
ถอนประกัน "เจ๋ง" แกนนำแดงระส่ำ
เหตุบ้านการเมืองอาทิตย์นี้ร้อนแรงเป็นพิเศษ เพราะศาลอาญามีคำสั่งให้ถอนประกัน ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทย ขณะที่ จตุพร พรหมพันธุ์ และแกนแนวนำ นปช. ที่เหลืออีก 18 คน ศาลไม่มีคำสั่งให้ถอนประกัน
เหตุบ้านการเมืองอาทิตย์นี้ร้อนแรงเป็นพิเศษ เพราะศาลอาญามีคำสั่งให้ถอนประกัน ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทย ขณะที่ จตุพร พรหมพันธุ์ และแกนแนวนำ นปช. ที่เหลืออีก 18 คน ศาลไม่มีคำสั่งให้ถอนประกัน
การพิจารณาของศาลเป็นไปตามคำร้องของ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ขอให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว ก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. และ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย พร้อมแนวร่วมที่เหลือ ซึ่งรวมถึงเจ๋งด้วย จากกรณีที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีหน้ารัฐสภากล่าวโจมตีพาดพิง ข่มขู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่รับคำร้องขอให้วินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550
ศาลให้เหตุผลที่ถอนประกันตัวเจ๋งว่า เนื่องจากมีพฤติการณ์เข้าข่ายยั่วยุปลุกปั่นจากการปราศรัยละเมิดสิทธิครอบครัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยการบอกหมายเลขโทรศัพท์ของครอบครัวศาลรัฐธรรมนูญที่รับคำร้องทุกคน แม้เจ๋งจะขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวขอโทษแล้ว แต่หากปล่อยไปก็อาจก่อความวุ่นวายได้อีก
ทั้งนี้ ศาลไม่ได้ตัดสินถอนประกันเจ๋งเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเงื่อนไขให้จำเลยที่เหลือห้ามกระทำการอันมีลักษณะเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นหรือยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมือง หรืออาจก่อให้เกิดอันตราย กระทบต่อเกียรติยศ ชื่อเสียงและความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทำการใดๆ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน
รวมถึงห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
ภายหลังศาลตัดสิน วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของเจ๋งยืนยันจะนำหลักทรัพย์เงินสด 2 ล้านบาท และตำแหน่ง สส. ยื่นประกอบคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวใหม่อีกครั้ง พร้อมทั้งอาจเชิญพยานบุคคลที่ให้การเป็นประโยชน์มาให้ถ้อยคำต่อศาล เช่น บุคคลในรัฐบาล หัวหน้าพรรคเพื่อไทย หรือ รมว.ยุติธรรม
หลังจากนั้นเจ๋งก็ถูกนำตัวไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และถูกนำตัวไปไว้ยังเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ต่อไป เพราะเป็นผู้ต้องหาคดีการเมือง โดย พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้กำชับให้ดูแลเจ๋ง และจัดระบบการเยี่ยมญาติให้เหมาะสม ขณะที่ จตุพร ระบุว่า หลังจากนี้คงต้องปราศรัย หรือพูดในที่สาธารณะด้วยความระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการผิดเงื่อนไขของศาลอาญา และอาจทำให้ถูกถอนประกันได้
อย่างไรก็ตาม คล้อยหลังเพียงวันเดียวก็เกิดข้อครหาขึ้น เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงนำเครื่องขยายเสียง และเครื่องคาราโอเกะ เพื่อร้องเพลงร่วมกับเจ๋งที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ ซึ่งเป็นที่คุมขัง และยังมีการตั้งโต๊ะประกอบอาหารภายในเรือนจำด้วย
โสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้กล่าวว่า เป็นการผิดกฎของเรือนจำ แต่เพราะมีคนเสื้อแดงมาเยี่ยมเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่อาจจะอนุโลมให้ได้หากไม่รบกวนจนเกินไป อย่างไรก็ตาม จะไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้ง
