
เสนอผลศึกษาเสือเต้นรับทีโออาร์3.5แสนล.
กษ.โผล่ผลศึกษา 9 จังหวัดลุ่มน้ำตอนบนแห่เอาเขื่อนแก่งเสือเต้น จับพิรุธมาเงียบอ้างนำผลศึกษาประกอบ ทีโออาร์ 3.5 แสนล้าน
กษ.โผล่ผลศึกษา 9 จังหวัดลุ่มน้ำตอนบนแห่เอาเขื่อนแก่งเสือเต้น จับพิรุธมาเงียบอ้างนำผลศึกษาประกอบ ทีโออาร์ 3.5 แสนล้าน
การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รายงานผลการศึกษาวิเคราะห์ระบบการจัดการน้ำลุ่มน้ำยมโดยใช้กระบวนการนโยบายสาธารณะแบบบูรณาการให้ที่ประชุมครม.รับทราบ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯรายงานผลการศึกษาสรุปว่า ทางเลือกการจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมมีด้วยกัน 4 ทางเลือก กล่าวคือ ทางเลือกที่ 1 มีการพัฒนาเฉพาะมาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้างและการปรับปรุงประสิทธิภาพการชลประทาน
ทางเลือกที่ 2 มีการพัฒนาในมาตรการไม่ใข้สิ่งก่อสร้างและมาตรการใช้สิ่งก่อสร้าง การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง ทั้งอ่างเก็บน้ำและฝาย/ ประตูระบายน้ำตามลำน้ำยม รวมถึงการพัฒนาและจัดสรรน้ำโครงการขนาดเล็กในพื้นที่ประสบภัยแล้งซ้ำซาก
ทางเลือกที่ 3 มีการพัฒนาในมาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้างและมาตรการใช้สิ่งก่อสร้าง ทั้งโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางและแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ได้ แก่ เขื่อนแม่น้ำยม และเขื่อนแม่น้ำยมตอนบน ทางเลือกที่ 4 มีการพัฒนาในมาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้างและมาตรการใช้สิ่งก่อสร้าง ทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางและแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ได้แก่ เขื่อนแก่งเสือเต้น
แหล่งข่าว กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ สรุปว่า แนวทางเลือการพัฒนาโครงการ ทางเลือกที่ 4 เป็นทางเลือกที่มีศักยภาพมากที่สุด โดย มีความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับทางเลือกที่ 1,2,และ 3 ในด้านความยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ ทางเลือกที่ 4 จะให้ผลประโยชน์สุทธิมากกว่าทางเลือกที่ 3 และทางเลือกที่ 2 ตามลำดับ
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า ผลจากการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “ทางเลือกในการจัดการลุ่มน้ำยม” ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนบนและลุ่มน้ำยมตอนล่าง รวม 9 จังหวัด ได้แก่ จ.พะเยา ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร และนครสวรรค์ โดยจัดให้มีการประชุมทั้งหมดจำนวน 9 ครั้ง โดยพื้นที่และกลุ่มประชากรเป้าหมายของการประชุมในพื้นที่ลุ่มน้ำยมได้ครอบคลุมพื้นที่และกลุ่มประชากรเป้าหมายที่มาจากพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยทั้ง 11 ลุ่มน้ำดังกล่าวข้างต้น มีพื้นที่ครอบคลุม 161 ตำบล 33 อำเภอ 10 จังหวัด มีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมถึง 6,313 คน ผลสรุปจากการมีส่วนร่วมในการจัดระดับความสำคัญของทางเลือกในการพัฒนาลุ่มน้ำยม พบว่า ผู้มีส่วนได้เสียส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับทางเลือกที่ 4 รองลงมาได้แก่ ทางเลือกที่ 3 ทางเลือกที่ 2 และทางเลือกที่ 1 ตามลำดับ
แหล่งข่าว กล่าวว่า เป็นที่สังเกตด้วยว่า ตามข้อเสนอที่ส่งเข้าครม.มีการระบุว่า เมื่อได้ฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่แล้ว จะได้นำความเห็นไปปรับปรุง เป็นข้อกำหนดงาน (TOR ) สำหรับการศึกษาวิเคราะห์ระบบการจัดการลุ่มน้ำยมฯ ต่อไป และนำเสนอระบบการจัดการน้ำลุ่มน้ำยมฯ ที่ดำเนินการแล้วเสร็จต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติและครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบ เพือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปเป็นกรอบการกำหนดแผนงาน/ โครงการ และการดำเนินการใดๆ ในการจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมต่อไป
ทั้งนี้ตามกรอบแผนงานโครงการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำตอนบน มูลค่า 3.5 แสนล้านบาท ได้บรรจุโครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น และเขื่อนแม่วงศ์เอาไว้







