
โลกมองไทย
เว็บไซต์ไฟแนนซ์เอเชีย เปิดเผยบทความกึ่งวิเคราะห์ของ มาร์ก แมทธิวส์ หัวหน้านักวิจัยของธนาคารจูเลียส เบเออร์ แอนด์ โค
เว็บไซต์ไฟแนนซ์เอเชีย เปิดเผยบทความกึ่งวิเคราะห์ของ มาร์ก แมทธิวส์ หัวหน้านักวิจัยของธนาคารจูเลียส เบเออร์ แอนด์ โค
ในสิงคโปร์ ซึ่งให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและทิศทางการลงทุนว่า ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะไทยนับเป็นประเทศที่น่าลงทุนอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างยุโรปกำลังเผชิญวิกฤตหนี้สาธารณะอย่างหนัก
แมทธิวส์ มองว่า ตลาดในอาเซียนนับเป็นตลาดการลงทุนที่มีความปลอดภัยอย่างน่าประหลาด เพราะแม้ว่าเมื่อ 10 ปีก่อน ประเทศในอาเซียนยังเป็นชาติที่ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมนานาชาติ ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากต่างมุ่งเป้าไปลงทุนที่จีนและอินเดียเป็นส่วนใหญ่ โดยที่ไม่ให้ความสำคัญต่อฟิลิปปินส์และไทยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2554 ตลาดในฟิลิปปินส์และไทยยังขยายตัวได้อย่างชัดเจน แม้ว่าวิกฤตยุโรปส่งผลให้ตลาดส่วนใหญ่ในเอเชียหดตัวลงอย่างรุนแรง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในไทยที่ตลาดยังคงฟื้นตัวได้ แม้เผชิญกับเหตุอุทกภัยครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 50 ปีก็ตาม
หัวหน้านักวิจัยของธนาคารจูเลียส เบเออร์ฯ ให้เหตุผลอีกว่า นอกจากไทยจะเป็นประเทศที่เหมาะสมเข้ามาลงทุนในระยะยาวแล้ว ไทยยังตั้งอยู่บนพื้นที่ยุทธศาสตร์ศูนย์กลางการค้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งกำลังเปิดตลาดและเติบโตขึ้นมาอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ไทยยังมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในเอเชีย โดยที่ในปีหน้ามีการคาดการณ์ว่า อัตราอาร์โออีของไทยจะขึ้นแท่นมีสัดส่วนสูงสุดเป็นอันดับ 1 อีกด้วย
ขณะเดียวกันเว็บไซต์ไอริสไทมส์ของไอร์แลนด์ เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า ถึงแม้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจโลกจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในเอเชีย ซึ่งหมายรวมถึงจีนและไทย แต่ทว่าด้วยแรงหนุนของยอดการบริโภคภายในประเทศและการลงทุน ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของไทยยังคงเจริญเติบโตได้ดี







