
"เจ๋ง"เบิกความอ้างไม่มีเจตนาคุกคามศาล
"เจ๋ง ดอกจิก" เบิกความศาลยันปราศรัยไม่มีเจตนาคุกคาม ดึงรมช.มหาดไทยช่วย-ตำรวจ-ช่วยแก้ต่าง อ้างประกาศเบอร์โทรตุลาการแค่พูดตลก
"เจ๋ง ดอกจิก" เบิกความศาลยันปราศรัยไม่มีเจตนาคุกคาม ดึงรมช.มหาดไทยช่วย-ตำรวจ-ช่วยแก้ต่าง อ้างประกาศเบอร์โทรตุลาการแค่พูดตลก
เมื่อเวลา 10.00น. นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ขึ้นเบิกพยานเพิ่มเติมต่อองค์คณะผู้พิพากษาศาลอาญา ระหว่างการสอบถามเพื่อเพิกถอนคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวในคดีก่อการร้าย สืบเนื่องจากการกล่าวปราศรัยของนายเจ๋ง ที่มีการระบุบ้านเลขที่และเบอร์โทรศัพท์ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
นายเจ๋ง เบิกความว่า การปราศรัยไม่มีเจตนาคุกคาม หรือยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนโทรศัพท์ไปก่อความวุ่นวายต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและครอบครัว และได้กล่าวขอโทษต่อหน้าประชาชนจำนวนมากแล้ว จึงขอให้ศาลมีความเมตตาตักเตือน โดยจากนี้พร้อมรับและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ได้นำพยานขึ้นเบิกความ 3 ปาก คือ พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 นายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.มหาดไทย และนายจรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวา มาขึ้นเบิกความในวันนี้ด้วย
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนปช. ได้สอบถามนายเจ๋งว่า ได้เบอร์โทรศัพท์ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาจากไหน นายเจ๋งตอบว่า มีคนนำเอกสารมาให้ จึงได้กล่าวปราศรัยโดยอ่านตามเอกสารที่ได้มา ซึ่งเป็นการพูดเชิงตลกขบขันกับผู้ฟังปราศรัย
ทนายความนปช. ถามว่า จำเลยคนอื่น(แกนนำ)รู้เรื่องการกระทำนี้หรือไม่ นายเจ๋งตอบว่า ไม่รู้ครับ ทนายความถามอีกว่า หลังจากนั้นที่บ้านของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเกิดอะไรขึ้นบ้าง นายเจ๋งตอบว่า “ไม่ได้เกิดเหตุอะไรขึ้น เพราะคนเสื้อแดงไม่มีใครไปที่บ้าน คือเขาไม่ได้สนใจในคำพูดของผมเลย ซึ่งหลังจากนั้นผมก็ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตรวจให้ส่งกำลังไปดูแลรักษาความปรอดภัยอีกด้วย ผมอยากบอกว่าเป็นลูกผู้ชายเมื่อขอโทษแล้วทุกอย่างก็จบ ผมต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกคุกคาม เพราะมีแต่คนโทรและส่งข้อความมาต่อว่าผม”
ขณะที่นายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.มหาดไทย ขึ้นเบิกความว่า นายเจ๋ง มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเลขานุการรมช.มหาดไทย มีบุคคลิคนิสัยดี มุ่งมั่นทำงาน และเป็นคนพูดติดตลก ร่างเริง ไม่เป็นพิษเป็นภัย จึงได้มอบหมายให้ช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่เกิดภัยน้ำท่วม และสามารถช่วยเหลืองานได้เป็นอย่างดี
พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เบิกความว่า ได้รับมอบหมายให้สังเกตการณ์ฟังปราศรัยในช่วงที่นายเจ๋งขึ้นเวทีปราศรัยด้านหน้ารัฐสภา โดยขณะนั้นผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นรากหญ้า และไม่มีใครหยิบปากกาขึ้นมาจด เบอร์โทรศัพท์ และนายเจ๋งได้ขึ้นเวทีอีกครั้งเพ่อมากล่าวขอโทษด้วย
จากนั้นนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ร้อง ขึ้นเบิกความว่า การปราศรัยของนายเจ๋ง เป็นการกระทำเพื่อทำลายองค์กรอิสระ และกระบวนการยุติธรรม จึงไม่ใช่การติชมด้วยความสุจริต ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ดูแลประชาชนไม่ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง แต่นายเจ๋ง ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองเสียเอง ซึ่งประเทศนี้มีอยู่ 2 องค์กรที่ไม่มีภูมิคุ้มกันตัวเอง คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ และศาล ดังนั้นจึงต้องช่วยกันปกป้อง
ด้านทนายความนปช. ขึ้นซักถามว่า การมายื่นถอนประกันจำเลยรู้หรือไม่ว่าจะเกิดผลต่อสิทธิเสรีภาพของจำเลย แล้วใช้อำนาจอะไรมายื่น นายนิพิฏฐ์ ตอบว่า การยื่นถอนประกันทำในฐานะประชาชน ที่เห็นว่าการกระทำของนายเจ๋ง ได้ผิดเงื่อนไขขอประกันตัวชั่วคราวในคดีก่อการร้าย ดังนั้นเมื่อผิดเงื่อนไขแล้วก็มีสิทธ์ที่จะยื่นถอนระกันตัวได้
ทนายความนปช. ถามอีกว่า แล้วทีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) อยู่ในข้อหาก่อการร้ายเช่นกัน ทำไมถึงไม่ออกมายื่นถอนประกันตัวเหมือนกัน นายนิพิฏฐ์ ตอบว่า ขณะนั้นไม่ทราบ และไม่ได้เกี่ยวข้องกัน อีกทั้งเป็นคนละเรื่อง จึงขอย้ำว่าการเบิกความในวันนี้เป็นเรื่องของนายเจ๋ง ที่มีการกระทำผิดชัดเจน และจะเห็นได้ว่าแกนนำ นปช.ทั้ง 24 คน ก็ไม่ได้ยื่นขอถอนประกันทุกคน เพราะคนอื่นไม่ได้เข้าข่ายคุกคามศาล อีกทั้งมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเลขานุการรมช.มหาดไทย ถือเป็นการแทรกแซงองค์กรอิสระ
อย่างไรก็ตาม องค์คณะศาลอาญา ได้พักการสอบถามเพิ่มเติม โดยนัดให้มาฟังคำสั่งอีกครั้งในเวลา 15.00น. วันเดียวกันนี้







