
ไม่ดอตคอม
เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ราคาหุ้นของบริษัท แอปเปิล พุ่งขึ้นไปที่ 660 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น
โดย...ธนพล ไชยภาษี
เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ราคาหุ้นของบริษัท แอปเปิล พุ่งขึ้นไปที่ 660 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น ทำให้มูลค่าตลาดของแอปเปิลพุ่งไปแตะ 6.23 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก และสูงแซงหน้าบริษัท ไมโครซอฟท์ ที่เคยทำสถิติไว้เมื่อปี 1999 ที่ 6.20 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงวิกฤตฟองสบู่ดอตคอม ที่มีการปั่นราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตจนสูงเกินจริง
เห็นราคาหุ้นของแอปเปิลที่พุ่งพรวดพราดเช่นนี้ก็ต้องบอกว่าเสียวไม่น้อยครับ ว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐอาจจะกลายเป็นฟองสบู่ขึ้นมาอีกครั้งหรือไม่
แต่ถ้าหากพิจารณากันจริงๆ จะเห็นว่าเป็นการขึ้นอย่างสมเหตุสมผล เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีข่าวลือว่าแอปเปิลจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ หุ้นก็จะมักขึ้นตามมาทุกครั้ง โดยในครั้งนี้เชื่อว่าแอปเปิลจะประกาศตัวไอโฟน 5 ในวันที่ 12 ก.ย.นี้ และอาจจะมีไอแพดรุ่นใหม่ตามมาด้วย
สำหรับแอปเปิลนั้น มองว่าการที่ราคาหุ้นปรับขึ้นเอาๆ ก็ถือว่าสมเหตุสมผล เพราะแอปเปิลเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีสินค้าจับต้องได้ และเป็นหนึ่งในบริษัทไม่กี่แห่งของโลกที่มีคนทั่วโลกให้ความเชื่อมั่นมากถึงขนาดนี้ครับ ราคาหุ้นของแอปเปิลจึงปรับขึ้นตามความสัมพันธ์ของความเคลื่อนไหวของบริษัท
และที่น่าสนใจก็คือ เรื่องดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นบทพิสูจน์ของ ทิม คุก ซีอีโอคนปัจจุบันได้เป็นอย่างดีว่าสามารถนำแอปเปิลให้เดินต่อไปได้ แม้ว่าจะไม่มี สตีฟ จ็อบส์ เหมือนเคย
ที่พาดหัวเอาไว้ว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหุ้นอินเทอร์เน็ต ในสหรัฐยังไม่เข้าสู่ยุคฟองสบู่ดอตคอม เพราะยังเห็นได้จากสิ่งที่เกิดกับเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ที่ราคาหุ้นร่วงเอาๆ หนำซ้ำยังมีข่าวลือว่ากำลังมีการบีบให้ มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ออกจากตำแหน่งซีอีโออีกด้วย
ราคาหุ้นของเฟซบุ๊ก จากราคาเปิดไอพีโอที่ 38 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ราวๆ 19 เหรียญสหรัฐนั้น ไม่ใช่ว่าเป็นการลงแบบไม่มีเหตุผลรองรับครับ แต่เป็นเพราะว่าราคาที่ตั้งเอาไว้นั้นถือว่าสูงเกินจริงกับมูลค่าของเฟซบุ๊ก
เฟซบุ๊กมีอะไร เฟซบุ๊กต่างจากแอปเปิล และคู่แข่งอย่างกูเกิลอย่างมาก เฟซบุ๊กมีเพียงแต่ยูสเซอร์ หรือผู้ใช้ เท่านั้นที่เป็นมาตรวัดถึงความสำเร็จของเฟซบุ๊ก ซึ่งจำนวนผู้ใช้แม้ว่าจะมีมากเป็นสิบๆ ล้านคน แต่นั่นก็เป็นทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้
แอปเปิลมีทั้งไอแพด ไอโฟน แมคบุ๊กแอร์ และเครื่องแมคอินทอช และอีกหลายๆ ผลิตภัณฑ์ ส่วนกูเกิล นอกเหนือจากเว็บไซต์กูเกิล ยังมียูทูบ กูเกิลยังข้ามธุรกิจไปยังระบบปฏิบัติการมือถืออย่างแอนดรอยด์
ทั้งแอปเปิล และกูเกิล มีสินค้าที่จับต้องได้ครับ จึงไม่แปลกที่ทิศทางราคาหุ้นจะอยู่ในแนวกราฟขึ้นตลอดเป็นระยะ
ส่วนเฟซบุ๊กแทบจะไม่มีอะไรเลย ลำพังการโฆษณาบนเว็บไซต์เฟซบุ๊กนั้น ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเห็นผลจริง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ เจนเนอรัล มอเตอร์ส จะถอนโฆษณาจากเฟซบุ๊กไปแล้วก่อนหน้านี้
จากปรากฏการณ์ของเฟซบุ๊ก จึงเป็นเครื่องรับประกันได้ครับว่า อย่างน้อยในวันนี้ฟองสบู่ดอตคอมยังไม่ก่อตัวขึ้นอย่างแน่นอนครับ







