posttoday
ทำนาขั้นเทพ...รอพระพรุณเมตตา

ทำนาขั้นเทพ...รอพระพรุณเมตตา

25 สิงหาคม 2555

ชาวนาร้องระงมน้ำตาร่วงท่วมท้องทุ่งนาจากภาวะเอลนินโญคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เกิดฝนทิ้งช่วงมานานกว่า 2 เดือน หนักสุดในรอบ 10 ปี ผืนนาข้าวปลูกในช่วงกลางเดือน พ.ค. เสียหายขยายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะ จ.สุรินทร์ ถือว่าเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยปลูกทั้งจังหวัดกว่า 1.5 ล้านไร่ เริ่มเหี่ยวเฉายืนต้นตายเนื่องจากขาดแคลนน้ำหล่อเลี้ยง

ชาวนาร้องระงมน้ำตาร่วงท่วมท้องทุ่งนาจากภาวะเอลนินโญคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เกิดฝนทิ้งช่วงมานานกว่า 2 เดือน หนักสุดในรอบ 10 ปี ผืนนาข้าวปลูกในช่วงกลางเดือน พ.ค. เสียหายขยายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะ จ.สุรินทร์ ถือว่าเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยปลูกทั้งจังหวัดกว่า 1.5 ล้านไร่ เริ่มเหี่ยวเฉายืนต้นตายเนื่องจากขาดแคลนน้ำหล่อเลี้ยง

อย่างไรก็ตาม ชาวนาบ้านใหม่ดงเย็น ต.กาบเชิง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ไม่เคยสิ้นหวังกับอาชีพทำนา เพราะยังมีความเชื่อลึกๆ ว่า ต้นเดือน ก.ย.นี้ น่าจะมีพายุฝนพัดกระหน่ำห่าใหญ่เข้ามา จึงพากันใช้วิธีทำนาขั้นเทพ เรียกว่า “ดำนาหลุม” รอฝนตกมาชุบชีวิตต้นข้าว การดำนาหลุมนั้นชาวนาจะลงแขกพากันใช้ไม้ไผ่เหลาปลายให้แหลม จากนั้นจะพากันใช้ไม้ไผ่เหลาไปปักลงดิน ทำเป็นหลุมๆ เรียงรายกัน แล้วนำต้นกล้าข้าวปักลงไปตามหลุม จากนั้นก็ใช้ดินปิดทับภายหลังอีกครั้ง ซึ่งเป็นวิธีการดำนาขั้นเทพแบบโบราณที่สืบสานกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

ทัศนีย์ ผุดผ่อง อายุ 40 ปี ชาวนาบ้านใหม่ดงเย็น ต.กาบเชิง บอกว่า วิธีดำนาขั้นเทพ เรียกว่า ดำนาหลุม ขั้นตอนนั้นยุ่งยากกว่าการดำนาที่มีน้ำ เนื่องจากต้องใช้คนจำนวนมาก ต้องมีคนใช้ไม้ปักดินเป็นหลุม มีคนเดินดำนาตาม และต้องดำนาแบบเดินหน้าอย่างเดียว ขณะที่การดำนาแบบมีน้ำนั้นจะต้องมีคนเดียวถือมัดกล้าข้าวแล้วดำนาได้เลย แต่ต้องดำนาแบบถอยหลัง

ทำนาขั้นเทพ...รอพระพรุณเมตตา

 

“ปีนี้ถือว่าฝนทิ้งช่วงมายาวนาน แม้ว่าเวลาทำนาล่วงเลยมาถึงเดือนสิบแล้ว (ส.ค.) แต่ผืนนายังแห้งแล้งอยู่เลย ไม่มีน้ำขังในท้องนา นาข้าวที่หว่านไปก่อนหน้านี้ข้าวก็ยืนต้นแห้งตายหมดเกลี้ยง ชาวบ้านที่นี่จึงลงแขกช่วยกันดำนาหลุม เสี่ยงเอาว่าพระพิรุณหรือฝนจะเมตตาตกลงใส่นาข้าวในช่วงเดือน ก.ย.นี้ หากล่วงเลยไปแล้วโอกาสที่จะดำนาอีกรอบคงไม่ได้แล้ว” ทัศนีย์ กล่าวด้วยความขื่นขมชีวิตชาวนาที่ต้องรอฟ้าฝนอย่างเดียว

