posttoday
เจรจาเงียบจ่ายพื้นที่รับนํ้า

เจรจาเงียบจ่ายพื้นที่รับนํ้า

06 สิงหาคม 2555

รัฐส่งเจ้าหน้าที่เจรจาภายในจ่ายชดเชยพื้นที่รับน้ำ 1.2 ล้านไร่

รัฐส่งเจ้าหน้าที่เจรจาภายในจ่ายชดเชยพื้นที่รับน้ำ 1.2 ล้านไร่

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีพื้นที่รับน้ำจำนวน 1.2 ล้านไร่เรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนค่าชดเชยได้คำนวณไว้แล้วเช่นกันแต่ยังไม่ประกาศทั่วไป เนื่องจากเกรงว่าจะมีปัญหา แต่ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยกระทรวงเกษตรฯ และกรมชลประทานไปคุยทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องรับน้ำ

ทั้งนี้ ในการวางเกณฑ์ชดเชยเยียวยากับพื้นที่ของชาวบ้านนั้น จะคิดเป็นราคาบาทต่อไร่ แล้วแต่ว่ามีพืชหรือไม่ ถ้ามีพืชผลต้องชดเชยให้สูง อย่างน้อยต้องได้ต้นทุนคืน แต่ถ้าไม่มีพืชก็จะทำในลักษณะคล้ายกับเป็นพื้นที่นา

นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า รัฐบาลจะเริ่มคิกออฟเปิดโครงการปลูกป่าป้องกันน้ำวันที่ 8 ส.ค.นี้

“เราจะมีการปลูกป่าพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 8 ส.ค. เวลา 08.00 น. โดยนายกฯ จะไปเป็นประธานเปิดที่ จ.เชียงใหม่ ขณะที่รองนายกฯ ทั้งหมด เช่น นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ไปที่ จ.นครศรีธรรมราช ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ไปที่ จ.นครราชสีมา พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ไปที่ จ.น่าน และนายชุมพล ศิลปอาชา ไปที่ จ.อุทัยธานี ส่วนจังหวัดอื่นๆ เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว

นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ในส่วนของหญ้าแฝกจะมีการปลูกให้เสร็จในเดือน ส.ค. ประมาณ 50 ล้านต้น ขณะที่กรมป่าไม้ได้มีการปลูกป่าไป 20 ล้านต้น โดยตั้งเป้าทั้งหมดไว้ 800 ล้านกล้า ภายใน 4 ปี เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวไม่ได้ปลูกอย่างเดียว แต่จะให้งบประมาณในการดูแลรักษาลงไปด้วย 5 ปี โดยใช้ชุมชนหรือจ้างชาวบ้านให้ดูแล และมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นแกนนำในการปลูก และดูแล หรือเรียกให้ง่ายคือ เป็นเจ้าภาพหลัก ซึ่งจะมีทีมงานประกอบด้วย กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ และทหาร ทั้งนี้จะดึงงบที่นำไปใช้ในการดูแลอยู่ในโครงการ 3.5 แสนล้านบาท มาใช้ก่อน

นายชลธิศ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ในปีนี้คงไม่สามารถเริ่มปลูกป่าตามแผนงานของ กบอ. ได้ทัน เนื่องจากต้องใช้เวลาเตรียมพันธุ์กล้าและหญ้าแฝก รวมถึงต้องจัดเตรียมพื้นที่ เพื่อทำความเข้าใจกับชาวบ้านใน 8 ลุ่มน้ำก่อน ทั้งนี้ได้วางแผนไว้ว่าฤดูฝนปีหน้าจึงจะสามารถเริ่มต้นโครงการได้ โดยจะใช้เงินทั้งหมดประมาณ 900 ล้านบาท จากเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท จากที่ระบุไว้ในโครงการว่าจะใช้เงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้พิจารณาใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่ามากที่สุด เนื่องจากงบประมาณส่วนดังกล่าวเป็นเงินกู้ หากใช้ไม่ครบวงเงินที่ตั้งไว้ก็จะเสียดอกเบี้ยโดยเปล่าประโยชน์

นายชลธิศ กล่าวอีกว่า กรมป่าไม้มีตำแหน่งกำหนดไว้อยู่แล้วบางส่วน แต่นโยบายของรัฐบาลก็คือ ต้องกำหนดให้รอบคอบว่าจะใช้พื้นที่ใด จึงจะเกิดการป้องกันอุทกภัยให้ได้มากที่สุด รวมถึงผลกระทบกับประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวน้อยที่สุด จึงต้องสำรวจโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง โดยโครงการนี้จะมีการสร้างเครือข่ายประชาอาสา เพื่อดูแลป่าที่ปลูกไว้ให้เกิดความยั่งยืนอีกด้วย ซึ่งโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษามหาราชินี ที่จะเริ่มในวันที่ 8 ส.ค.นี้ จะเป็นโครงการนำร่อง เพื่อเป็นต้นแบบของการปลูกป่า โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในปีหน้า

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้