีอาการของโรคเริม เริ่มแรก จะมีอาการอ่อนเพลีย ครั่นเนื้อครั่นตัว มีไข้ หากรายใดอาการหนัก ก็ต้องรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาทันที







