
อาเซียนลิงก์ (2)
เมื่อวานรับใช้ท่านผู้อ่านให้เห็นภาพว่าอาเซียน เป็นภูมิภาคที่อยู่ตรงกลางระหว่างอินเดียและจีน
โดย...ธนพล ไชยภาษี
เมื่อวานรับใช้ท่านผู้อ่านให้เห็นภาพว่าอาเซียน เป็นภูมิภาคที่อยู่ตรงกลางระหว่างอินเดียและจีน การเปิดเขตเศรษฐกิจร่วมระหว่างชาติอาเซียน และการเปิดประเทศของพม่าโดยเฉพาะโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย จะยิ่งทำให้การเชื่อมโยง (Connectivity) ทางเศรษฐกิจจำกัดอยู่แต่ภายในอาเซียนเท่านั้น แต่จะทำให้การเชื่อมโยงของสินค้า บริการ และแรงงานจากภาคตะวันออกไหลสู่ตะวันตก จากตะวันตกไหลสู่ตะวันออกได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยมีอาเซียนเป็นจุดเชื่อมโยงหลัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนเขาก็พร้อม อินเดียก็แสดงซึ่งความสนใจ ในส่วนของจีนมีโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงผ่านลงมาจากจีนตอนใต้ เข้าสู่พม่าด้านหนึ่ง เข้าสู่ลาวด้านหนึ่ง เชื่อมลงไปถึงสิงคโปร์ทีเดียว ส่วนอินเดียก็มีโครงการก่อสร้างเส้นทางเดินรถเข้ามายังพม่าและเข้าสู่ประเทศไทย อีกทั้งท่าเรือเมืองเชนไนก็อยู่ตรงข้ามฝั่งกับท่าเรือทวายพอดี อะไรจะเชื่อมโยงได้เป็นระบบและเครือข่ายที่น่าสนใจเช่นนี้ครับ
การเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจในปี 2015 นี้ ถ้าถามว่าใครจะได้ประโยชน์มากที่สุด บอกได้เลยครับว่าคือประเทศไทยนั่นแหละ โชคดีที่ไทยอยู่ตรงกลางของอาเซียนพอดี เป็นเส้นทางที่การขนส่งสินค้าต้องผ่าน จีนจะส่งของทางบกไปยังสิงคโปร์และมาเลเซียก็ต้องผ่านไทย ใครๆ ก็ต้องผ่านไทย
โครงการท่าเรือทวายของพม่าก็ต้องเชื่อมต่อมายังไทย โครงการสร้างถนนจากทวายเข้าสู่ประเทศไทยก็เริ่มขึ้นแล้ว การเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์การขนส่งทางเศรษฐกิจของเอเชียได้เริ่มขึ้นแล้ว และไทยก็เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นด้วยครับ
ไทยจะได้ประโยชน์อย่างแน่นอนครับ ถ้าคนไทยพร้อม รัฐบาลไทยพร้อม ประเทศไทยพร้อม ก็ต้องยิ่งเตรียมตัว ยิ่งเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นโดยเร็ว
มีคำถามเข้ามามากมายว่า หนูจะเตรียมตัวอย่างไร ผมจะทำอย่างไรเมื่อเออีซีมาถึง ก็ต้องบอกกันตามตรงว่า สำหรับประชาชน สำหรับระดับแรงงานต้องใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ในระดับสื่อสารได้ดีครับ
และที่สำคัญไม่ใช่ว่าพูดอังกฤษพอดี ใส่จริตสำเนียงแบบฝรั่งเข้าไปก็พอแล้ว นั่นยังไม่พอครับ แต่ต้องอ่านได้เขียนดีแปลรู้เรื่อง สื่อสารได้จริงๆ นั่นแหละครับคือการเตรียมความพร้อมที่คนไทยควรต้องเร่งปรับตัวมากที่สุด
ภาคธุรกิจขนาดใหญ่นั้นไม่น่าเป็นห่วง เพราะพวกนั้นลุยไปทั่วโลกตั้งแต่ไหนแล้ว แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือการแข่งขันของภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่การเปิดพรมแดนของอาเซียนจะยิ่งทำให้เกิดการแข่งขันที่สูงมากขึ้น
เอสเอ็มอีไทยก็ต้องเร่งปรับตัว ต้องหัดคิดถึงตลาดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ไม่ได้วางแผนแค่ตลาดในประเทศไทยเท่านั้น ต้องมองให้ได้ว่าตลาดอาเซียน คนอาเซียนต้องการอะไร คนอินเดีย คนจีน ต้องการสินค้าอะไร
โอกาสมาถึงแล้ว ถ้าทำได้ดีก็ดีไป ถ้าไม่เตรียมตัวก็แย่ครับ เพราะตลาดสินค้า ตลาดแรงงาน และการแข่งขันในทุกๆ ด้านจะขยายตัวขึ้นมากกว่า 10 เท่าทีเดียว