เรื่องการใช้พลซุ่มยิงสไนเปอร์ ตามคำสั่งเอกสารลับคำสั่งการการใช้อาวุธของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ช่วงเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 ยังคงเป็นประเด็นร้อน ระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกองทัพบกต่อไป โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาปรามสื่อมวลชน ให้เสนอข่าวโดยระมัดระวัง และไม่ควรขยายประเด็นการใช้สไนเปอร์ของทหาร โดยขอร้องให้กระบวนการทางกฎหมายเดินหน้าต่อไป โดยอย่าเพิ่งตำหนิทหารก่อนล่วงหน้า
ขณะที่ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ก็ออกมาระบุว่าจะไม่พูดในเรื่องนี้อีกเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับฝ่ายกองทัพ โดยมีข้าราชการผู้ใหญ่ขอร้องไว้ อย่างไรก็ตาม กระบวนการสอบสวนจะยังคงเดินหน้าต่อไป และจะทยอยเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งอดีต ศอฉ. ทหาร ผู้ชุมนุม รวมถึงผู้สื่อข่าวมาให้ข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และเลขานุการ ศอฉ. อย่าง ถวิล เปลี่ยนศรี ก็อดรนทนไม่ไหว ออกมาตอบโต้ธาริตว่า การสลายการชุมนุมเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งธาริตเองก็นั่งอยู่ใน ศอฉ.ด้วย และเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการวางแผนสลายการชุมนุม จึงไม่น่าเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือบิดเบือนประเด็นการใช้อาวุธของผู้ชุมนุม
รวมถึงมองว่า ข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามรัฐบาลในแต่ละยุค
เป็นประเด็นร้อนอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อมีคลิปเสียงฉาวของ ฉลอง เรี่ยวแรง สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ข่มขู่ เจริญ ใจชน อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เกี่ยวกับการรุกที่ดินอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี จำนวน 70 ไร่ โดยฉลองระบุว่า เจริญกลั่นแกล้งเพื่อนของตัวเอง และได้พูดอย่างมีอารมณ์ว่าจะย้ายเจริญออกจากพื้นที่ หากไม่ยอมหาพื้นที่ 70 ไร่ให้ ซึ่งเจริญก็ถูก ดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ย้ายไปประจำที่กรมอุทยานแห่งชาติส่วนกลางจริง ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. 2554 โดยให้เหตุผลว่าเจริญถูกร้องเรียนว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อย่างไรก็ตาม ดำรงค์ระบุว่าเป็นการย้ายตามปกติ
ปิดท้ายด้วยเรื่องที่ ฟารุต ไทยเศรษฐ์ บุตรชายของ ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.พรรคชาติไทยพัฒนา จ.อุทัยธานี ถูกยิงเสียชีวิตคารถยนต์ บนถนนธนะรัชต์ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดย พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวว่า อาจเกิดจากความไม่พอใจกรณีเปิดไฟสูงใส่รถคู่กรณี
ทั้งนี้ ขณะนี้ยังไม่สามารถหาตัวคนร้ายได้ เนื่องจากภาพวงจรปิดไม่สามารถระบุชัดเจน โดยตำรวจได้ตั้งรางวัลผู้แจ้งเบาะแสไว้ 1 แสนบาท โดยขณะนี้ตำรวจได้สอบปากคำพยานแวดล้อมที่อยู่ตามข้างทางไปแล้วกว่า 30 ปาก และได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ตามอู่ซ่อมรถต่างๆ ในพื้นที่ อ.ปากช่อง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เพื่อแกะรอยหาตำหนิรูปพรรณรถกระบะตามที่พยานบอกไว้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลใดได้ว่าผู้ลงมือก่อเหตุเป็นใคร จะต้องรอสอบปากคำพยานที่เหลืออีก 5 คนก่อน ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ ถึงจะทราบแน่ชัดว่าใครเป็นใครบ้าง ภายในสัปดาห์หน้าคดีทุกอย่างจะกระจ่างชัดเจนมากขึ้น