ทั้งนี้ เช่นเดียวกันชาวนาในพื้นที่ ต.เสียว โดด และ อีเซ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ ฝนทิ้งช่วงมานานกว่า 3 เดือน แหล่งน้ำหลายแห่งแห้งขอดไม่สามารถจะสูบไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่มีอายุกว่าเดือนที่กำลังแห้งตาย ชาวนาต้องใช้เครื่องตัดหญ้าตัดต้นข้าวทิ้งเพื่อไม่ให้ดินแห้งมากไปกว่านี้ รอจนกว่าฝนมาต้นข้าวก็จะงอกขึ้นมาใหม่

วิลาวรรณ วงศ์สโพธิ์ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 36 หมู่ 11 บ้านอดุลรังสี ต.อีเซ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ บอกว่า มีพื้นที่นาจำนวน 4 ไร่ ต้องตักน้ำจากบ่อดินขึ้นมารดผืนนาเพื่อให้ดินชุ่มน้ำแล้วจึงใช้ด้ามเสียมทำเป็นหลุมเพื่อดำนา รอให้ฝนมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวในช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ หากฝนยังทิ้งช่วงก็ต้องปล่อยให้ตายไปตามธรรมชาติ

กันยา หนองเหล็ก หมู่บ้านเดียวกัน บอกว่า เมื่อกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาได้ทำนาหว่านไว้ แต่ฝนทิ้งช่วงยาวนานผิดปกติ ทำให้ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว ส่งผลให้หญ้าขึ้นมาแซมท่วมต้นข้าว ต้องเกี่ยวทั้งหญ้าและต้นข้าวทิ้งเพื่อรอฝนตกลงมาให้ต้นข้าวเกิดขึ้นมาใหม่

สุวรรณ โสดา นายกเทศบาลตำบลอีเซ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือขอเครื่องสูบน้ำไปทางจังหวัด พร้อมกับขอฝนหลวงมาปฏิบัติการทำฝนหลวง แต่ฝนก็ไม่ตก เนื่องจากสภาพอากาศมีความชื่นน้อยแถมลมกระโชกแรง ก็ต้องยอมรับว่าไม่มีใครสามารถเอาชนะธรรมชาติภัยแล้งไปได้

ทองคำ เป้าเงิน อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 11 ต.อีเซ บอกว่า จากการที่เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงครั้งนี้ทำให้ต้นหญ้าขึ้นมาปกคลุมต้นข้าวเช่นเดียวกับเกษตรกรรายอื่นๆ ต้องเอาเคียวมาเกี่ยวหญ้าและข้าวที่กำลังขาดน้ำเพื่อเอาไปเลี้ยงวัว ถ้าหากว่าฝนยังคงทิ้งช่วงยืดยาวไปอีกก็ต้องทำใจปล่อยนาข้าวให้วัวกินแทน

ฝนทิ้งช่วงนานผิดปกติปีนี้ถือว่าหนักสุดในรอบ 10 ปี ไม่เพียงแต่ผืนนาข้าวหอมมะลิในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรือ จ.ศรีสะเกษ เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบนาข้าวเสียหายเป็นวงกว้าง ทั่วทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือนาล่มทั้งระบบ ชาวนาได้แต่นั่งมองท้องนาข้าวเหี่ยวเฉายืนต้นตายต่อหน้าต่อตา แถมติดหนี้ติดสินล้นตัว โครงการรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท ปีนี้อาจไร้ความหมายสำหรับชาวนาหากฝนไม่ตก

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน