
บี้รัฐคุมใช้บัตรเครดิตเกษตร
กระทุ้งรัฐ วางมาตรการตรวจสอบย้อนกลับการใช้บัตรของเกษตรกร ห่วงเกิดปัญหาฮั้วร้านค้า เปลี่ยนเครดิตเป็นเงินสด ใช้ผิดประเภท
กระทุ้งรัฐ วางมาตรการตรวจสอบย้อนกลับการใช้บัตรของเกษตรกร ห่วงเกิดปัญหาฮั้วร้านค้า เปลี่ยนเครดิตเป็นเงินสด ใช้ผิดประเภท
นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า เป็นห่วงโครงการบัตรเครดิตเกษตรกรของรัฐบาลจะก่อหนี้ให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้น และยังเปิดช่องให้เกิดการทุจริตระหว่างเกษตรกรกับร้านค้าที่ไปซื้อสินค้าได้ เนื่องจากรัฐบาลไม่มีระบบตรวจสอบย้อนกลับว่าเกษตรกรนำบัตรเครดิตไปใช้ซื้อสินค้าปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช จริงหรือไม่
ทั้งนี้ แม้จะมีการนำบัตรเครดิตไปซื้อสินค้าปัจจัยการผลิตจริง แต่ก็อาจตกลงกับทางร้านค้าที่จะหาประโยชน์จากบัตรเครดิต โดยให้ร้านค้าจ่ายเงินสดให้กับเกษตรกรแลกกับการนำบัตรเครดิตไปรูดซื้อสินค้า ซึ่งร้านจะได้รูดวงเงินที่มากกว่า ทำให้ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย สุดท้ายเกษตรกรก็จะนำเงินสดที่ไปใช้จ่ายซื้อสินค้าอย่างอื่นแทน เช่น โทรศัพท์มือถือ รถจักรยานยนต์ เมื่อถึงเวลาปลูกข้าวก็ไปกู้เงินนอกระบบมาซื้อปัจจัยการเกษตรแทน เป็นการก่อหนี้เกินตัว จึงอยากให้รัฐบาลทำระบบตรวจสอบย้อนกลับด้วย
นอกจากนี้ รัฐบาลควรลงมาควบคุมราคาสินค้าที่เกี่ยวกับปัจจัยการเกษตร เช่น ปุ๋ยเคมี เพราะมีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้น ตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยได้แจ้งมายังร้านค้าว่าจะปรับราคาปุ๋ยขึ้นอีก 10% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบปุ๋ยในตลาดโลกแพงขึ้น หากปรับขึ้นราคาปุ๋ยอีกจะถือเป็นการปรับราคารอบ 2 จากก่อนหน้านี้ที่มีการปรับราคาปุ๋ยกระสอบละ 600 บาท เป็น 800 บาท เมื่อต้นปี
สำหรับโครงการบัตรเครดิตเกษตรกร เป็นโครงการของรัฐบาลที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ซื้อปัจจัยการเกษตร ทั้งเมล็ดพันธุ์พืช ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช และน้ำมัน ในวงเงินไม่เกิน 70% ของผลผลิตที่จะขายได้ โดยมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้ดำเนินการออกบัตรให้ ซึ่งจะปลอดดอกเบี้ยให้เกษตรกรเป็นเวลา 5 เดือน เพื่อรอเกษตรกรเก็บเกี่ยวพืชผลมาขายและนำเงินมาชำระหนี้ หาก 5 เดือนแล้ว เกษตรกรไม่ชำระ ธ.ก.ส.ก็จะเริ่มคิดดอกเบี้ยจากเกษตรกรในอัตราดอกเบี้ย 7% ทันที
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำกับดูแลโครงการรับจำนำ ได้เชิญตัวแทนโรงสี เกษตรกร มาประชุมร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาการปลอมปนข้าวเหนียวพันธุ์ กข. 6 หรือข้าวเหนียวเขี้ยวงู ซึ่งเป็นข้าวเหนียวพันธุ์ดีที่สุดของไทย เพราะเกรงว่าหากรับจำนำแบบใบประทวนปกติ จะทำให้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูไปปนกับข้าวเหนียวพันธุ์ธรรมดาได้ จึงตกลงที่จะให้จำนำแบบยุ้งฉางสำหรับข้าวเหนียวเขี้ยวงู โดยให้ราคารับจำนำแบบยุ้งฉางตันละ 1.8 หมื่นบาท ถ้าจำนำแบบใบประทวนได้ตันละ 1.7 หมื่นบาท ส่วนข้าวเหนียวพันธุ์ปกติจำนำแบบใบประทวนอย่างเดียว 1.5 หมื่นบาท







