posttoday
โกงข้าว 19 จังหวัด

โกงข้าว 19 จังหวัด

18 สิงหาคม 2555

ผ่านมาร่วม 2 เดือนหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ผ่านมาร่วม 2 เดือนหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกมาโยนเผือกร้อนใส่รัฐบาลให้ระวังป้องกันการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว จนนำมาซึ่งการตั้งคณะลุยสอบ คว้านหาต้นตอคนโกงหลายชุด ทั้งชุดของ ป.ป.ช. ชุดของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และชุดของกระทรวงพาณิชย์

ผลของการไล่ล่าตามหาคนทำผิดเริ่มจับได้ทีละรายสองราย กระทั่งวันที่ 17 ส.ค. ชุดของสำนักตรวจสอบและปฏิบัติการ กรมการค้าภายใน สังกัดกระทรวงพาณิชย์ รายงานความคืบหน้าผลสอบล่าสุด พบการกระทำผิดในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกครอบคลุมถึง 19 จังหวัด

ความผิดที่ปรากฏเป็นไปตามข้อกล่าวหาที่ภาคเอกชน นักวิชาการ ตลอดจนพรรคฝ่ายค้าน ออกมาร้องเรียนอยู่ก่อนแล้วไม่ผิดเพี้ยน

เริ่มความผิดแรกที่พบมากที่สุดคือ การสวมสิทธิเกษตรกร พบใน จ.นครนายก กาฬสินธุ์ สกลนคร กำแพงเพชร สุพรรณบุรี และพัทลุง โดยเฉพาะที่พัทลุง จะมีนายหน้าเข้าไปรับซื้อใบรับรองเกษตรกรที่ปลูกพันธุ์ข้าวส่งจำหน่ายให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว โดยให้ราคา 500 บาทต่อตัน

ที่ จ.กำแพงเพชร ท่าข้าวได้นำข้าวเปลือกของตนรวมกับข้าวเปลือกของเกษตรกร จากนั้นนำสิทธิไปเข้าร่วมโครงการ ขณะที่ จ.สุพรรณบุรี ผู้นำชุมชน โรงสี และเกษตรกร ร่วมมือกันเป็นกระบวนการในการใช้สิทธิเข้าร่วมจำนำ

รองลงมาเป็นความผิดในเรื่องของการโกงตาชั่งเอาเปรียบเกษตรกร พบใน จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ เพชรบุรี และสิงห์บุรี

โกงข้าว 19 จังหวัด

 

ถัดมาเป็นความผิดในลักษณะของการโกงทางบัญชี คือปริมาณข้าวที่แจ้งไว้ไม่ตรงกับบัญชีที่ลงบันทึกไว้ พบที่ จ.บุรีรัมย์ พิษณุโลก และนครสวรรค์

ความผิดที่ตรวจพบประปราย อาทิ โรงสีหักสิ่งเจือปนในข้าวที่เกษตรกรมาจำนำสูงผิดปกติ ทำให้เกษตรกรเสียประโยชน์ พบที่ จ.อุดรธานี ส่วนที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โรงสีไม่ยอมขึ้นป้ายแสดงราคารับซื้อ

ที่ จ.เพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่บกพร่องในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ไม่มีเอกสารที่ทำกินหรือเอกสารการเช่าที่ดิน แต่ก็ยังให้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร อีกทั้งโรงสีในพื้นที่ยังไปรับฝากข้าวจากเกษตรกรกว่า 1,400 ราย ได้ข้าวเปลือกมาเกือบ 8,000 ตัน ก่อนสมัครเข้าโครงการรับจำนำ

และสุดท้ายที่ จ.นครศรีธรรมราช โรงสีปฏิเสธรับจำนำข้าว อ้างมีพื้นที่ขนาดเล็ก จัดเก็บผลผลิตให้เกษตรกรไม่ได้ ทำให้เกษตรกรเสียสิทธิ แถมมีโรงสีบางรายแอบอ้างเป็นผู้เข้าร่วมโครงการ หลอกรับข้าวจากเกษตรกรไปแล้วไม่จ่ายเงิน เป็นต้น

ทั้งหมดที่สาธยายมายาวเหยียดนี้ บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ยืนยันว่า กรมการค้าภายในได้ส่งเรื่องต่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดีกับผู้มีส่วนร่วมในการทำผิดแล้ว แต่ก็มีอีกหลายจังหวัดที่ต้องสาวให้ถึงตัวผู้บงการใหญ่ เพื่อขยายผลการจับกุม

แน่นอนว่างานนี้คงไม่จบที่ 19 จังหวัดเพียงเท่านี้แน่ เพราะตั้งแต่เริ่มไล่สอบกันมา ผู้กระทำผิดก็มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรียกว่ายิ่งตรวจก็ยิ่งเจอ

ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าก็คือ ยังไม่สามารถสาวถึงตัวการใหญ่ ได้แค่การจับรายเล็กรายน้อยเท่านั้น และการทำงานก็ยังกระจุกอยู่แค่หน่วยงานของดีเอสไอกับกรมการค้าภายใน ขณะที่ชุดของ กขช. ยังไม่มีการออกมาแจ้งผลคืบหน้าการสอบเลย

แต่ถึงจะพบการทุจริตมากแค่ไหน โครงการรับจำนำข้าวก็ยังจะเดินหน้าต่อไป เพราะ รมว.พาณิชย์ ประกาศเองว่า สัปดาห์หน้ากระทรวงพาณิชย์จะเสนอให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ เพื่อให้ กขช. อนุมัติวงเงิน 2.6 แสนล้านบาทที่จะใช้ดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาล 2555/2556 รอบใหม่ต่อทันที

แหล่งเงินที่จะใช้จำนำยังคงเป็นเงินกู้ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนเป็นเงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขณะเดียวกันก็จะรอเงินที่ได้จากการระบายสต๊อกข้าวของโครงการรับจำนำฤดูกาล 2554/2555 ที่จะเริ่มทยอยใช้คืนให้กับ ธ.ก.ส.ด้วยอีกส่วนหนึ่ง

“คาดว่ารัฐบาลจะสามารถเปิดระบายข้าวสารในสต๊อกได้เร็วๆ นี้ หลังจากที่กรมการค้าต่างประเทศจัดทำหลักเกณฑ์ (ทีโออาร์) การประชุมเสร็จในวันที่ 20 ส.ค. ปริมาณข้าวที่จะระบายออกนั้นคาดว่าจะไม่เกิน 23 แสนตัน เพื่อไม่ให้กระทบกับราคาตลาดข้าว และเปิดให้ผู้สนใจทั้งในประเทศและผู้ส่งออกได้เข้าร่วมประมูลแบบเปิดกว้าง” บุญทรง กล่าว

สำหรับหลักเกณฑ์ที่จะใช้จำนำข้าวในรอบนี้ก็จะยึดตามที่คณะอนุกรรมการกำกับดูแลการรับจำนำ เสนอให้รับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ระยะยาว คือเริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค. 2555-30 ก.ย. 2556 โดยจำกัดสิทธิให้เกษตรกรนำข้าวเปลือกมาเข้าโครงการได้ 2 รอบ หลังจากนั้นจะเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในสัปดาห์ถัดไป

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้