posttoday
อเมริกา มหามิตร????

อเมริกา มหามิตร????

20 สิงหาคม 2555

อเมริกา ประเทศที่มีอิทธิพลปกคลุมไปทั่วโลก ประเทศที่พยายามบอกกับชาวโลกว่า เป็นประชาธิปไตย เคารพสิทธิมนุษยชน ประเทศที่ยึดกฎหมายเป็นหลัก มีมาตรฐานเดียว

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

อเมริกา ประเทศที่มีอิทธิพลปกคลุมไปทั่วโลก ประเทศที่พยายามบอกกับชาวโลกว่า เป็นประชาธิปไตย เคารพสิทธิมนุษยชน ประเทศที่ยึดกฎหมายเป็นหลัก มีมาตรฐานเดียว

คนที่รู้จักอเมริกาดี จะรู้ดีว่า จริงๆ แล้วอเมริกาเป็นอย่างไร

อเมริกาบุกอิรัก อ้างว่ามีอาวุธร้ายแรง แต่ความจริงแล้วไม่มีอาวุธร้ายแรงใดๆ ตามที่อเมริกากล่าวหา อเมริกาเป็นผู้ดีเคารพกฎหมายหรือเป็นอันธพาล

อเมริกามีอาวุธร้ายแรงได้ แต่ประเทศเล็กๆจะมีไม่ได้ อย่างนี้ ไม่ใช่สองมาตรฐาน แต่ไม่มีมาตรฐานเลย

อเมริกาบุกเข้าไปฆ่าซัดดัม ฆ่าบิน ลาเดน ซึ่งอยู่ตรงข้ามอเมริกา ในดินแดนของประเทศอื่น กรณีอย่างนี้อเมริกาใช้สิทธิตามกฎหมายใด อเมริกาเคารพสิทธิมนุษยชนหรือไม่ อย่าว่าแต่อเมริกาไม่ยอมให้ใครทำกับคนอเมริกาอย่างนี้เลย แม้คนอเมริกัน อเมริกาก็ไม่กล้าทำอย่างนี้

อเมริกาตัดความช่วยเหลือ บีบคั้นประเทศที่อเมริกาอ้างว่าเป็นเผด็จการ แต่กับจีน ซึ่งมีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว เป็นเผด็จการเห็นๆ อเมริกากลับไปอี๋อ๋อเอาใจ อย่างนี้สองมาตรฐานหรือไม่

การปฏิบัติที่ไม่มีมาตรฐานของอเมริกา ยังมีอีกเป็นกระบุง จาระไนอย่างไรก็ไม่หมด

กรณีองค์การนาซาของอเมริกาขอใช้สนามบินอู่ตะเภา โดยอ้างว่าใช้ทางด้านมนุษยธรรม เพื่อสำรวจสภาพอากาศและชั้นบรรยากาศ เพื่อจะเป็นข้อมูลในการป้องกันภัยพิบัติ จึงมีคนที่ไม่เชื่อ ไม่ไว้ใจอเมริกา เพราะการเข้ามาใช้สนามบินอู่ตะเภา อเมริกาจะนำเครื่องมืออันทันสมัยมากมายเข้ามาด้วย และที่น่าสงสัยคือ จะมีเครื่องบินที่บินได้สูง 7 หมื่นฟุต เข้าปฏิบัติภารกิจด้วย

ถ้าอยากรู้ว่า 70,000 ฟุต สูงแค่ไหน ลองเทียบง่ายกับเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ ที่บินอยู่ที่ความสูงระดับประมาณ 30,000 ฟุต ซึ่งก็บินอยู่เหนือเมฆอยู่แล้ว คงต้องถามว่า ทำไมอเมริกาจึงต้องบินสูงถึง 7 หมื่นฟุต (ประมาณ 20 กิโลเมตร) เพื่ออะไร ความสูงระดับนั้น จะเห็นประเทศจีนได้ชัดเจนเพียงใด

ข้ออ้างของรัฐบาลที่อ้างว่า ในการบินสำรวจ จะมีเจ้าหน้าที่ของไทยขึ้นไปประกบด้วย อเมริกาไม่สามารถทำอะไรได้ตามลำพังนั้น เป็นการดูถูกอเมริกามากเกินไป เจ้าหน้าที่ของไทยที่จะขึ้นไปประกบกับเขานั้น มีความรู้เรื่องเครื่องมือของเขามากน้อยเพียงใด อุปกรณ์คอมพิวเตอร์สมัยนี้ เขาต้องการให้เรารู้เราเห็นแค่ไหนก็ได้ ข้อมูลที่ได้จากการบินสำรวจ เขาจะเก็บเอาไว้ที่ไหน หรือจะส่งตรงไปนาซาเลยก็ได้ เราจะรู้ได้อย่างไร

เพียงแค่เห็นปุ่มลายตาไปหมด ก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว แม้จะมีความรู้เรื่องอุปกรณ์ที่เขาใช้ แต่เขาได้ซ่อนอะไรเพิ่มเติมไว้อีกหรือไม่ เราไม่มีทางรู้ได้เลย

อีกเหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลชอบอ้างคือ อเมริกามีดาวเทียม ที่สามารถจารกรรมข้อมูลต่างๆ ได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องบินสำรวจหาข้อมูล เหตุผลอย่างนี้ก็ตื้นเกินไป เป็นเหตุผลของพวกสมองไม่มีรอยหยัก การสำรวจในแต่ละมิติย่อมได้ผลแตกต่างกัน เราไม่มีทางที่จะรู้เหตุผลที่แท้จริงของอเมริกาได้เลย และไม่ควรใช้ความสามารถของตัวเอง ไปประเมินยักษ์ใหญ่อย่างพญาอินทรี

ปัญหาที่น่าคิดคือ อเมริกาเข้ามาสำรวจสภาพอากาศในบ้านเราทำไม อเมริกาได้ประโยชน์อะไร การอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือนั้น เชื่ออเมริกาได้แค่ไหน

ถ้าอเมริกาเก่งจริง ทำไมไม่ไปสำรวจบ้านตัวเองเพื่อจะได้ป้องกันพายุทอร์นาโดให้ได้ทุกวันนี้อเมริกาได้รับความเสียหายจากพายุทอร์นาโดทุกปี อเมริกาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แล้วจะเชื่อได้อย่างไรว่า อเมริกาเก่งจริง

คนที่รู้จักอเมริกาดี จึงไม่เชื่อและไม่ไว้ใจอเมริกา

ผมเคยได้ยินคนที่ทำงานกับหน่วยงานของอเมริกาเกี่ยวกับการทดลองยาว่า วิธีการทำงานของอเมริกาไว้ใจไม่ได้เลย

อเมริกากำหนดมาตรฐานของยาที่คิดค้นขึ้นใหม่ ถ้าต้องทดลองใช้กับคนก่อนจึงจะนำมาใช้ได้ อเมริกากำหนดมาตรฐานการทดลองใช้กับคนเอาไว้อย่างดี เช่น ต้องไม่ใช้กับเด็ก ต้องบอกข้อเท็จจริงให้ทราบ โดยชอบใช้ทดลองกับคนที่อยู่ชายแดน พวกชาวเขา ผู้อพยพ

แต่ในทางปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ของอเมริกาไม่สนใจที่จะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เช่น แม้อายุไม่ถึงเกณฑ์ ก็ให้ทดลองได้ และที่เจ็บแสบกว่านั้นคือ อเมริกานำยาที่ใช้รักษาโรคกับคนในประเทศตัวเอง มาใช้ทดลองกับคนเอเชีย ซึ่งไม่เคยเป็นโรคนั้นๆ ที่น่ากลัวคือ อเมริกานำเชื้อโรคต่างๆ เช่น กาฬโรคเข้ามาเก็บในไทย เป็นไปได้หรือไม่ที่เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองอาวุธเชื้อโรค

นอกจากนี้ การตั้งค่ายเพื่อทดลอง ที่ตั้งชายแดนเพื่อนบ้านนั้น มีสายลับเข้ามาทำงานด้วย การจารกรรมข้อมูลทางความมั่นคงของอเมริกา จึงแทรกเข้าไปในทุกหน่วยงานที่อ้างว่า เป็นการช่วยเหลือ

ถ้อยแถลงอันสวยหรูของอเมริกา จึงไม่น่าเชื่อถือและไม่อาจไว้วางใจได้

กรณีสนามบินอู่ตะเภา เป็นเรื่องบังเอิญที่อเมริกาออกวีซ่าให้กับนักโทษหนีหมายจับของไทยที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ให้เข้าประเทศได้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นอเมริกาไม่อนุญาตให้ทักษิณเข้าประเทศ

แม้เป็นเรื่องเฉพาะของแต่ละประเทศในการออกวีซ่า แต่อเมริกามีหลักเกณฑ์ที่จะไม่อนุญาตให้คนประเภทใดเข้าประเทศ หากอเมริกามีความจริงใจต่อคนไทย ไม่ใช่ต่อรัฐบาลไทย อเมริกาต้องอธิบายให้ได้ว่าทำไมเปลี่ยนใจ มีเหตุผลใดที่อเมริกาเปลี่ยนใจออกวีซ่าให้กับคุณทักษิณ ชินวัตร

ประเทศไทยกับอเมริกามีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกัน ซึ่งหลักเกณฑ์สำคัญของการส่งผู้ร้ายข้ามแดน คือ ต้องไม่ใช่คดีการเมือง คดีของคุณทักษิณมีเป็นกระบุง คดีที่พิพากษาแล้ว เป็นคดีคอร์รัปชัน ซึ่งอเมริกาเป็นประเทศที่อวดอ้างว่ายึดมั่นในความโปร่งใส ต่อต้านการคอร์รัปชัน ในความจริงอเมริการู้ดี แต่ประโยชน์ของอเมริกาสำคัญเหนือสิ่งใด

สำหรับรัฐบาลไทย คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทราบความเคลื่อนไหวของนักโทษหนีคดี หนีหมายจับของศาล ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่ต้องตามจับตัว และทราบดีว่า นักโทษหนีหมายจับไปเที่ยวอเมริกา ประเทศที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทย รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องทำเรื่องขอให้อเมริกาส่งนักโทษหนีหมายจับของศาลให้กับรัฐบาลไทย ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2533 และตามกฎหมายหลัก พระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 ผู้มีหน้าที่ดำเนินการ กำหนดไว้ในมาตรา 30

“การร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศผู้รับคําร้องขอมายังประเทศไทยให้พนักงานอัยการหรือหน่วยงานที่ประสงค์จะให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเสนอเรื่องผู้ประสานงานกลาง”

กรณีนี้น่าจะเป็นเผือกร้อนว่าหน่วยงานใดมีหน้าที่ต้องขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน

แต่นายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของฝ่ายบริหาร หากได้รับเรื่องร้องเรียนจะอยู่เฉยๆ คงไม่ได้

งานนี้แม้อเมริกาจะเป็นมหามิตร ก็ช่วยคนในรัฐบาลพ้นผิด ตามมาตรา 157 ไม่ได้

ตัวใครตัวมันครับ

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI