
ผูกขาดยึดทีดิน
ผลวิจัยระบุเศรษฐี10%ถือครองโฉนดเกือบทั้งหมดคนจนย่ำแย่หนี้พุ่ง
ผลวิจัยระบุเศรษฐี10%ถือครองโฉนดเกือบทั้งหมดคนจนย่ำแย่หนี้พุ่ง
วิจัยพบเศรษฐีสส.รวยสะบัดเหตุเก็บภาษีไม่ได้
ผลการวิจัยเรื่องการกระจุกตัวของความมั่งมี ซึ่งเป็นผลงานของ น.ส.ดวงมณี เลาวกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเผยแพร่ต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 16 ส.ค. บ่งชี้ว่า ที่ดินในประเทศตกอยู่ในมือของคนจำนวนเพียงกลุ่มเดียว กล่าวคือ มีคนเพียง 10% ถือครองที่ดินที่มีโฉนดถึง 80% และผู้ถือครองหุ้นที่มีมูลค่าสูงในตลาดหลักทรัพย์มักจะเป็นคนไม่กี่คน หรือคนไม่กี่ตระกูล
ขณะที่หอการค้าไทยเปิดเผยผลสำรวจสถานการณ์ชาวนาไทย พบว่า ชาวนาไทยหนี้พุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี เฉลี่ยมีหนี้ครอบครัวละ 5.75 หมื่นบาท ส่วนภาคแรงงานก็สำรวจ พบว่า ความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงานย่ำแย่ลงกว่าก่อนหน้าจะมีการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท เพราะค่าครองชีพพุ่งสูงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
น.ส.ดวงมณี ระบุว่า นอกจากการถือครองที่ดินจะกระจุกตัวอยู่ในมือของคนเพียง 10% แล้วยังพบด้วยว่า สส. 464 คน ถือครองที่ดินรวมกันมากถึง 2.4 หมื่นไร่ คิดเป็นมูลค่ารวม 15,700 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังสำรวจพบว่า เมื่อเทียบปริมาณการถือครองที่ดินของบุคคลและนิติบุคคลที่ครอบครองที่ดินมากที่สุดกับคนที่ถือครองน้อยที่สุด พบว่า มีความต่างกันถึง 729 เท่า ทั้งนี้ผู้ที่ถือครองที่ดินมากที่สุดในประเทศครองที่ดินมากถึง 2.8 ล้านไร่ ขณะที่ผู้ที่มีน้อยสุดมีแค่ 0.1 ตารางวา
น.ส.ดวงมณี ระบุว่า ด้วยสภาพการถือครองที่ดินของ สส.เช่นนี้ เชื่อว่าคงเป็นไปได้ยากที่จะมีการออกกฎหมายการจัดเก็บภาษีที่ดิน อย่างไรก็ตาม อยากเสนอแนะให้รัฐบาลเก็บภาษีทรัพย์สินในอัตรา 1% เพื่อนำความมั่งคั่งไปกระจายให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย
งานวิจัยชิ้นนี้ยังเปิดเผยด้วยว่า เมื่อลำดับการถือครองหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ โดยแยกเป็นตระกูลพบว่า ในปี 2554 ตระกูลที่ถือหุ้นมากที่สุด 10 อันดับเรียงกันได้ดังนี้ มาลีนนท์ วิจิตรพงศ์พันธุ์ จิราธิวัฒน์ อัศวโภคิน ทองแตง กาญจนพาสน์ ปราสาททองโอสถ จันศิริ มหากิจศิริ และโสภณพนิช โดยตระกูลมาลีนนท์ ถือหุ้นมูลค่ารวมกันถึง 37,859.64 ล้านบาท
หากแจงเป็นรายบุคคล พบว่า มี 5 คน ที่ถือหุ้นสูงสุด โดยไม่เปลี่ยนแปลงเลยในรอบ 3 ปี คือ ปี 2552-2554 ได้แก่ นายอนันต์ อัศวโภคิน นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ นายนิติ โอสถานุเคราะห์ นายวิโรจน์ ธนาลงกรณ์ และนายวรวิทย์ วีรบวรพงศ์ หากนับมูลค่าการถือหุ้นรวม 10 คนแรก ในปี 2553-2554 มีมูลค่ารวมกันมากกว่า 1 แสนล้านบาท
วันเดียวกันฝ่ายค้านได้อภิปรายในสภาว่า รัฐบาลไม่จริงใจต่อการแก้ไขปัญหาความยากจน เพราะซุกร่าง พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้แล้วหลอกคนจน โดยพูดเรื่องอำมาตย์กับไพร่







